วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เกมภาษี 15% ทรัมป์บททดสอบใหม่ ‘ศก.ไทย’

เกมภาษี 15% ทรัมป์บททดสอบใหม่ ‘ศก.ไทย’

การประกาศขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% ของโดนัลด์ ทรัมป์ ทันทีหลังจากศาลสูงสหรัฐ มีคำพิพากษาให้มาตรการภาษีเดิมเป็นโมฆะ สะท้อนถึงการยกระดับ “สงครามการค้า” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

ซึ่ง “ทรัมป์” ประกาศขยับเพดานภาษี โดยเปลี่ยนมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ไม่เพียงแต่เป็นการตอบโต้ฝ่ายตุลาการ แต่ยังเป็นการยืนยันนโยบาย “America First” ที่พร้อมจะใช้ภาษีศุลกากรเป็นอาวุธเชิงยุทธศาสตร์เพื่อกดดันประเทศคู่ค้าที่สหรัฐ มองว่า “เอาเปรียบ” มาอย่างยาวนาน
 

ความผันผวนนี้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการค้าโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อฝ่ายบริหารของสหรัฐ พยายามหาช่องว่างทางกฎหมายใหม่ๆ มาทดแทนอำนาจตามกฎหมายเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ที่ถูกตีตกไป สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่แน่นอนสูงของนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และการวางแผนธุรกิจในระยะยาว เนื่องจากมาตรการภายใต้มาตรา 122 นี้มีกำหนดเวลาเบื้องต้นเพียง 150 วันเท่านั้น ทำให้การทำสัญญา และการลงทุนทั่วโลกตกอยู่ในสภาวะชะงักงัน

สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจะเกิดขึ้นในลักษณะ “แรงบีบสองทาง” คือ ความไม่แน่นอนจากการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นทันที หลังประเด็นภาษีทรัมป์กลับมามีความคลุมเครืออีกครั้ง และปัญหาค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์​ถ้ารัฐบาลสหรัฐ ต้องคืนภาษีวงเงินกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์ ตามคำสั่งศาล ประเด็นที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐ สูง หรือ “Dirty 15” ยิ่งทำให้ไทยตกเป็นเป้าหมายหลักในการถูกบังคับให้เปิดตลาดและยอมรับเงื่อนไขทางการค้าที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์มากขึ้น

ภาครัฐ และเอกชนไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกผ่าน “การทูตเศรษฐกิจ” โดยเร่งเจรจาทางการค้าเพื่อสร้างความชัดเจน และรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงพาณิชย์และสถานทูตไทยต้องทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำไร (margin) ต่ำ ซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากทั้งภาษีที่เพิ่มขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตินี้ยังมี “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” สำหรับประเทศไทยในการยกระดับบทฐานการผลิตทางเลือก และศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค ในขณะที่สหรัฐ และจีนยังคงแข่งขันกันเป็นใหญ่ สงครามการค้าอาจเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานมายังอาเซียนมากขึ้น หากไทยสามารถบริหารจัดการความผันผวนของค่าเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ความไม่แน่นอนในปัจจุบันก็อาจกลายเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นและเติบโตในระยะยาว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์