ต้นปี 2026 นี้นักลงทุนในตลาดคริปโทฯ จำนวนมากอาจรู้สึกสับสนกับสภาวะตลาดที่ดูนิ่งๆ ยังไม่เห็นทิศทางตลาดที่ชัดเจน ราคาของ Bitcoin และ Altcoin ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการปรับบวกอย่างมีนัยยะ ดังเช่นภาวะตลาดในช่วง bull run ที่ผ่านมา แต่ราคาสินทรัพย์ในตลาดก็ไม่ได้ร่วงหนักพอจะเรียกว่าตลาดเข้าสู่สถานการณ์ bear market ได้เต็มตัว หากมุ่งเป้าที่เพียงกราฟราคาอาจชวนให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากตลาดคริปโทฯ หรือความเชื่อมั่นกำลังหายไป แต่ในความเป็นจริงแล้วหากเรามองให้ลึกกว่านั้นจะพบว่าตัวบ่งชี้ที่เล่าเรื่องได้ ชัดเจนกว่ากราฟราคาที่ผันผวน คือ ปริมาณ stablecoin ในระบบนั่นเอง
Stablecoin คือคริปโทเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ โดยอาศัยกลไกต่าง ๆ เพื่อตรึงมูลค่า เช่น สกุลเงิน fiat อย่างดอลลาร์ หรือสินทรัพย์อ้างอิงอื่น ๆ ช่วยลดความผันผวนของมูลค่าที่เรามักพบในสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ จุดประสงค์หลักมักถูกใช้เป็นตัวกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีในตลาด ซึ่งปริมาณ stablecoin ที่หมุนเวียนในระบบจึงมักสะท้อนถึง “dry powder” หรือเงินทุนที่รอการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หากมี stablecoin หมุนเวียนมาก สามารถตีความได้ว่ามีเม็ดเงินจำนวนนับแสนล้านดอลลาร์ที่ยังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบคริปโทฯ พร้อมจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ต่างๆได้ทุกเมื่อ ในทางกลับกันหากปริมาณ stablecoin หดตัวลงต่อเนื่อง นั่นก็อาจหมายถึงทิศทางเงินทุนที่ไหลออกและสภาพคล่องในตลาดคริปโทฯ ที่ลดลง
ช่วงต้นปี 2026 ข้อมูลบ่งชี้ว่าเม็ดเงินในรูปของ stablecoin ยังคงอยู่หมุนเวียนในตลาดในระดับที่สูงมากใกล้เคียงจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่านักลงทุนยังไม่ได้ถอนเงินออกจากระบบแม้ช่วงปลายปี 2025 ตลาดจะผ่านความผันผวนที่รุนแรงก็ตาม รายงานจาก DeFiLlama ระบุว่า มูลค่ารวมของ stablecoin ทั้งระบบปัจจุบัน (ม.ค. 2026) อยู่ที่ราว 3.07 แสนล้านดอลลาร์ และยังเพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 600 ล้านดอลลาร์ ภายในสัปดาห์เดียวนับแต่ช่วงเปิดปี 2026 มา ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกว่ามีเงินทุนใหม่ไหลกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ Binance exchange ยังพบการไหลเข้าของ stablecoin สุทธิกว่า 670 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์เดียวเช่นกัน สะท้อนความสนใจที่ทยอยกลับคืนสู่แพลตฟอร์มที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในตลาด อย่าง Binance และสภาพคล่องบางส่วนเริ่มหันกลับมาเปิดรับโอกาสใหม่ๆ
ปี 2025 ที่ผ่านมา ตลาด stablecoin เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมูลค่าธุรกรรมรวมทั้งปีสูงถึง 33 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 72% YoY ตามข้อมูลจาก Artemis Analytics (อ้างอิงโดย Bloomberg) สะท้อนการยอมรับที่กว้างขึ้นในภาคการเงินดิจิทัลและการชำระเงินทั่วโลก ทั้งนี้ USDC กลายเป็น stablecoin ที่มีมูลค่าการทำธุรกรรมมากที่สุดในปี 2025 (ราว 18.3 ล้านล้านดอลลาร์) แซงหน้า USDT ที่มีมูลค่าธุรกรรมราว 13.3 ล้านล้านดอลลาร์ ความนิยมของ USDC ส่วนหนึ่งมาจากการใช้งานบนแพลตฟอร์ม DeFi ที่มีการหมุนเวียนเงินบ่อยครั้ง ขณะที่ USDT มักถูกใช้งานเสมือนเงิน digital dollar
