background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม 2569

Login
Login

ระเบียบโลกเก่า ‘ตายแล้ว’ ไทยปรับตัวอย่างไร?

ระเบียบโลกเก่า ‘ตายแล้ว’ ไทยปรับตัวอย่างไร?

เวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) 2026 ณ เมืองดาวอส ที่เพิ่งจบไปไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ส่งสัญญาณเตือนรุนแรงว่า “ระเบียบโลกที่ยึดตามกติกา” ได้ตายลงไปแล้วในทางปฏิบัติ และกำลังถูกแทนที่ด้วย “ยุคแห่งการสะสมอำนาจ”...

    ในโลกยุคใหม่นี้ ชาติมหาอำนาจจะมุ่งเน้นการใช้อำนาจทางเศรษฐกิจและการทหารเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง โดยใช้การบูรณาการทางเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานเป็น “อาวุธแห่งการบีบบังคับ” ส่งผลให้เกิด “รอยร้าว” ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มประเทศมหาอำนาจขนาดกลางเริ่มถูกบีบคั้นจากยุทธวิธีที่ก้าวร้าวของมหาอำนาจใหญ่ จนต้องเริ่มรวมตัวกันสร้างโครงสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่เพื่อเป็นแนวป้องกันสุดท้าย
    อำนาจในโลกปัจจุบันไม่ได้วัดกันที่ประสิทธิภาพทางการค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เปลี่ยนไปสู่การครอบครองทรัพยากรยุทธศาสตร์ 3 ด้าน คือ พลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ข้อมูลจากเวทีดาวอสชี้ให้เห็นว่าผู้นำภาคเทคโนโลยีเริ่มมีอิทธิพลก้าวข้ามขีดจำกัดของรัฐชาติ เห็นได้จากการที่ผู้คนให้ความสนใจรับฟังวิสัยทัศน์ของ CEO บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Nvidia หรือ Tesla มากกว่าผู้นำของประเทศระดับกลาง เนื่องจากคนเหล่านี้คือผู้กุมบังเหียน “Platform Shift” ที่สำคัญของโลก

    ในเชิงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นตัวเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงานของมนุษย์อย่างสิ้นเชิง การลงทุนใน AI ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาแอปพลิเคชัน แต่คือการลงทุนในโครงสร้าง 5 ชั้น ตั้งแต่พลังงาน ชิปประมวลผล คลาวด์คอมพิวติ้ง โมเดล AI และการประยุกต์ใช้ ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุด โดยหลายประเทศยอมกู้เงินและขาดดุลงบประมาณเพื่อลงทุนทั้งด้านเทคโนโลยีและงบประมาณกลาโหมซึ่งพุ่งสูงถึง 5% ของ GDP เพื่อสร้างความยืดหยุ่นและการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด

    รูปแบบการค้าโลกกำลังเปลี่ยนจาก “Globalization” ไปสู่ “Regionalization” หรือการแบ่งพรรคแบ่งพวกตามภูมิภาค โดยมีความเชื่อใจเป็นบรรทัดฐานสำคัญ ประเทศต่าง ๆ เริ่มกระจายความเสี่ยง โดยการเพิ่มคู่ค้าให้หลากหลายเพื่อไม่พึ่งพามหาอำนาจรายใดรายหนึ่งมากเกินไป ดังเช่นกรณีที่แคนาดาหันมาทำข้อตกลงการค้ากับจีนและกลุ่มอาเซียน รวมถึงไทย เพื่อลดแรงกดดันจากสหรัฐ ขณะเดียวกัน จีนกำลังปรับตัวจาก “โรงงานของโลก” ไปสู่การเป็น “มหาอำนาจด้านการบริโภค” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุปสงค์ภายในประเทศและการบริการแทนที่การผลิตสินค้าเพียงอย่างเดียว
    สำหรับประเทศไทย การเตรียมรับมือกับโลกในยุคใหม่นั้น ท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ให้ความเห็นผ่านทีมข่าวของกรุงเทพธุรกิจว่า จำเป็นต้องสร้างองค์ประกอบ 4 ประการ คือ 1. ความน่าเชื่อถือ เพื่อเป็นทางเลือกแรกเมื่อโลกต้องการกระจายความเสี่ยง 2.มีความสามารถในการคาดการณ์​ เพื่อดึงดูดการลงทุน 3. ความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และความมั่นคงทางอาหารเป็นของตัวเอง และ 4. ความรวดเร็วในการปรับตัว ไทยต้องปรับสถานะจากการเป็นเพียงผู้รับผลกระทบมาเป็นผู้ที่สร้างความแตกต่างในภูมิภาคให้ได้ โดยการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญล่วงหน้า แม้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางการคลัง เพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเองในวันที่กฎกติกาโลกไม่มีความหมายอีกต่อไป!