ธรรมชาติของการดำเนินธุรกิจกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม ทั้งความซับซ้อน ความพัวพันเกี่ยวโยง และความเป็นพลวัตที่มากขึ้น ทุกกิจการกำลังเผชิญกับอนาคตที่มีความไม่แน่นอนยิ่งกว่าในยุคก่อน ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องกิจการในปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการสร้างความพร้อมผัน (Resilience) เพื่อวันพรุ่งนี้ จึงจะมีโอกาสอยู่รอด
ประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ ระบบเศรษฐกิจ และสภาพแวดล้อม กำลังถูกท้าทายด้วยปัจจัยที่ไม่เคยมีมาก่อน ทั้งจากระเบียบโลกเดิมที่ถูกสั่นคลอนด้วยแนวคิดเอกภาคีนิยม (นโยบายที่กระทำฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงความเห็นชอบ การสนับสนุน หรือผลกระทบต่อประเทศอื่น) และลัทธิคุ้มครองทางการค้าเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตนฝ่ายเดียว อาชญากรรมทางไซเบอร์ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นพร้อมกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมทั้งผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกรวมสามปี (ค.ศ. 2023-2025) ได้เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 1.48 °C เกินกว่าระดับอุณหภูมิยุคก่อนอุตสาหกรรม และเป็นช่วงปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
สภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบันต้องการ “ภาวะพร้อมผัน” ซึ่งหมายถึง ความสามารถในการคาดการณ์ การตอบสนอง และการปรับตัวท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
การสร้างความพร้อมผัน เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจลักษณะของความพึ่งพา (Dependencies) ความเสี่ยง (Risks) และผลกระทบ (Impacts) ที่ธุรกิจอาจต้องเผชิญ
ภาวะพร้อมผัน เป็นความสามารถของระบบและส่วนประกอบต่างๆ ในการคาดการณ์ รับมือ ปรับตัว หรือฟื้นตัวจากผลกระทบของเหตุการณ์ที่เป็นภัยคุกคามได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการสร้างหลักประกันในการรักษา การฟื้นฟู หรือการปรับปรุงโครงสร้างและหน้าที่พื้นฐานที่จำเป็นของระบบนั้น ๆ
ภาวะพร้อมผัน ยังรวมถึงการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน (Downside) และการเตรียมพร้อมเพื่อฉกฉวยโอกาสที่เกิดขึ้น (Upside)
ความผันผวนทางการเงินและภูมิรัฐศาสตร์ มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ไปอีกนาน และอาจกลายเป็น "ความปกติใหม่" ในการดำเนินธุรกิจ ทำให้กิจการควรให้ความสำคัญกับทั้งมาตรการตั้งรับ และมาตรการเชิงรุก เพื่อปกป้องบริษัทในระยะสั้น และหาโอกาสในการปรับปรุงธุรกิจให้ดีขึ้นในระยะยาว
ทั้งนี้ การตัดสินใจของกิจการจะต้องมุ่งเน้นทั้งการเติบโตและผลิตภาพไปพร้อม ๆ กัน เพราะการเน้นผลิตภาพเพียงอย่างเดียวอาจช่วยให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แต่เมื่อวงรอบธุรกิจถัดไปมาถึง กิจการอาจถูกคู่แข่งทิ้งห่างทางกลยุทธ์โดยไม่ทันตั้งตัว
ภาวะพร้อมผัน เป็นเรื่องของความสามารถในการ "พลิกตัว" เมื่อกิจการต้องเผชิญกับความชะงักงัน เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและเสริมความแข็งแกร่งสำหรับสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า ซึ่งประกอบด้วย การบรรเทาผลกระทบ (Mitigation) การปรับตัว (Adaptation) และการเปลี่ยนผ่าน (Transition)
เริ่มต้นที่การรวบรวมข้อมูล ตั้งแต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ และลักษณะของความพึ่งพา ความเสี่ยง และผลกระทบที่มีต่อบริษัท ซึ่งมิใช่เพียงการพยากรณ์ในทางใดทางหนึ่ง แต่เป็นการประเมินฉากทัศน์ที่เป็นไปได้หลายทาง พร้อมการทดสอบภาวะวิกฤต การวางระบบเตือนภัยล่วงหน้า และกระบวนการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่ชัดเจนต่อเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่น ในห่วงโซ่อุปทาน ความชะงักงันแบบใดที่เป็นชนวนให้ต้องตัดสินใจ และความชัดเจนว่าจะเลือกตัดสินใจแบบใด
การบรรเทาผลกระทบจะเกิดขึ้นในระยะใกล้กับเหตุการณ์ โดยต้องพิจารณาเครื่องมือที่ใช้ในการรับมือ เช่น การบริหารค่าใช้จ่าย การปรับราคา หรือการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน ตามระดับความเสี่ยงและผลกระทบ อาทิ การประกาศขึ้นภาษีการค้า จำต้องมีการสั่งของล่วงหน้า (Front-loading) เพื่อสำรองสินค้าในราคาเดิมจากผู้ส่งมอบต่างประเทศ ส่วนการปรับตัวจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการระยะกลาง เช่น การย้ายฐานการผลิต การเจรจาเงื่อนไขใหม่กับผู้ส่งมอบ หรือการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า ขณะที่การเปลี่ยนผ่านอาจต้องใช้การเปลี่ยนแปลงระยะยาว เพื่อเกลี่ยการส่งมอบให้ไม่ยึดติดกับผู้ส่งมอบแหล่งใดแหล่งหนึ่ง เปรียบเสมือนการสร้างกล้ามเนื้อองค์กรให้พร้อมต่อการรับแรงกระแทกจากภายนอก มีการจำลองสถานการณ์ทางธุรกิจตามฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ และการเตรียมแผนปฏิบัติการเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เป็นต้น
ข้อพิจารณาที่กิจการหมั่นตั้งคำถาม ได้แก่ ประการแรก ความรวดเร็วในการบรรเทาผลกระทบ ประการที่สอง ประสิทธิผลของการปรับตัวและผลลัพธ์ที่คาดหวัง และประการที่สาม ความยั่งยืนของการเปลี่ยนผ่าน เพราะสิ่งที่องค์กรต้องเรียนรู้ มิใช่เพียงการฝึกฝนเฉพาะหน้า แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีการบริหารองค์กร รวมทั้งการสื่อสารกับลูกค้าและพันธมิตรทางการค้าอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรรมการบริษัทมีบทบาทสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความพร้อมผันของกิจการที่กำกับดูแล ด้วยการเสนอให้มีการทดสอบภาวะวิกฤตเพื่อดูว่าบริษัทมีการเตรียมพร้อมอย่างไร ทั้งในแง่ของการลดต้นทุนและความรวดเร็วในการดำเนินการ รวมถึงการวิเคราะห์ฉากทัศน์ต่าง ๆ ตลอดจนการตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เช่น การประเมินความแข็งแกร่งของการดำเนินงานในกรณีที่ถูกโจมตีทางไซเบอร์
เพื่อให้ตอบโจทย์ความพร้อมผันของกิจการอย่างรอบด้าน ธุรกิจควรคำนึงถึงทางเลือกในการตัดสินใจ นอกเหนือจากการตัดลดต้นทุน แต่มองถึงความเป็นไปได้ของการลงทุนแบบสวนกระแสในบางโอกาส เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายได้อย่างราบรื่นในที่สุด





