วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

วิกฤติโลก วิกฤติไทย โจทย์ใหญ่ ‘ผู้นำประเทศ’

วิกฤติโลก วิกฤติไทย โจทย์ใหญ่ ‘ผู้นำประเทศ’

เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในห้วงเวลาที่เปราะบาง คาดเดาได้ยาก ความผันผวนกลายเป็น “ภาวะปกติใหม่” ที่ทุกประเทศต้องเผชิญ สินทรัพย์แทบทุกประเภท ตั้งแต่หุ้น ค่าเงิน ไปจนถึงคริปโท แกว่งตัวแรงตามกระแสข่าว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ 

    แม้แต่ “ทองคำ” ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็ยังขึ้นลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกต่อทิศทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
    ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยที่เพิ่มแรงสั่นสะเทือนให้ระบบเศรษฐกิจโลก คือ การมาของ “ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ” (เฟด) คนใหม่ ถูกมองว่าใกล้ชิดกับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ สร้างคำถามใหญ่ต่อความเป็นอิสระของเฟด และทิศทางนโยบายดอกเบี้ยในอนาคต ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ทุกถ้อยแถลงทุกสัญญาณเชิงนโยบายจากเฟด ย่อมส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเงินทุนเคลื่อนย้าย ค่าเงิน และเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา

    ท่ามกลางแรงกดดันจากภายนอก หันกลับมาที่ประเทศไทยเรากำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยนทางการเมือง” อีกครั้ง จังหวะการเลือกตั้งในไทยอยู่ในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความผันผวน นับเป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่อาจกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในทศวรรษข้างหน้า นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศไม่ได้มองเพียงผลการเลือกตั้ง แต่จับตา “คุณภาพของผู้นำ” และ “เสถียรภาพของนโยบาย” หลังการเลือกตั้งมากกว่า

    เศรษฐกิจไทยวันนี้ยังเผชิญโจทย์สะสมจากหลายปีที่ผ่านมา หลายเรื่องที่เรายังติดหล่ม ทั้งการเติบโตที่ต่ำกว่าศักยภาพ หนี้ครัวเรือนระดับสูง ความสามารถแข่งขันที่ถดถอย โครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งเครื่องยนต์เก่าอย่างท่องเที่ยว และส่งออกเป็นหลัก เมื่อปัจจัยภายนอกผันผวนรุนแรง ประเทศที่ฐานภายในอ่อนแอย่อมได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ ประเทศไทยพร้อมรับแรงกระแทกแค่ไหนในบริบทเช่นนี้ แน่นอนว่าบทบาทผู้นำประเทศสำคัญมาก ผู้นำยุควิกฤติไม่ใช่แค่ผู้บริหารตามรอบวาระ แต่ต้องเป็นผู้กำหนดทิศทาง สื่อสารความหวัง และสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งสังคมและตลาดโลก
    ประเทศต้องการผู้นำที่เข้าใจเศรษฐกิจโลก เชื่อมโยงนโยบายการคลัง การเงิน และการปฏิรูปโครงสร้างเข้าด้วยกัน ไม่ใช่นโยบายระยะสั้นที่มุ่งเพียงคะแนนนิยม การพาประเทศผ่านพ้นห้วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน จำเป็นต้องอาศัยวิสัยทัศน์ระยะยาว ความกล้าตัดสินใจ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เลือก “รัฐบาลใหม่” แต่คือการเลือกทิศทางอนาคต ว่าไทยจะเป็นเพียงผู้รับแรงกระแทกจากโลก หรือจะลุกขึ้นปรับโครงสร้างตัวเองให้แข็งแรงพอจะยืนหยัด ขณะที่พายุเศรษฐกิจโลกยังโหมแรงและยืดเยื้อกว่าที่คาด