ตลาดน้ำมันเริ่มลดความกลัวสงครามลุกลาม หลังศักยภาพตอบโต้ของอิหร่านอ่อนแรงลงอย่างมาก แม้ความเสี่ยงแบบตกค้างยังอยู่ในระบบพลังงานโลก
สถานการณ์เริ่มคลาย แต่ความเสี่ยงยังไม่หมด
ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงความรุนแรงสูงสู่ระยะที่ความขัดแยงลดความเข้มข้นลงชัดเจน สัญญาณสำคัญคืออิหร่านมีศักยภาพในการโจมตีลดลงเหลือไม่ถึง 10% ของช่วงเริ่มต้น ทั้งด้านความถี่ของขีปนาวุธ โดรน และโครงสร้างฐานยิงที่เสียหายหนัก ส่งผลให้โอกาสเกิดเหตุร้ายขั้นสุด (worst-case supply shock) ลดลงมาก
อย่างไรก็ตาม แม้สนามรบหลักเริ่มแผ่วลง แต่สงครามยังไม่จบในเชิงยุทธศาสตร์ ความขัดแย้งกำลังเปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบ low-intensity เช่น การใช้อำนาจผ่านกองกำลังตัวแทน การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน และการรบกวนเส้นทางเดินเรือ ซึ่งยังสร้างแรงเสียดทานให้ระบบพลังงานโลกอยู่ต่อไป และทำให้ราคาน้ำมันไม่สามารถกลับสู่ระดับก่อนสงครามได้ทันที
ตลาดกำลัง “เปลี่ยนโจทย์” จากกลัวลุกลามเป็นการประเมินผลกระทบตกค้าง
ก่อนหน้านี้ตลาดน้ำมันตอบสนองต่อ escalation risk คือความกลัวว่าสงครามจะลุกลามจนกระทบอุปทานครั้งใหญ่ ทำให้ราคาพุ่งแรงไปแตะระดับ panic เช่น Brent ที่ขึ้นแตะราว 120 ดอลลาร์จากฐาน 70 ดอลลาร์ แต่ขณะนี้ตลาดเริ่ม re-price โดยย้ายความสนใจมาอยู่ที่ residual disruption risk หรือความเสียหายตกค้าง เช่น เส้นทางขนส่งที่ยังไม่ปลอดภัยสมบูรณ์
นัยสำคัญคือ แม้สงครามยังไม่ยุติ แต่ fear premium เริ่มอ่อนแรงลง เพราะตลาดมองว่าความเสี่ยงระดับเลวร้ายที่สุดลดลงแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องรักษาราคาน้ำมันใกล้ระดับพีคของความตื่นตระหนกเหมือนเดิม
การประเมินดังกล่าวสอดคล้องกับแบบจำลอง Monte Carlo ที่ชี้ว่ามีโอกาสกว่า 96% ที่การปะทะแบบรัฐต่อรัฐจะยุติลงภายในกลางเดือนเมษายน แม้สงครามจะยังไม่จบ แต่ “ทิศทางของแรงกดดัน” ลดลงอย่างต่อเนื่อง
จุดชี้ขาดต่อไปอยู่ที่เส้นทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ตัวแปรสำคัญที่สุดของราคาน้ำมันในระยะข้างหน้าจึงอยู่ที่ความปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักในการลำเลียงน้ำมันโลก หากสองเงื่อนไขนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
1. อิหร่านไม่สามารถคุกคามเส้นทางเดินเรือได้อย่างมีนัยสำคัญ
2. กองกำลังนานาชาติสามารถจัดระบบคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตลาดก็จะเริ่มกระบวนการ de-risking อย่างจริงจัง ราคาน้ำมันจะปรับเข้าสู่สมดุลใหม่ที่ lower-risk มากกว่าเดิม ปัจจุบัน Brent อ่อนลงมาแถว 103 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดเริ่มคลาย panic pricing แต่ยังถือราคาบางส่วนเพื่อรองรับความเสี่ยงคงค้าง
คาดการณ์ราคาน้ำมันค่อย ๆ ปรับลงตามจังหวะสงคราม
ทีม Wealth Research ประเมินกรอบราคาน้ำมัน Brent แยกตามช่วงเวลา ดังนี้
มีนาคม-ราคามีแนวโน้มอยู่ในกรอบสูงราว 90-110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงบริเวณฮอร์มุซยังไม่คลี่คลายเต็มที่
เมษายน-หากการสู้รบหลักยุติลงและเส้นทางเดินเรือเปิดภายใต้การคุ้มกัน ราคาอาจลดลงสู่ 80-90 ดอลลาร์ เพราะตลาดลดน้ำหนักต่อ worst-case
พฤษภาคม-มิถุนายน-หากอุปทานโลกทยอยฟื้น ราคามีแนวโน้มลงสู่ 70-80 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อน residual risk มากกว่าความกลัวฉับพลันในช่วงแรก
ภาพรวมคือราคาน้ำมันกำลังปรับจากระดับตื่นตระหนกสู่ระดับที่สะท้อนความเสี่ยงยาวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การทรุดกลับฐานเดิมทันที
มุมมองนักลงทุน
แม้น้ำมันยังมีแรงเหวี่ยงระยะสั้นจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทีม Wealth Research ประเมินว่าจังหวะเข้าซื้อกองทุนน้ำมันในตอนนี้มีความคุ้มค่าน้อยลง เพราะราคาผ่านจุด Panic Peak มาแล้ว, Fear premium กำลังหดตัว และ Upside เริ่มจำกัดมากขึ้นตามการคลายความเสี่ยง สำหรับนักลงทุน การปรับพอร์ตควรพิจารณาความเสี่ยงคงค้าง และรอความชัดเจนของเส้นทางเดินเรือบริเวณฮอร์มุซซึ่งเป็นปัจจัยหลักของไตรมาสถัดไป





