การลงทุนไม่ใช่เรื่องของ “การเดาอนาคต” แต่คือการเตรียมรับมือความไม่แน่นอน เพราะโลกการลงทุนวันนี้ ที่ภาวะดอกเบี้ยยังผันผวน เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนทิศเร็ว และข่าวร้ายสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า ทุกครั้งที่ตลาดผันผวน เรามักทำสิ่งใดเป็นอย่างแรก หลายคนเลือกรอดูสถานการณ์ บางคนรีบขายเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่บางคนเลือกถือไว้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนมากยังตัดสินใจอยู่บนความหวังว่า “ตลาดจะกลับมาเป็นใจ” มากกว่าการเตรียมพอร์ตให้ “พร้อมรับสถานการณ์” ที่อาจไม่เป็นไปตามคาด พอร์ตลงทุนที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคง จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเลือกหุ้นดี แต่ต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมและครบมือด้วย เพื่อช่วยให้พอร์ตเดินต่อได้ในทุกสถานการณ์ การไม่ฝากความหวังว่าตลาดจะเป็นไปในทิศทางบวกเพียงอย่างเดียว แต่เตรียมแผนรองรับไว้ตั้งแต่ต้นว่าถ้าตลาดผันผวน พอร์ตของเรารับมือได้แค่ไหน ตรงนี้เองที่ทำให้ “เครื่องมือ” มีความสำคัญไม่ต่างจาก “มุมมอง” การลงทุน
สำหรับนักลงทุนทั่วไป ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX มักถูกมองว่าเป็นเรื่องซับซ้อน หรือ เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรระยะสั้นสำหรับผู้มีประสบการณ์สูงเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง TFEX เป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่นักลงทุนมืออาชีพใช้ในการบริหารพอร์ตกันเป็นเรื่องปกติ การใช้ TFEX เข้ามาเสริมพอร์ต ไม่ได้ตั้งต้นจากคำถามว่า “ตลาดจะขึ้นหรือลง” แต่เริ่มจากคำถามว่า “หากตลาดไม่เป็นไปตามที่คิด พอร์ตจะเสียหายแค่ไหน” สัญญา Futures และ Options ทำให้นักลงทุนสามารถวางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงตลาดปรับขึ้น ปรับลง หรือเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด Futures ช่วยปรับระดับความเสี่ยงของพอร์ตโดยไม่จำเป็นต้องขายหรือปรับเปลี่ยนสินทรัพย์ทั้งหมด ขณะที่ Options เปิดโอกาสให้นักลงทุนกำหนดกรอบผลขาดทุนหรือผลตอบแทนได้ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจลงทุน ซึ่งจะช่วยลดการตัดสินใจภายใต้อารมณ์ในช่วงที่ตลาดผันผวนได้
ยกตัวอย่าง หากคุณมีพอร์ตหุ้นไทยมูลค่า 1 ล้านบาท และเกิดปัจจัยลบที่ทำให้ตลาดปรับตัวลดลง 10% เงินของคุณจะหายไปทันที 100,000 บาท หากคุณลงทุนแบบเดิม สิ่งที่ทำได้คือการนั่งลุ้นให้ราคากลับมาหรือตัดใจขายทิ้ง แต่หากใช้เครื่องมืออย่าง SET50 Index Futures จะสามารถเปิดสถานะขายเพื่อทำกำไรในขาลงมาช่วยชดเชยส่วนที่ขาดหายไปในพอร์ตหุ้น ผลลัพธ์คือมูลค่าพอร์ตโดยรวมจะยังคงเดิม นอกจากนี้ ความผันผวนของค่าเงินบาทคืออีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเริ่มกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในต่างประเทศผ่าน DR การมีเครื่องมืออย่าง USD Options จึงเป็น “ประกันภัยค่าเงิน” ที่เปิดโอกาสให้ล็อกต้นทุนค่าเงินได้ตามต้องการ โดยจ่ายเพียงค่าพรีเมียมเล็กน้อยเหมือนการจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ หากค่าเงินเคลื่อนไหวผิดทางก็เพียงแค่เสียเบี้ยประกันนั้นไป แต่ถ้าค่าเงินเป็นไปตามที่คาดก็ยังได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ช่วยตอบโจทย์นักลงทุนที่อยากปกป้องกำไรในพอร์ต
การเริ่มต้นทำความเข้าใจ TFEX ไม่ได้หมายความว่าต้องนำมาใช้ทันที แต่เป็นการเริ่มเปิดมุมมองว่า การลงทุนสามารถมี “แผนสำรอง” ได้ ไม่จำเป็นต้องจำกัดทางเลือกไว้เพียงแค่ถือหรือขายหุ้นเท่านั้น เมื่อโลกการเงินปัจจุบันเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิด เครื่องมืออย่าง TFEX จึงมีความจำเป็นมากขึ้นและกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารพอร์ตในยุคปัจจุบัน ช่วยให้มีทางเลือกมากขึ้นในการออกแบบพอร์ตให้เหมาะกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับความผันผวน หรือการวางแผนลงทุนระยะยาวอย่างมั่นคง
สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการรู้จักผลิตภัณฑ์ของ TFEX ว่าจะนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพสามารถช่วยเสริมพอร์ตได้อย่างไร สามารถเริ่มจากการศึกษาและทำความเข้าใจ ผ่าน “โครงการ TFEX Academy+” ที่จะเปิดให้ผู้สนใจเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงแนวคิดและเทคนิคการใช้ TFEX แบบมืออาชีพ พร้อมมี “พี่เลี้ยง” จากโบรกเกอร์คอยให้คำปรึกษาและดูแลการลงทุน เพื่อให้มือใหม่สามารถเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ TFEX ช่วยบริหารพอร์ตได้อย่างมั่นใจ โดยสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ TFEX Academy+ ได้ที่www.tfex.co.th





