background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

วังวนหนี้โลก ‘ผลักไทย’ ขยับใกล้ปากเหว

วังวนหนี้โลก ‘ผลักไทย’ ขยับใกล้ปากเหว

เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ส่งสัญญาณเตือนดังถึงภัยอันตรายจาก “วิกฤติหนี้สาธารณะ” ที่ขยายตัวจนกลายเป็น “วังวน” ที่ยากจะถอนตัวออกมา โดยยอดหนี้สาธารณะทั่วโลกเริ่มขยับใกล้ระดับ 100 ล้านล้านดอลลาร์ 

    ซึ่งคาดการณ์ว่าไม่เกินปี 2572 ระดับหนี้สาธารณะทั่วโลกจะพุ่งเกินกว่าขนาดของจีดีพี ที่น่าห่วงคือมหาอำนาจกลุ่ม G7 ในจำนวนนี้มีถึง 6 ประเทศที่ติดกับดักหนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้น สหรัฐ สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูงถึง 125% ญี่ปุ่นหนี้ต่อจีดีพีทะลุ 230% ในอนาคตกำลังถูกซ้ำเติมจากยุคดอกเบี้ยขาขึ้น ยิ่งทำให้ต้นทุนกู้ยืมแพงระยับมากขึ้นด้วย
    วงจรหนี้ที่กล่าวมานี้ กำลังบั่นทอนเสถียรภาพการคลังอย่างรุนแรง ต้นตอของปัญหาที่เล่ามาเกิดจากแรงกระแทกของวิกฤติในหลายระลอก ทั้งรอบของวิกฤติการเงินโลกปี 2551 และ วิกฤติโควิด เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา บวกกับปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ผู้คนส่วนใหญ่บนโลกเริ่มอายุมากขึ้น ดันงบสวัสดิการให้สูงขึ้นตามไปด้วย อีกปัญหาสำคัญคืออุปสรรคทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งนักการเมืองมักไม่กล้าตัดลดงบประมาณหรือขึ้นภาษีเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง ทำให้ปัญหาถูก “เตะถ่วง” ออกไปจนถึงจุดที่ไม่ยั่งยืน ผลกระทบจึงย้อนกลับมาที่ประชาชนผ่านภาษีที่สูงขึ้น สวัสดิการที่ลดลง

    ฝรั่งเศสถูกจับตามองในฐานะ “โดมิโน" ตัวแรกของยุโรปที่กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างหนักด้วยยอดหนี้สาธารณะพุ่งสูงถึง 117% ของ GDP หรือกว่า 3.482 ล้านล้านยูโร จนมีสถาบันเครดิตเรทติ้งบางแห่งเริ่มปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลงสู่ระดับ AA- สะท้อนความเชื่อมั่นที่ถดถอยจากการขาดดุลงบประมาณเรื้อรังและความแตกแยกทางการเมืองที่ขัดขวางการปฏิรูป หากยักษ์ใหญ่อย่างฝรั่งเศสล้มลง แรงสั่นสะเทือนคงไม่ลามแค่เฉพาะยุโรป แต่อาจเป็นพายุลูกใหญ่ของเศรษฐกิจโลกด้วย

    สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี 2569 หรือ "ปีม้าไฟ” สถานการณ์เข้าขั้นน่ากังวลด้วยการคาดการณ์ GDP เติบโตเพียง 1.5-2% ซึ่งศูนย์วิจัย EIC ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษหากไม่นับปีวิกฤติ เครื่องยนต์หลักอย่างการส่งออกเสี่ยงหดตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงและนโยบายภาษีของสหรัฐ ...ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างสังคมผู้สูงอายุ ประสิทธิภาพการผลิตที่ต่ำ และหนี้ครัวเรือนที่สูงลิ่ว กำลังกัดกร่อนศักยภาพเศรษฐกิจไทยลงต่อเนื่อง ท่ามกลางที่ภาวะ “บุญเก่าอ่อนแรง บุญใหม่ยังไม่มา” นี้ ทำให้ไทยตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองที่เครื่องยนต์ทุกตัวเริ่มอ่อนกำลังลงพร้อมกัน
    บทสรุปของวิกฤติในปี 2569 คือการที่เราทุกคนโดยเฉพาะรัฐบาลต้องยอมรับความจริงทางสถิติและเร่งปรับตัว รัฐบาลไทยต้องเผชิญโจทย์ใหญ่ในการหา Growth ใหม่ภายใต้ข้อจำกัดทางการคลังที่ตึงตัวและภาระหนี้ที่เป็นเหมือนลูกตุ้มเหล็กฉุดรั้งเอาไว้ ในวังวนหนี้ทั่วโลกที่พัดโถมมาอย่างรุนแรงนี้ ยิ่งผลักให้เศรษฐกิจไทยขยับสู่ปากเหวมากขึ้น โจทย์ใหญ่จึงอยู่ที่ “รัฐบาลใหม่” ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นใคร จะรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน เราจึงขอฝากเป็นการบ้านสำหรับพรรคการเมืองทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคใหญ่ที่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล!