วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

วัดกระแสโหวตเตอร์วินาทีสุดท้าย 4 พรรคการเมืองปราศรัยใหญ่

วัดกระแสโหวตเตอร์วินาทีสุดท้าย 4 พรรคการเมืองปราศรัยใหญ่

ก่อนถึงวันดีเดย์เลือกตั้งเปลี่ยนประเทศ  อาทิตย์ที่ 8 ก.พ. วันนี้ (6 ก.พ.) ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่คอการเมืองใน กทม. ตั้งตารอ เพราะสี่พรรคการเมืองหลักปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนประชาชนตัดสินใจหย่อนบัตร แดดร่มลมตกก็เริ่มกันเลย

    16.00 น.  พรรคประชาชน ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง, 16.00 - 18.00 น. พรรคภูมิใจไทย เปิดเวทีที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, 17.00 น. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ One Bangkok ส่วน พรรคเพื่อไทย เริ่ม 17.30 น. ที่สนามเทพหัสดิน ตั้งอยู่ด้านข้างสนามศุภชลาศัย ภายในบริเวณกรีฑาสถานแห่งชาติ
    เห็นสถานที่ปราศรัยกลางกรุงสะท้อนความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต เดิมทีการหาเสียงหรือการชุมนุมทางการเมืองในกรุงเทพฯ มักทำกันที่สนามหลวง ตามต้นแบบสวนสาธารณะไฮด์ปาร์กของอังกฤษ ที่เปิดพื้นที่ให้คนมาชุมนุมพูดคุยทางการเมือง ปัจจุบันพรรคการเมืองสามารถเช่าพื้นที่เอกชนจัดการปราศรัยได้ สะท้อนให้เห็นอีกหนึ่งฟังก์ชันของห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่แค่ที่กิน ที่เที่ยว ที่ชอปปิง แต่เป็นพื้นที่ตอบโจทย์ active citizen ลบคำปรามาสว่า “กรุงเทพฯ มีแต่ห้าง” การปราศรัยใหญ่นั้นสำคัญยิ่ง เป็นการสื่อสารที่พรรคการเมืองมีไปถึงโหวตเตอร์โดยตรง สร้างความฮึกเหิมได้มาก เย็นนี้จึงต้องจับตาให้ดี ว่าแต่ละพรรคจะปล่อยหมัดเด็ดวินาทีสุดท้ายซื้อใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างไร

    ข้อดีของการจัดปราศรัยในห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่กลางเมืองคือเดินทางง่ายด้วยรถโดยสารสาธารณะ ยุคนี้คือรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดิน ยิ่งเดินทางง่ายยิ่งมีข้อได้เปรียบที่จะดึงคนได้มาก ข้อน่าสังเกตอีกประการหนึ่งของการเลือกตั้งครั้งนี้คือเทรนด์การเปิดตัวว่าเราเลือกใคร เชียร์พรรคไหน แม้แต่ในพรรคการเมืองเดียวกันก็ยังแบ่งเฉดเล็กเฉดน้อย แฟนคลับประกาศตัวเข้าสังกัด ไม่ได้สร้างความแตกแยกแต่เป็นสีสันทำให้เชียร์การเมืองสนุกขึ้น และปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายคึกคักคือการมีส่วนร่วมของคนเจน Z ที่มีทั้งความความสดใหม่และพลังสร้างสรรค์โดยเฉพาะในช่องทางโซเชียลมีเดีย คนเจน Z คือกลุ่มเป้าหมายที่ทุกพรรคมุ่งหวัง  ไม่ใช่แค่การเมืองไทย การเมืองญี่ปุ่นที่จะเลือกตั้งในวันเดียวกันแต่ละพรรคต่างหวังแย่งชิงเสียงคนกลุ่มนี้ 

    เพราะฉะนั้นก่อนถึงวันเลือกตั้ง สิ่งที่ต้องจับตาเย็นวันนี้คือ 1. พลังของโหวตเตอร์ที่แห่กันไปฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองที่ตนเองเชียร์ 2. ความคิดสร้างสรรค์ของโหวตเตอร์แต่ละช่วงวัย แม้คนเจน Z จะถูกจับตาแต่ทุกเพศ ทุกวัย มีหนึ่งคนหนึ่งเสียงเท่ากัน 3. BTS, MRT รถสาธารณะ กรุงเทพมหานคร มีกำลังเพียงพอรองรับโหวตเตอร์จำนวนมหาศาลที่จะเดินทางออกไปในเวลาเดียวกันหรือไม่ 4. ผู้ไปฟังปราศรัยจะส่งผลต่อยอดขายของห้าง ยอดจำหน่ายตั๋วรถโดยสาร ยอดการซื้ออาหารเครื่องดื่มในจุดปราศรัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะการเลือกตั้ง ซึ่งการเปิดให้ประชาชนตัดสินใจเลือกอนาคตของตนเองนั้นย่อมดีเสมอ