วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

ประหยัด

ประหยัด

ในบทความตอนที่แล้วดิฉันเขียนว่าโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ทุกคนต้องทำเพื่อตัวเอง เพื่อส่วนรวม ในช่วงนี้ คือการประหยัด การรู้จักใช้ทรัพยากร กินและใช้อย่างรู้คุณค่า มีผู้อยากได้ตัวอย่างที่จะนำไปปฏิบัติได้เลย จึงเป็นที่มาของบทความวันนี้ค่ะ

เคยเขียนไว้เมื่อ 20 ปีก่อนว่า คนไทยต้องเข้าใจคำว่า “ประหยัด”ให้ถูกต้อง ประหยัดคือ “การใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ใช้เกินจำเป็น และไม่ใช้ทิ้งใช้ขว้าง” และต้องมีจิตสำนึกในการประหยัดที่ถูกต้อง ไม่ใช่ประหยัดเฉพาะของเรา แต่ถ้าเป็นของผู้อื่น หรือของส่วนรวม เราใช้อย่างเต็มที่

ครอบครัวต้องเป็นแกนหลักในการปลูกจิตสำนึกเรื่องนี้ ตัวอย่างการขาดแคลนน้ำมันครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่จะสอนบุตรหลานของท่าน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ให้ตระหนักถึงความขาดแคลนและความจำกัดของทรัพยากร ว่ามีวันที่จะหมดไป และถือโอกาสหาวิธีการหรือทางเลือกที่จะสามารถมีทรัพยากรใช้เพื่อบรรเทาสถานการณ์

ตัวอย่างที่สามารถทำได้เลย

การเดินทาง : งดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ใช้รถสาธารณะเช่นรถประจำทาง รถไฟฟ้าสาธารณะแทนรถส่วนตัว โดยสารรถไปด้วยกันแบบคาร์พูล (Car Pool) วางแผนการเดินทางให้ดีเพื่อทำธุระหลายๆอย่างในเส้นทางเดียวกัน หาเส้นทางลัด ทั้งนี้ควรพิจารณาใช้จักรยาน หรือเดินหากไปในระยะไม่ไกล

สำหรับการใช้รถยนต์ ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศไฟหน้ารถ หรือเครื่องเสียง ในขณะสตาร์ทรถ เพราะเปลืองพลังงานเพิ่ม 10% ไม่จำเป็นต้องอุ่นเครื่องยนต์เมื่ออยู่กับที่ ใช้วิธีเคลื่อนรถเบาๆในช่วง 1-2 กิโลเมตรแรกแทน ขับรถระยะไกลด้วยความเร็วคงที่ ชะลอความเร็วแต่เนิ่นๆก่อนถึงไฟแดง สำหรับมอเตอร์ไซค์ไม่ควรเบิ้ล บิดเครื่องยนต์

ไฟฟ้า : ปิดไฟ ปิดเครื่องไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อเลิกใช้งาน ดิฉันสังเกตว่าคนไทยส่วนใหญ่ชอบเปิดไฟฟ้าให้สว่างทั้งบ้าน ต่างกับฝรั่งที่จะเปิดเฉพาะจุที่ใช้งาน และปิดเมื่อออกมาจากบริเวณนั้น (ยกเว้นหลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่การเปิดปิดบ่อยๆทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้า) เปลี่ยนมาใช้หลอดประหยัดไฟ เครื่องไฟฟ้าที่ยังเปิดค้างไว้เป็นสถานะเตรียมใช้งาน (Standby) ก็กินไฟฟ้าอยู่นะคะ โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ แม้รัฐจะส่งเสริมให้ผู้ผลิตลดการกินไฟระหว่าง standby ลงแล้ว ผู้บริโภคควรเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟช่วงเตรียมใช้งานต่ำ ตอนซื้อควรสอบถามดูนะคะ

