ครั้งที่แล้วผมชวนทุกท่านมาชมภาพจิ๊กซอว์ ก.ล.ต. ทำอะไรในปี 2568 เพื่อให้ “ตลาดทุนมีความน่าเชื่อถือ” กันไปแล้วนะครับ ซึ่งใช้พื้นที่ไปค่อนข้างมากเลยครับ เพราะเป็นประเด็นที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญและได้ดำเนินการไปหลายเรื่องมาก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่า...
๐ ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิอย่างเหมาะสม
๐ ผู้เกี่ยวข้องกับการระดมทุน เช่น กรรมการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้ตรวจสอบภายใน ตระหนักรู้บทบาทหน้าที่และปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
๐ การซื้อขายหลักทรัพย์มีความโปร่งใส ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางให้บริการผู้ลงทุนด้วยความรับผิดชอบและมีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
๐ ตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยไม่ถูกใช้เป็นแหล่งการฟอกเงินและเป็นช่องทางการก่ออาชญกรรมทางเทคโนโลยี
๐ ก.ล.ต. สามารถป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยยังคงรอบคอบ รัดกุม และเป็นธรรม รวมทั้งการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงแสดงพยานหลักฐานตามสิทธิอันพึงมีก่อนพิจารณาดำเนินการ (Due Process of Law)
ในครั้งนี้ผมขอพามาชมอีก 3 ภาพที่สำคัญไม่แพ้กันครับ นั่นคือ ตลาดทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ตลาดทุนเป็นกลไกสู่ความยั่งยืน และผู้ลงทุนมีสุขภาพทางการเงินที่ดี
ตลาดทุนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
(1) ส่งเสริม “การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในตลาดทุน” โดยหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) และสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ในการจัดทำแนวทางพัฒนาระบบนิเวศน์หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์และหลักการสำหรับกฎหมายลำดับรองไว้รองรับ เพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการระดมทุนและการลงทุนแบบดิจิทัลตลอดทั้งกระบวนการ พร้อมทั้งสนับสนุนการใช้กลไก “โทเคนดิจิทัล” เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยปี 2568 มีบริษัทที่ออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลแล้ว 4 ราย
(2) สร้างกลไกในการส่งผ่านและรวมรวมข้อมูล ให้ผู้ลงทุนสามารถเปิดบัญชีได้สะดวก (easy on-boarding) และช่วยให้เห็นข้อมูลการลงทุนของตนเองอย่างครอบคลุม (aggregate portfolio) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการการเงินส่วนบุคคล โดยปี 2568 มีผลสัมฤทธิ์ในโครงการ Digital Asset Platform (DAP) ที่สามารถช่วยให้ผู้ลงทุนตรวจสอบเงื่อนไขภาษีในการโอนย้าย LTF ไปยัง Thai ESG
(3) สนับสนุนให้ผู้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลให้มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุนลงทุนใน crypto ETF ได้ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ศึกษาการจัดตั้ง Crypto ETF ในไทย (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์และคาดว่าจะออกได้ในต้นปีนี้ครับ) และปรับปรุงหลักเกณฑ์เพิ่ม crypto และโทเคนดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิงภายใต้ พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้าฯ
(4) ผลักดัน “TouristDigiPay” โครงการทดสอบนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นเงินบาทและนำไปใช้จ่ายผ่าน e-money ร่วมกับกระทรวงการคลัง ปปง. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเพิ่มทางเลือกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ และส่งเสริมการนำนวัตกรรมและสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับสนุนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ
ตลาดทุนเป็นกลไกสู่ความยั่งยืน
(1) ส่งเสริมให้ธุรกิจจัดการลงทุนมีการลงทุนด้วยความรับผิดชอบ ปรับเกณฑ์กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) โดยเพิ่มการจัดประเภทการลงทุน (label) ให้ชัดเจน เพิ่มมาตรฐานการลงทุน และเพิ่มความรับผิดชอบ และโปร่งใสในการบริหารจัดการของกองทุน เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนได้สะดวกขึ้น และลดความเสี่ยงการฟอกเขียว (greenwashing) โดยในปี 2568 SRI Fund มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 110% เทียบกับสิ้นปี 2567