สำหรับการโอนเงินและชำระสินค้ามากกว่าบรรยากาศทางด้าน regulatory ก็มีบทบาทสำคัญที่หนุนการเติบโตของ stablecoin ในปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีการผลักดันกฎหมาย Genius Act ซึ่งกำหนดกรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน ให้แก่ stablecoin ส่งผลให้เหรียญที่ปฏิบัติตามกฎอย่าง USDC ได้รับการยอมรับในสายตาภาครัฐและสถาบันอย่างโดดเด่น นอกจากนี้ สถาบันการเงินรายใหญ่ต่างเริ่มสนใจที่จะออกเหรียญ stablecoin ของตนเองหรือใช้โครงสร้างพื้นฐานนี้มากขึ้น เช่น ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Citi ที่ประกาศแผนศึกษาการออก stablecoin ของตัวเอง และ Visa ที่เตรียมทดลองใช้ stablecoin สำหรับการชำระเงินในปี 2026 นี้ ตลอดจนยักษ์ใหญ่อย่าง Standard Chartered, Walmart และ Amazon ก็เริ่มทดลองใช้เทคโนโลยี stablecoin ในระบบของตนเองแล้วเช่นกัน
แม้ USDT จะยังครองตำแหน่งผู้นำมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงสุดในโลก แต่ในช่วงปี 2024-2025 USDC มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว โดยในปี 2025 มูลค่าตลาดของ USDC เพิ่มขึ้นถึง 73% (แตะระดับประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์) ขณะที่มูลค่าตลาดของ USDT เติบโตขึ้นมาเพียง 36% (สิ้นปีที่ราว 1.86 แสนล้านดอลลาร์) และจากส่วนแบ่งตลาดรวมของทั้งสองเหรียญนี้คิดเป็นกว่า 80% ของมูลค่าตลาด stablecoin ทั้งหมด โดยการเติบโตในด้านมูลค่าตลาดของ USDC ที่เหนือกว่า USDT 2 ปีซ้อนนี้เป็นสัญญาณว่านักลงทุนสถาบันจำนวนมาก เริ่มให้ความไว้วางใจเหรียญที่มีการกำกับดูแลสูงอย่าง USDC มากกว่าจะเลือกเหรียญที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจนอย่าง USDT
รายงานจาก Bloomberg Intelligence ประเมินว่า มูลค่าการไหลเวียนของ stablecoin ในระบบการชำระเงินทั่วโลกอาจพุ่งแตะ 56.6 ล้านล้านดอลลาร์ได้ภายในปี 2030 จากระดับเพียง 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งหากประมาณการนี้เกิดขึ้นจริง stablecoin จะกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือการชำระเงินที่สำคัญที่สุดของระบบการเงินโลก โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงราว 80% ต่อปี ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
ท้ายนี้แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวของ stablecoin เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้เล่นในตลาด ไม่ว่าราคาสินทรัพย์จะขึ้นหรือลง เม็ดเงินที่ไหลเข้าออกผ่าน stablecoin เป็นสัญญาณหลักที่บ่งชี้สภาพคล่องในระบบ หากปริมาณ stablecoin ในตลาดเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งบอกได้ว่ายังคงมีเม็ดเงินในระบบที่เตรียมพร้อมจะลงทุนต่อ หรือนักลงทุนก็ยังไม่ได้หนีหายออกจากตลาดไป แต่หากมูลค่ารวมของ stablecoin หดตัวลงมาก นั่นอาจเป็นธงแดงที่บ่งชี้ว่าเงินทุนกำลังไหลออกจากระบบและความเชื่อมั่นต่อตลาดคริปโทฯ ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งอ้างอิง:
● Glassnode Insights – “Clearing the Decks” (Jan 2026)
● Glassnode Insights – “A Return to Profitability” (Jun 2025)
● Business Times: https://www.businesstimes.com.sg/wealth/crypto-alternative-assets/stablecoin-transactions-rose-record-us33-trillion-led-usdc
● CryptoQuant Quicktake (Binance Square) – Altcoins Below 200-day MA, Market Highly Selective
● Coin Metrics – State of the Network: Crypto Trends to Watch in 2026
● CryptoSlate – Crypto Market Recap Early 2026 (via Pro-Blockchain)
● Amberdata Blog – “Crypto Markets in Early 2026: Rally Builds as ETF Flows Return”





