การค้าโลกถึงแม้จะผ่อนคลายลงหลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยให้การเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2569
จากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารบังคับใช้ภาษีศุลกากรทั่วโลกใหม่อัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของ Trade Act 1974 มีผลวันที่ 24 ก.พ.2569 และถัดมาอีก 1 วันประกาศจะจัดเก็บอัตราภาษี 15% แต่ยังไม่ออกเป็นคำสั่งฝ่ายบริหาร
การใช้มาตรา 122 ของ Trade Act 1974 มีข้อจำกัดด้านเวลาใช้ได้ไม่เกิน 150 วัน จึงเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อกดดันและเร่งการเจรจาระยะสั้น ซึ่งจากกรอบเวลาดังกล่าวคาดว่าสหรัฐจะพยายามผลักดันให้ประเทศคู่ค้า รวมถึงไทยเข้าสู่กระบวนการเจรจาให้เร็วขึ้นภายในช่วงเวลาที่มาตรา 122 ยังบังคับใช้ โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันท่าทีของประเทศไทยที่ยังเดินหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐต่อเนื่อง
กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะใช้มาตรการอื่น เช่น มาตรา 232 ภายใต้ Trade Expansion Act 1962 ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ ดังที่สหรัฐประกาศเก็บภาษีเพิ่มเติมกับสินค้าบางกลุ่มไปก่อนหน้านี้เช่น เหล็กและอะลูมิเนียม ทองแดง ยานยนต์และชิ้นส่วน เซมิคอนดักเตอร์บางรายการ รวมถึงมาตรา 301 ภายใต้ Trade Act 1974 ซึ่งสหรัฐเคยประกาศใช้กับบางประเทศเพื่อตอบโต้กับมาตรการทางการค้าที่สหรัฐมองว่าไม่เป็นธรรมจากประเทศคู่ค้า
ในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐประกาศใช้มาตรา 122ของ Trade Act 1974 มีข้อจำกัดด้านเวลาใช้ได้ไม่เกิน 150 วัน ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยอยู่ในขั้นตอนการรับรอง สส.รวมถึงการเปิดสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกประธานสภาฯ และเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ และรัฐบาลใหม่จึงจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจึงจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงเป็นกระบวนการที่ใช้ระยะเวลา ดังนั้นในช่วงนี้รัฐบาลรักษาการต้องดำเนินการเจรจาในส่วนที่ทำได้
ดังนั้นในช่วง 150 วัน จึงจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องเดินหน้ากระบวนการที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการไปควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ภาคการผลิตของไทยเริ่มไม่ตอบโจทย์ตลาดโลกแล้ว และการหาตลาดใหม่เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) ที่เป็นตลาดหลักของไทยมานาน และรัฐบาลใหม่ควรมีนโยบายรับมือกับการค้าโลกที่ผันผวนควบคู่กันไป