อย่าเปิดตู้เย็นบ่อย ควบคุมอุณหภูมิตู้เย็นให้เหมาะสม ตั้งเครื่องปรับอากาศที่อุณหภูมิ 26-27 องศา หรือไม่จำเป็นก็ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ ช่วงนี้มีลมพัดมาเป็นระยะๆ เปิดหน้าต่างให้ลมโกรกเข้ามา ก็ไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ นอกจากนี้กระทรวงพลังงานแนะนำว่าอย่านำของที่มีความร้อน และของชื้นเข้าไปในห้องที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศค่ะ เพราะเครื่องปรับอากาศต้องใช้พลังงานมากในการทำความเย็น และในการเอาความชื้นออกจากห้อง

ข้างต้นเป็นการรวบรวมโดยสังเขปของดิฉัน จากเอกสารต่างๆ หากต้องการรายละเอียด ท่านสามารถดูวิธีการประหยัดพลังงานได้ที่ “คู่มือประหยัดพลังงานเพื่อประชาชน” ของกระทรวงพลังงานค่ะ

มาดูภาพรวม ดิฉันเห็นว่า ถูกต้องแล้วที่รัฐเลือกอุดหนุนและช่วยเหลือค่าพลังงานเฉพาะกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่รัฐจะตรึงราคา หรือจะชดเชยแบบถ้วนหน้า เพราะมันเป็นเพียงการผลักปัญหาไปในอนาคต และอนาคตก็มีแต่จะท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ไม่ว่าจะรายเล็กรายใหญ่ขนาดไหนก็กระทบหมด กลุ่มประมง เกษตรกรรม ก่อสร้าง จะถูกกระทบก่อนและกระทบโดยตรง

กลุ่มผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมี ซึ่งรวมถึงยาและเวชภัณฑ์จำนวนมาก จะถูกกระทบจากวัตถุดิบที่ขาดแคลน กลุ่มท่องเที่ยวจากการที่นักท่องเที่ยวเดินทางน้อยลง และต้องประหยัดมากขึ้น สินค้าและบริการอื่นๆก็จะถูกกระทบโดยทั่วไปจากสภาพเศรษฐกิจของโลก

ผลกระทบนี้คาดว่าจะทำให้เกิดภาวะ Stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง ซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ที่เกิดขึ้นและยังอยู่ในความทรงจำของ เบบี้บูมเบอร์ แบบดิฉันคือ ที่เกิดในปี 1973 (พ.ศ.2516) โดยต้นเหตุมาจากน้ำมัน เนื่องจากผู้ผู้น้ำมันระงับการส่งออก ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงกว่า 3 เท่าในเวลาอันสั้น เงินเฟ้อจึงสูงมาก ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ธุรกิจจึงลดกำลังผลิต และมีการเลิกจ้าง คนตกงานเยอะ เศรษฐกิจหดตัว เลยทำให้ลำบากเดือดร้อนไปตามๆกัน ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบนั้นด้วย ในช่วงปี 2516 แต่ไม่รุนแรงเหมือนที่เกิดขึ้นในสหรัฐ หลายท่านคงจดจำเพลง “น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ” ได้ใช่ไหมคะ

ในเวลาที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่นในเวลานี้ ทุกคนเดือดร้อนไปหมด รายได้อาจเท่าเดิมหรือลดลง ในขณะที่รายจ่ายเพิ่มขึ้นแน่นอน เราต้องยอมรับความจริง และปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ ยึดสุภาษิต “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”ไว้ ช่วยประคองตัวเองให้อยู่รอด และหากท่านพอมีกำลัง ท่านสามารถช่วยคนอื่นด้วยนะคะ เพิ่มเงินให้กับ คนขับรถแท้กซี่ ไรเดอร์ส่งอาหารและของ ช่วยอุดหนุนสินค้าไทย อุดหนุนชาวบ้านที่นำสินค้าเกษตรและพืชไร่มาขาย บริจาคและช่วยเหลือคนกลุ่มเปราะบาง ฯลฯ

ขอปิดท้ายด้วยประโยคเก่าที่เคยเขียนในคอลัมน์นี้ เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2548 ว่า

“วันนี้ท่านประหยัดทรัพยากร และสอนให้ลูกหลานช่วยกันประหยัดทรัพยากรแล้วหรือยัง?”และแถมเพิ่มด้วยว่า “ควรเตรียมพร้อมทั้งกาย ใจ ความรู้ และเงินสำรองเพื่อรับมือกับสภาวะความท้าทายที่จะเกิดขึ้น”