background-default

วันพุธ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

เมื่อ “ประกันเหมาจ่าย” กำลังสิ้นสุด

เมื่อ “ประกันเหมาจ่าย” กำลังสิ้นสุด

สวัสดีครับ ช่วงนี้หากท่านสังเกตความเคลื่อนไหวในแวดวงประกันสุขภาพ จะเห็นว่าจะมีหลายอย่างเกิดขึ้นในปี 2026 นี้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดมาจากจากโครงสร้างอุตสาหกรรมที่กำลังปรับฐานครั้งใหญ่ วันนี้ผมจะขอให้คุณปิติพงษ์ รุ่งเรืองวุฒิกุล CFP® ผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการเงินของบริษัท Wealth Creation International Investment Advisory Security Co., Ltd. จะมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้อ่าน ถึงความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ และที่สำคัญคือ “กลยุทธ์การจัดพอร์ตสุขภาพ” เพื่อให้ท่านยังคงมีความมั่นคงต่อไปในแผนการเงินของทุกท่านครับ

จุดเปลี่ยนตลาดประกันสุขภาพ: เมื่อการวางแผนต้องก้าวให้ทันความเปลี่ยนแปลง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่ารักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากผลของ Medical Inflation ที่เติบโตเร็วกว่าระดับเงินเฟ้อทั่วไป ส่งผลให้ระบบประกันสุขภาพต้องมีการปรับตัว เพื่อให้สามารถดูแลผู้เอาประกันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว รูปแบบ “ประกันเหมาจ่าย 100%” ที่เคยเป็นคำตอบหลักของผู้บริโภค จึงเริ่มพัฒนาไปสู่ระบบ Co-payment หรือการร่วมจ่ายบางส่วน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความคุ้มครองและค่าเบี้ยประกันให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในมุมมองของที่ปรึกษาการเงิน การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่สัญญาณเตือนให้กังวลแต่อย่างใดนะครับ แต่ถือเป็นโอกาสที่ท่านผู้อ่านทุกท่านจะได้มีโอกาสในการทบทวนแผนสุขภาพและการเงินให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ของชีวิตและการเปลี่ยนแปลงในด้านการรักษาพยาบาลครับ

เข้าใจความเสี่ยง เพื่อบริหารการเงินได้อย่างมีระบบ เมื่อผู้เอาประกันต้องมีส่วนร่วมในค่าใช้จ่ายบางส่วนมากขึ้น การวางแผนเงินสำรองเพื่อสุขภาพจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารการเงินส่วนบุคคลการมี “กองทุนสุขภาพส่วนตัว” ไว้ล่วงหน้า จะช่วยลดแรงกระแทกทางการเงินเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน และทำให้ครอบครัวสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ แม้ในช่วงที่รายได้อาจได้รับผลกระทบจากการเจ็บป่วย เพราะหากมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการรักษา หากเป็นการเจ็บป่วยที่เรายังสามารถทำงานต่อไปได้ก็อาจจะไม่กระทบต่อครอบครัวมากเท่าไร แต่หากการเจ็บป่วยนั้นทำให้เราไม่สามารถทำงานต่อไปได้แล้ว การวางแผนกองทุนประกันสุขภาพไว้ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ครอบครัวยังสามารถใช้ชีวิตต่อเนื่องได้ครับ การจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ คือหัวใจของการสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ประกันกลุ่ม: จุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ควรเป็นคำตอบสุดท้าย

สวัสดิการประกันกลุ่มจากองค์กร เป็นพื้นฐานที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในช่วงวัยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตาม ในเชิงการวางแผนระยะยาว ประกันกลุ่มยังมีข้อจำกัดด้านความต่อเนื่องและเงื่อนไขเฉพาะบุคคล การมีประกันสุขภาพส่วนบุคคลควบคู่กันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยเสริมความมั่นคง และรักษาทางเลือกในการดูแลสุขภาพในอนาคต เนื่องจากประกันกลุ่ม เป็นประกันที่ติดตัวเราในขณะที่เรายังทำงานอยู่ในบริษัทนั่นๆ หากวันนึงเราไม่ได้ทำงานที่บริษัทนั่นต่อแล้วประกันกลุ่มก็จะหมดความคุ้มครองลงไป ดังนั้นเราควรเตรียมพร้อมในการทำประกันสุขภาพส่วนตัวควบคู่ไว้ด้วยครับ

สวัสดิการรัฐ: ฐานความมั่นคงที่ควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ระบบหลักประกันสุขภาพของไทย เป็นฐานรากสำคัญที่ช่วยดูแลประชาชนในทุกช่วงชีวิต และลดความเสี่ยงจากภาระค่ารักษาที่เกินกำลังในขณะเดียวกัน สำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว ความรวดเร็ว และทางเลือกในการรักษาที่มากขึ้น การวางแผนประกันเสริมอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดต้นทุนแฝงในระยะยาว

สุขภาพที่ดี คือสินทรัพย์ทางการเงินที่สำคัญที่สุด

ในฐานะที่ปรึกษาการเงิน สิ่งที่พบเสมอคือ ปัญหาสุขภาพมักเป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่กระทบต่อแผนการเงินของครอบครัวโดยไม่ทันตั้งตัวการดูแลสุขภาพเชิงรุก ไม่ต่างจากการลงทุนระยะยาว ทั้งการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการตรวจสุขภาพประจำปี ล้วนช่วยลด “ต้นทุนชีวิต” ในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะสุขภาพที่แข็งแรง คือฐานของความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

บทสรุป: วางแผนการเงินแบบองค์รวม เพื่อชีวิตที่มั่นคงทุกช่วงวัย

การบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของประกันเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินทั้งชีวิต

แนวทางที่เหมาะสม คือการผสมผสานการดูแลสุขภาพ การเลือกประกันสุขภาพ ที่สอดคล้องกับรายได้ การจัดสรรเงินสำรอง สวัสดิการที่มีอยู่ รวมถึงการเสริมด้วยประกันโรคร้ายแรงและประกันอุบัติเหตุ

เมื่อทุกองค์ประกอบถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ เราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ เดินหน้าไปสู่เป้าหมายทางการเงิน โดยไม่ปล่อยให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพมาบั่นทอนอนาคตของเราครับ