ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและสภาวะโลกที่กำลังแบ่งขั้วอย่างชัดเจน เศรษฐกิจไทยย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้
ที่จะเผชิญกับความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่ผันผวน ภาวะเงินเฟ้อ และการชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานโลก ทว่าในสภาวะความผันผวนอย่างถาวรนี้ กลับซ่อน “โอกาสทอง” ครั้งใหญ่สำหรับประเทศไทย หากเราสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นกลยุทธ์ในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกลุ่มคนเก่ง (Talent) จากทั่วโลกที่กำลังมองหาบ้านหลังใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยงให้ไหลเข้าสู่ประเทศ
การจะทำให้โอกาสทองนี้เป็นจริงได้ ประการแรกไทยต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้าน “ความเป็นกลางที่ยืดหยุ่น” (Flexible neutrality) ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจเชิงรุก ในยามที่กระแสเงินทุนอ่อนไหวต่อการแบ่งขั้ว ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Haven) ที่ดึงดูดกลุ่มเศรษฐีและนักลงทุนความมั่งคั่งสูง (HNWIs) โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ต้องการย้ายฐานทุนออกจากศูนย์กลางเดิมที่เริ่มมีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น มาสู่พื้นที่ที่มีความมั่นคงและน่าอยู่
ประการต่อมา ไทยต้องเร่งยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่โดยใช้ “เฮลท์แคร์และบริการ” เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบจากระบบสาธารณสุขที่ได้รับการยอมรับระดับโลกและมีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเป็นทุนเดิม ซึ่งเมื่อผนวกเข้ากับการส่งเสริมศูนย์กลางข้อมูลและพลังงานสะอาด (Green AI & Data Hub) จะช่วยดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง โดยช่วงเวลา 4 ปีต่อจากนี้ ถือเป็นหน้าต่างแห่งโอกาสที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลในการวางรากฐานเพื่อดึงดูดบุคลากรและเม็ดเงินเหล่านี้
ประการที่สาม การขับเคลื่อนเชิงนโยบายต้องมีความเป็นรูปธรรมและกล้าตัดสินใจ ผ่านการสร้าง “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” หรือนำโมเดลความสำเร็จแบบสิงคโปร์และดูไบมาปรับใช้ เพื่อเอื้อให้กลุ่มเศรษฐีต่างชาติเข้ามาพำนักและลงทุนระยะยาว ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR Visa) และ Destination Thailand Visa (DTV) เป็นเครื่องมือดึงดูด ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการส่งเสริมให้กลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (Expats) นำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทย เพื่อสร้างเม็ดเงินใหม่หมุนเวียนและขับเคลื่อนจีดีพีให้เติบโตอย่างยั่งยืน
วิกฤตการณ์ตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นบททดสอบเชิงโครงสร้างที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย หากเรามัวแต่ตั้งรับ โอกาสนี้ก็จะหลุดลอยไปตกอยู่กับประเทศอื่น รัฐบาลและภาคเอกชนจึงต้องเร่งบูรณาการความร่วมมือ ปรับปรุงกฎระเบียบที่ซับซ้อน และดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางบริการระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI ภายใต้จุดยืนที่เป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งแนวทางทั้งหมดนี้จะช่วยเปลี่ยน “โอกาสทอง” ให้กลายเป็นความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของประเทศได้ในอนาคต





