วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569

Login
Login

โลกป่วนในเงาสงครามเกมใหญ่ที่ ‘ไทย’ ต้องรอด

โลกป่วนในเงาสงครามเกมใหญ่ที่ ‘ไทย’ ต้องรอด

สงครามที่ยืดเยื้อโดยไร้เส้นชัย ส่งผลกระทบแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกอย่างลึกและรุนแรงขึ้นทุกวัน ความไม่แน่นอนสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

    กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการเงินและตลาดทุนทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาพของราคาน้ำมันที่พุ่งสูง สวนทางราคาทองคำที่ผันผวนหนัก การเทขายพันธบัตร และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินในเอเชียอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ล้วนสะท้อน “ความไม่เชื่อมั่น” ที่กำลังกัดกร่อนเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก
    สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความผันผวนระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณของ “ความเปราะบางเชิงโครงสร้าง” ที่กำลังก่อตัว เมื่อความขัดแย้งลากยาว ตลาดย่อมไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ นักลงทุนจึงเลือกถือสินทรัพย์ปลอดภัยหรือถอนเงินออกจากตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้เงินทุนไหลออก ค่าเงินอ่อน และต้นทุนทางการเงินพุ่งสูงขึ้นเป็นลูกโซ่ ประเทศที่ไม่ได้อยู่ในวงสงครามโดยตรง กลับต้องรับแรงกระแทกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ประเทศไทยเองกำลังเผชิญแรงกดดันนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะมิติของ “พลังงาน” ที่กำลังเผชิญภาวะซัพพลายไม่เพียงพอ หากสถานการณ์ลุกลามจนกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันหรือแหล่งผลิตหลัก ความเป็นไปได้ของ “ซัพพลายช็อก” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และหากเกิดขึ้นจริง จะส่งแรงกระเพื่อมไปยังต้นทุนการผลิต สินค้าอุปโภคบริโภค และค่าครองชีพของประชาชนอย่างรุนแรง ในบริบทที่เศรษฐกิจไทยยังมี “แผลเดิม” จากการฟื้นตัวที่ไม่เต็มศักยภาพ หนี้ครัวเรือนสูง และกำลังซื้อเปราะบาง ความปั่นป่วนรอบใหม่นี้จึงเปรียบเสมือนแรงซ้ำเติมที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานรายวันและผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้ไม่ได้ขยับตาม

    คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “สงครามจะจบเมื่อไร” แต่คือ “โลกที่ไม่มีความแน่นอนเช่นนี้ เราจะอยู่รอดอย่างไร” ประเทศที่ไม่ใช่คู่ขัดแย้งจำเป็นต้องปรับตัวเชิงรุก ไม่ใช่เพียงตั้งรับ การกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน การสร้างคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก รวมถึงการบริหารเสถียรภาพค่าเงินและเงินทุนเคลื่อนย้าย ล้วนเป็นโจทย์เร่งด่วนที่ต้องดำเนินการพร้อมกัน 
    สำหรับประเทศไทย รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ ต้องมองวิกฤตินี้ในฐานะ “ความท้าทายเชิงระบบ” ไม่ใช่เหตุการณ์ชั่วคราว นโยบายเศรษฐกิจต้องมีทั้งมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การดูแลราคาพลังงานและค่าครองชีพ มาตรการระยะยาวเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง เช่น ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งพาการนำเข้า ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันภาคเศรษฐกิจ ท้ายที่สุดแล้ว โลกหลังจากนี้อาจไม่กลับไปสู่ “ความปกติแบบเดิม” อีกต่อไป สงครามที่ยืดเยื้อได้เปลี่ยนกติกาเศรษฐกิจโลกไปแล้ว ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือประเทศที่ “ปรับตัวได้เร็วที่สุด”