ระหว่างที่นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังถามว่า “ควรลงทุนอย่างไรในช่วงสงคราม”
ทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ Warren Buffett เคยกล่าวไว้ว่า
“ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้รับ”
เพราะเมื่อความกังวลสูงขึ้น ราคาสินทรัพย์เสี่ยงก็มักปรับตัวลง แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง กลายเป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจทันที
บทความก่อนที่เราได้วิเคราะห์กันไปแล้วว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตรอบใหม่ เดือนนี้ผมจึงอยากชวนคิดต่อสำหรับการปรับฐานลงจากจุดสูงสุดในครั้งนี้ โดยผมมองว่ามี 3 ธีมที่นักลงทุนไทยควรรู้จัก
ธีมแรก Japan Chip ฐานรากของการลงทุนแห่งอนาคต
เมื่อพูดถึง Semiconductor หรือ AI นักลงทุนส่วนใหญ่มักนึกถึงผู้ออกแบบชิปในสหรัฐฯ หรือโรงงานผลิตในไต้หวัน แต่สิ่งที่น้อยคนรู้คือทุกชิปที่ผลิตขึ้นในโลกต้องผ่านวัสดุและเครื่องมือของญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นไม่ได้แข่งขันในเกมออกแบบชิปโดยตรง แต่ครองพื้นที่ในธุรกิจวัสดุพิเศษที่ใช้ในกระบวนการผลิต ตัวเก็บประจุขนาดเล็กที่ทำให้ AI Server ทำงานได้เสถียร และเครื่องจักรความแม่นยำสูงที่ใช้ตัดและขัดแผ่นชิป (Wafer) ให้ได้มาตรฐาน
สิ่งที่ทำให้ธีมนี้น่าสนใจคือ ราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวขึ้นได้ตามความซับซ้อนของชิปรุ่นใหม่ ยิ่ง AI รุ่นล่าสุดใช้พลังงานมากขึ้น แปลว่าชิ้นส่วนที่รองรับต้องมีคุณภาพสูงขึ้น และนั่นคือรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นแทบไม่ต้องลงทุนใหม่
ส่วนในมุมภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจด้านเทคโนโลยี ทำให้ผู้ผลิตชิปชั้นนำทั่วโลกต้องการกระจายแหล่งวัสดุเพื่อลดความเสี่ยง ทำให้ญี่ปุ่นที่เป็นกลางได้รับอานิสงส์โดยตรง
ตลาดประเมินว่ากำไรของธีม Japan Chip มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง 15–25% ต่อปี ไปอีกอย่างน้อย 2–3 ปีข้างหน้า ขณะที่การปรับฐานล่าสุดทำให้ระดับราคากลับมาใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปี นี่คือจังหวะที่หายากในธีมเติบโตระดับนี้
ธีมต่อมาคือ Japan Animation & Game เปลี่ยนจินตนาการให้เป็นกำไร
ญี่ปุ่นเป็นประเทศต้นกำเนิดของเกมและอนิเมชันที่มีประวัติศาสตร์ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ตัวละครชื่อดังที่คนทั่วโลกรู้จัก แม้ไม่สร้างเนื้อหาใหม่ ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เหล่านั้นก็สามารถสร้างรายได้ผ่านลิขสิทธิ์ ของที่ระลึก หรือสวนสนุกได้อีกหลายปี
ปัจจุบัน Streaming Platform ระดับโลกต่างแย่งกันซื้อสิทธิ์และร่วมผลิตกับสตูดิโอญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวกว่า 40 ล้านคนต่อปีที่เดินทางมาญี่ปุ่น จำนวนไม่น้อยมาเพื่อสัมผัสโลกความบันเทิงแบบญี่ปุ่น รวมถึงตลาดเกมออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
จุดแข็งของธีมนี้คือ ความสัมพันธ์กับวัฏจักรเศรษฐกิจที่ต่ำ ขณะที่กำไรของธีมมีโอกาสเติบโต 10–20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง ระดับมูลค่า (P/E) ปัจจุบันที่ราว 24 เท่า ถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพการเติบโตที่สม่ำเสมอ และยังได้ลุ้นโอกาสปรับตัวขึ้นแรง จากการออกสินค้าหรือบริการใหม่เป็นความสุขเล็ก ๆ ราคาไม่แพงเพื่อเอาใจเหล่าสาวก
ธีมสุดท้ายคือ Robotic & AI ที่พัฒนาขึ้นพร้อมสำหรับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจญี่ปุ่น
เพราะญี่ปุ่นมีสังคมสูงวัยที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน จำนวนแรงงานลดลงทุกปี ขณะที่ต้นทุนการจ้างงานเพิ่มสูงต่อเนื่อง
หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในญี่ปุ่นจึงเป็นทางออกสำคัญ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้นหรือลง
อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ญี่ปุ่นผ่านช่วงเติบโตช้ามาหลายปี ส่วนหนึ่งเพราะพึ่งพาตลาดจีน ขณะที่ธุรกิจยานยนต์ชะลอตัว
แต่ตอนนี้มีแรงหนุนใหม่เข้ามาสองชั้น (1) นโยบายรัฐบาลที่ผลักดันงบกลาโหมและโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงขึ้นอย่างชัดเจน (2) โรงงานของบริษัทญี่ปุ่นถึงเวลาที่ต้องขยายการใช้งานหุ่นยนต์ในสายการผลิตและเปลี่ยนระบบ
ทั้งสองเรื่องเป็นปัจจัยบวกกับการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และหุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
ใน 1-3 ปีข้างหน้า กำไรของธีมมีโอกาสเติบโต 15–25% ต่อปี ใกล้เคียงกับธีมชิป บนระดับความผันผวนที่ต่ำกว่า เพราะธุรกิจหุ่นยนต์อุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีรายได้ที่คาดการณ์ได้ ปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 30เท่า ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีของตัวเองราว 15%
อย่างไรก็ดี ทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องติดตาม
สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น แม้ปัญหาพลังงานหรือสงครามอาจไม่ใช่เรื่องที่จะทำให้มูลค่าในระยะยาวของตลาดเปลี่ยนไป แต่ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องระวัง จะมาจากเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวจากราคาพลังงานสูง กฎเกณฑ์ทางธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงกดดันธุรกิจเกมออนไลน์ นโยบายการเงินธนาคารกลางญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มเข้มงวด เงินเยนแข็งค่ากดดำไรจากจากส่งออก รวมถึงการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่จะต้องสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การที่เราวิเคราะห์โอกาสและเข้าใจความเสี่ยงไว้ก่อน จะทำให้เรามั่นใจและกล้าลงทุนทุครั้งที่จังหวะมาถึงครับ





