วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

รับมือสงครามยืดเยื้อ เมื่อ 'โอเอซิส' สั่นคลอน

รับมือสงครามยืดเยื้อ เมื่อ 'โอเอซิส' สั่นคลอน

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างจากการโจมตีระหว่างอิสราเอล สหรัฐ และอิหร่าน กำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคใหม่ของสงครามระหว่างรัฐ” ที่ไม่ใช่เพียงสงครามตัวแทนในเกรย์โซนอีกต่อไป

    การที่ขีปนาวุธตกลงในเมืองสำคัญอย่างดูไบ โดฮา และมานามา ไม่เพียงแต่ทำลายอาคารบ้านเรือน แต่ยังทำลายภาพลักษณ์ “โอเอซิสแห่งความมั่นคง” ที่กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) เพียรสร้างมานาน สำหรับประเทศไทย วิกฤตินี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นโจทย์หินทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องวางยุทธศาสตร์เชิงรุกมากกว่าเพียงการตั้งรับ
    จากการประเมินของรัฐบาลและนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้มีแนวโน้มจะ “ยืดเยื้อ” เนื่องจากเป้าหมายของมหาอำนาจซับซ้อนกว่าเรื่องนิวเคลียร์ ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เห็นเด่นชัดคือ ต้นทุนพลังงานและการขนส่ง ที่ขยับตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยง การที่บริษัทประกันภัยโลกยุติการคุ้มครองเรือที่เดินทางเข้าอ่าวเปอร์เซีย และการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสำคัญในซาอุดีอาระเบียจนต้องปิดดำเนินการชั่วคราว เป็นสัญญาณอันตรายต่อห่วงโซ่อุปทานโลก นอกจากนี้ ภาคการบินยังเผชิญความปั่นป่วนอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อหุ้นสายการบินและการเคลื่อนย้ายผู้คน

    ในระยะเฉพาะหน้า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยและอพยพแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและรัดกุม แต่ใน มิติทางเศรษฐกิจท่ามกลางสงครามยืดเยื้อ รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินยุทธศาสตร์ที่ลึกไปกว่านั้น เริ่มต้นจากการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน เมื่อเส้นทางเดินเรือและแหล่งผลิตพลังงานตกเป็นเป้าหมาย รัฐบาลต้องร่วมกับภาคเอกชนในการประเมินความเสี่ยงและหาทางเลือกในการสำรองพลังงาน รวมถึงการหาเส้นทางขนส่งสินค้าสำรองเพื่อลดผลกระทบจากค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยที่พุ่งสูงขึ้น

    การสนับสนุนภาคเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือแหล่งเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ธุรกิจไทยยังคงขีดความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดโลกที่ผันผวน ประการสุดท้าย การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส  การที่อิหร่านยิงขีปนาวุธไปทั่วภูมิภาคทำลายเป้าหมายทางทหารของสหรัฐ แต่ส่งผลไปถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย เช่น สนามบินพาณิชย์ โรงแรม ในเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวดัง สะท้อนว่าแหล่งท่องเที่ยวในฝันของใครหลายคน อาจไม่ใช่แดนสวรรค์เสียแล้ว ไทยจะใช้จังหวะนี้เพิ่มความเชื่อมั่นในภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเราได้อย่างไร รวมไปถึงการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงทางอาหารให้กับภูมิภาคตะวันออกกลาง ในช่วงที่ความมั่นคงในพื้นที่กำลังสั่นคลอน
    การสู้รบกำลังเข้าสู่วันที่ 4 บทสรุปของสงครามครั้งนี้ยังยากจะคาดเดา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าการสู้รบจะดำเนินต่อไปหลายสัปดาห์ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือไทยต้องเตรียมพร้อมในทุกฉากทัศน์ รัฐบาลต้องไม่เพียงแต่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการอพยพคนไทยเท่านั้น แต่ต้องเป็น “แม่ทัพเศรษฐกิจ” ที่มองข้ามช็อตไปถึงการปรับตัวของโครงสร้างการค้าและการลงทุน  ทำงานเชิงบูรณาการ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการปรับตัวเพื่อให้เศรษฐกิจไทยไม่เพียงแค่ “อยู่รอด” แต่ยังสามารถ “เติบโต”  ท่ามกลางพายุสงครามที่ไม่มีทีท่าจะสงบลงโดยง่าย ภายใต้ระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนไป