วันเสาร์ ที่ 24 ตุลาคม 2569

Login
Login

Healthcare Hub ในยุค AI

เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนวิธีดูแลสุขภาพ ไทยต้องยกระดับจากบริการดีและราคาคุ้มค่า สู่ความสามารถด้านข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมการรักษา

ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายที่คนต่างชาติเลือกมารักษา แต่การเป็น Healthcare Hub วันนี้ต้องมีอะไรที่มากกว่าบริการที่ดีและความคุ้มค่า

เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนวิถีการดูแลผู้ป่วย ตั้งแต่พยากรณ์โรคจนถึงหลังกลับบ้าน ถ้าเรายังวัดความสำเร็จด้วยจำนวนผู้ป่วยต่างชาติและรายได้จากการรักษา เราอาจมองไม่เห็นว่าการแข่งขันกำลังเปลี่ยนไป 

AI ทำให้บริการทางการแพทย์ไม่เหมือนเดิม คนไข้สามารถทำความเข้าใจผลตรวจ เตรียมประเด็นคุยกับแพทย์ และศึกษาทางเลือกก่อนเข้ารับบริการ

แม้ข้อมูลยังต้องตรวจสอบ แต่ความคาดหวังเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อรู้ว่ามีความเสี่ยง ทุกคนต้องการจัดการความเสี่ยงนั้น ไม่มีใครอยากรอจนป่วยถึงจะเริ่มดูแลตัวเอง

โจทย์ของโรงพยาบาลจึงขยับจากการรักษาคนไข้ไปสู่การดูแลให้ทัน โดยเฉพาะสังคมสูงวัยที่คนไข้หนึ่งคนมีหลายโรค ใช้ยาหลายตัว และพบแพทย์หลายสาขา แต่ญาติกลับต้องรวบรวมประวัติเอง

เครื่องมือทันสมัยช่วยได้ไม่เต็มที่ หากข้อมูลผู้ป่วยยังแยกส่วนและส่งต่อกันด้วยวิธีเดิม 

Mayo Clinic ในสหรัฐจึงพัฒนา Mayo Clinic Platform เชื่อมข้อมูลทางคลินิกที่ปกปิดตัวตนผู้ป่วยกับผู้เชี่ยวชาญและระบบเทคโนโลยี เพื่อให้พันธมิตรพัฒนา ทดสอบ และนำเครื่องมือใหม่มาใช้ในการดูแลได้จริง โรงพยาบาลจึงเป็นทั้งผู้รักษาและพื้นที่สร้างนวัตกรรม 

ส่วน Sheba Medical Center ในอิสราเอลตั้งศูนย์ AI และ AI Academy เพื่อพัฒนาบุคลากร พร้อมนำ Project K มาใช้ในห้องฉุกเฉิน ให้ AI รวบรวมประวัติ ช่วยจัดลำดับความเร่งด่วน และเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณาของแพทย์

AI-First สำหรับโรงพยาบาลจึงไม่ใช่การซื้อ AI มาเพิ่ม แต่คือการออกแบบระบบให้ข้อมูลไปถึงผู้ตัดสินใจได้ทันเวลา ตั้งแต่คัดกรองห้องฉุกเฉินจนถึงการอ่านภาพเอกซเรย์

เมื่อระบบพบความเสี่ยง แพทย์สามารถตรวจสอบ และตัดสินใจได้เร็วขึ้น ตัวชี้วัดคือเวลารอ การรักษาที่ทันการณ์ และเวลาที่บุคลากรมีให้คนไข้ 

ด้านประกัน AI ช่วยประเมินความเสี่ยงเพื่อออกแบบการดูแลก่อนโรคลุกลาม การลดการเข้าโรงพยาบาลที่ไม่จำเป็น จึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ป่วยและบริษัทประกัน

เมื่อคนไข้หาข้อมูลและเปรียบเทียบโรงพยาบาลได้ง่ายขึ้น ชื่อเสียงกับบริการที่ดีจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ผู้รับบริการต้องการรักษาเร็ว รู้ว่าจะต้องจ่ายเท่าไร และมั่นใจว่ากลับบ้านแล้วยังมีคนดูแล

หาก AI ช่วยให้โรงพยาบาลทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีขึ้น ก็เป็นเหตุผลให้คนไข้เลือกและกลับมาใช้บริการอีก

เมื่อ Healthcare Hub เป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศ การปรับตัวจึงต้องทำมากกว่าการลงทุน ควรมีการกำหนดทิศทางร่วมกันในทุกภาคส่วนว่าจะนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการดูแลด้านใดก่อน

จะวางมาตรฐานอย่างไรให้ข้อมูลสุขภาพสามารถส่งต่อกันได้อย่างปลอดภัย มีการพัฒนาบุคลากร และเปิดทางให้โรงพยาบาลร่วมกับนักวิจัยและบริษัทเทคโนโลยีนำสิ่งใหม่มาใช้จริง มีแผนการดูแลก่อนป่วย

ซึ่งก็จำเป็นต้องมีงบประมาณและมีเจ้าภาพรับผิดชอบ นโยบายจึงจะขยายไปถึงคนส่วนใหญ่ได้

ไทยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เรามีแพทย์ที่เชี่ยวชาญและบริการที่ได้รับความไว้วางใจอยู่แล้ว

แต่ในวันที่ประเทศอื่นกำลังใช้ AI เปลี่ยนวิธีรักษา จุดแข็งเดิมต้องได้รับการต่อยอดให้ทัน เป้าหมายจึงควรไปไกลกว่าการดึงคนต่างชาติมารักษา แต่เน้นการสร้างความรู้และนวัตกรรมที่ทำให้โลกเลือกไทย ขณะเดียวกันก็ช่วยให้คนไทยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น 

เพราะความสำเร็จของ Healthcare Hub ต้องสะท้อนทั้งความเชื่อมั่นของผู้ป่วยต่างชาติ และคุณภาพการดูแลที่ดีสำหรับคนไทยเอง.