(2) เพิ่มประเภท “ทรัพย์สินยั่งยืน” ที่ Thai ESG และ Thai ESGX สามารถลงทุนได้ ให้ครอบคลุมโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) REITs และ Infra Funds ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน
(3) ส่งเสริมตลาดคาร์บอนแบบภาคสมัครใจ (voluntary carbon market) เพื่อเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเพิ่มช่องทางซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายคาร์บอนเครดิต
(4) สนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางให้นำปัจจัยด้าน ESG มาผนวกในกระบวนการวิเคราะห์ รวมทั้งปรับหลักเกณฑ์การทบทวนความรู้ (refresher course) สำหรับนักวิเคราะห์การลงทุนให้มีความรู้เกี่ยวกับปัจจัยด้าน ESG ด้วย
ผู้ลงทุนมีสุขภาพทางการเงินที่ดี
(1) ผลักดัน “โครงการบัญชีการออมการลงทุนส่วนบุคคล” หรือ Thailand Individual Saving Account (TISA) ร่วมกับกระทรวงการคลัง FETCO และตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้กรอบแนวคิดเบื้องต้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีวัฒนธรรมการลงทุนระยะยาว โดยผู้ลงทุนสามารถเปลี่ยนเงินออมเป็นเงินลงทุนระยะยาว และกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย
(2) ปรับโครงสร้างการกำกับดูแลธุรกิจกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น เช่น การคำนวณและเปิดเผยค่าธรรมเนียมกองทุนรวมต้องเป็นธรรม โปร่งใส สมเหตุสมผลและสะท้อนบริการที่แท้จริง (fee for reasons) เพื่อให้ผู้ลงทุนมีต้นทุนค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม โปร่งใส มีข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน
(3) ส่งเสริมการใช้ PVD เป็นกลไกการออมและการลงทุนระยะยาวรองรับการเกษียณอายุ โดยให้บริษัทจดทะเบียนเปิดเผยข้อมูลสมาชิก PVD ในแบบ 56-1 One Report เพื่อส่งเสริมบทบาทของบริษัทจดทะเบียนในการสนับสนุนการออมเพื่อการเกษียณอายุของลูกจ้าง และเพิ่มอัตราการเข้าร่วมเป็นสมาชิก PVD ของลูกจ้าง
(4) ส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุน ซึ่งในปี 2568 ก.ล.ต. ได้จัดทำหลายโครงการเพื่อ “ติดอาวุธความรู้” ให้กับประชาชน เช่น “SEC E-learning” โดยมี 5 มหาวิทยาลัยนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนแล้ว (สำหรับผู้สนใจสามารถคลิกเข้าเรียนได้ที่ https://sec-elearning.smarttoinvest.com/ ซึ่งในปัจจุบันได้นำหลักสูตร “ก.ล.ต. Crypto Academy” มารวมศูนย์อยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกันเพื่อความสะดวกด้วยครับ) พร้อมจัดทำหลักสูตรต้นแบบและอบรมกลุ่มเป้าหมายใน 5 ภูมิภาค มีหน่วยงานนำสื่อไปส่งต่อความรู้ จัดทำโครงการให้ความรู้ทางการเงินการลงทุนสำหรับกลุ่มวัยใกล้เกษียณ – เกษียณ จัดกิจกรรมคลาสเรียนเพิ่มความรู้ด้านการเงินการลงทุน พร้อมจัดทำสื่อความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเงินการลงทุนเพื่อให้สามารถวางแผนและบริหารทรัพย์สินที่มีให้ งอกเงยเพียงพอกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ
(5) สร้างกลไกป้องกันและช่วยเหลือผู้ลงทุน (Anti-Scam) ประชาสัมพันธ์เตือนภัยหลอกลงทุน รวมทั้งร่วมมือกับ IOSCO ส่งข้อมูลผ่านระบบ I-scan ซึ่งเป็นระบบศูนย์กลางการเตือนภัยระดับโลก และร่วมมือกับ Meta ปิดกันกั้นเพจมิจฉาชีพหลอกลงทุน หรือแอบอ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ/บริษัทจดทะเบียน เพื่อป้องกันและหยุดยั้งภัยหลอกลวงทางออนไลน์เชิงรุก ลดความเสียหายกับผู้ลงทุนเรียกได้ว่า ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายมากจริง ๆ ครับ แต่เราก็มุ่งมั่นในการกำกับดูแลอย่างเต็มความสามารถ ควบคู่ไปกับการพัฒนาตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งในปี 2569 ก.ล.ต. ยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นดำเนินพันธกิจด้วยแนวทาง Building Trust, Powering Growth เพื่อยกระดับตลาดทุนไทยให้มีความน่าเชื่อถือ เข้มแข็ง และสามารถเติบโตควบคู่ไปกับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไปครับ
ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ





