วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อข้อมูลเริ่มเดินทาง โจทย์ต่อไปคือ ธรรมาภิบาลข้อมูล

การเชื่อมข้อมูลภาครัฐ ต้องมีกติกาที่ระบุว่าใครใช้ข้อมูลได้ เพื่ออะไร และใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา

หากประชาชนยังต้องนำเอกสารชุดเดิมไปยื่นต่อหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ทั้งที่ข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในระบบราชการแล้ว การมีบริการออนไลน์เพิ่มขึ้นก็อาจยังลดภาระประชาชนได้ไม่มากนัก เพราะงานที่ควรเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานกลับถูกส่งให้ประชาชนทำหน้าที่เป็น "ผู้ขนส่งข้อมูล"

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 รัฐบาลแจ้งว่าพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลระหว่างหน่วยงานของรัฐมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับบริการภาครัฐและการจัดสวัสดิการ โดยต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการใช้ข้อมูล สิทธิของเจ้าของข้อมูล และความมั่นคงปลอดภัย

การแบ่งปันข้อมูล หรือ Data Sharing ทำให้หน่วยงานใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ส่วนธรรมาภิบาลข้อมูล หรือ Data Governance กำหนดสิทธิ หน้าที่ และกระบวนการตลอดวงจรชีวิตข้อมูล ตั้งแต่คุณภาพ การเข้าถึง การใช้ ไปจนถึงการเก็บรักษาและทำลาย ทั้งสองเรื่องจึงต้องทำงานร่วมกัน

หน่วยงานที่มีข้อมูลอยู่ในมือ ไม่ได้มีสิทธินำไปใช้ได้ทุกเรื่อง และการเชื่อมระบบสำเร็จไม่ได้รับประกันว่าข้อมูลถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น หากข้อมูลที่อยู่หรือสถานะผู้มีสิทธิรับสวัสดิการไม่เป็นปัจจุบัน ระบบที่ส่งต่อข้อมูลได้รวดเร็วก็อาจส่งต่อความผิดพลาดได้รวดเร็วเช่นกัน

ประเทศไทยมีกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐอยู่แล้ว ทั้งตามพระราชบัญญัติการบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โจทย์จึงอยู่ที่การทำให้กติกาเหล่านี้เกิดผลในการทำงานประจำ โดยเฉพาะบริการที่ต้องใช้ข้อมูลจากหลายกระทรวง

ความคืบหน้าล่าสุดที่น่าติดตามคือ เว็บไซต์มาตรฐานของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ระบุแนวทางการแบ่งปันข้อมูลภาครัฐ มสพร. 18-2569 และเผยแพร่แบบคำขอข้อมูลกับรายการตรวจสอบเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569

เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้การขอและส่งข้อมูลมีขั้นตอนชัดเจนขึ้น แต่ผลต่อประชาชนยังขึ้นอยู่กับว่าหน่วยงานนำไปใช้อย่างไร

ในอีกด้านหนึ่ง ครม. มีมติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เห็นชอบร่างแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง DGA โดยเปลี่ยนผู้รักษาการจากนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวง

ประเด็นที่ควรถามต่อจากการปรับโครงสร้างคือ DGA และกลไกกลางจะประสานงานกับหน่วยงานต่างกระทรวงได้อย่างไร เมื่อมาตรฐานไม่ตรงกัน ข้อมูลไม่พร้อม หรือไม่มีฝ่ายใดรับผิดชอบแก้ปัญหา

การเปลี่ยนผู้กำกับดูแลควรมาพร้อมคำตอบเรื่องอำนาจประสานงาน ทรัพยากร และช่องทางยุติข้อขัดข้อง มิฉะนั้นประชาชนอาจยังต้องกลับไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง

กรณีสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน หรือ บจธ. ซึ่งยุบเลิกตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ทำให้เห็นอีกมิติหนึ่งของโจทย์นี้ บจธ. ระบุว่าได้ส่งมอบข้อมูลโครงการที่ดำเนินการกับเกษตรกรให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. รับผิดชอบบริหารจัดการในช่วงเปลี่ยนผ่านแล้ว

การส่งมอบข้อมูลเป็นขั้นตอนสำคัญ แต่ความต่อเนื่องของบริการต้องอาศัยการตรวจสอบว่าข้อมูลครบถ้วน ใช้งานได้ และมีผู้รับผิดชอบต่อ เมื่อประชาชนขอตรวจสอบสิทธิหรือแก้ข้อมูลผิด ต้องทราบว่าจะติดต่อที่ใด

กรณีนี้ต่างจากการเปลี่ยนผู้กำกับดูแล DGA แต่ทั้งสองเรื่องชวนให้ถามร่วมกันว่า เมื่อโครงสร้างรัฐเปลี่ยน ความรับผิดชอบต่อข้อมูลและประชาชนจะต่อเนื่องอย่างไร

ผู้เขียนเสนอให้ใช้หลักคิด TRUST เป็นรายการตรวจสอบการนำธรรมาภิบาลข้อมูลไปปฏิบัติ โดยเป็นกรอบที่ผู้เขียนสังเคราะห์เพื่อชวนอภิปราย ไม่ใช่มาตรฐานสากลหรือข้อกำหนดเพิ่มเติมจากกฎหมาย

T คือ Transparency หรือความโปร่งใส หน่วยงานควรอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าข้อมูลใดถูกนำไปใช้ เพื่อบริการอะไร และอาศัยฐานอำนาจใด การเปิดเผยคำอธิบายเหล่านี้ต้องไม่กลายเป็นการเปิดข้อมูลส่วนบุคคลสู่สาธารณะ และควรมีช่องทางให้สอบถามหรือร้องเรียนเมื่อพบการใช้ข้อมูลผิดวัตถุประสงค์

R คือ Responsibility หรือความรับผิดชอบ ต้องระบุผู้รับผิดชอบคุณภาพข้อมูลต้นทาง หน่วยงานที่ร้องขอ ผู้อนุมัติ และผู้ใช้ข้อมูลให้ชัด เมื่อข้อมูลผิดหรือระบบขัดข้อง ประชาชนควรติดต่อจุดรับเรื่องเดียวได้ โดยเจ้าหน้าที่ประสานแก้ไขระหว่างหน่วยงานให้ ไม่ผลักภาระให้ประชาชนตามหาต้นเหตุเอง

U คือ Usefulness หรือประโยชน์ต่อประชาชน ควรเริ่มเชื่อมข้อมูลจากบริการที่ลดภาระได้จริง เช่น การตรวจสอบสิทธิสวัสดิการ พร้อมวัดจำนวนเอกสารที่ลดลง ระยะเวลารับบริการ และความผิดพลาดที่แก้ไขได้ ตัวชี้วัดเหล่านี้บอกผลได้ชัดกว่าจำนวนฐานข้อมูลหรือระบบที่เชื่อมต่อสำเร็จ

S คือ Security หรือความมั่นคงปลอดภัย การเข้าถึงข้อมูลควรจำกัดตามหน้าที่และความจำเป็น มีบันทึกว่าใครเข้าถึงข้อมูลใด เมื่อใด และเพื่ออะไร รวมถึงกำหนดวิธีรับมือเหตุรั่วไหลและระยะเวลาเก็บข้อมูล การตรวจสอบย้อนหลังควรช่วยระบุความรับผิดชอบได้จริง โดยมีการทบทวนสิทธิของผู้ใช้เมื่อเปลี่ยนงานหรือหมดหน้าที่

T คือ Trust หรือความไว้วางใจ ประชาชนต้องมีทางตรวจสอบและขอแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวกับตน โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลนั้นใช้ตัดสินสิทธิหรือการเข้าถึงบริการ หากระบบใช้ข้อมูลผิดแล้วประชาชนไม่มีทางโต้แย้ง ความสะดวกที่เพิ่มขึ้นย่อมไม่เพียงพอจะสร้างความเชื่อมั่น

ข้อเสนอเหล่านี้ควรเริ่มจากบริการสำคัญจำนวนจำกัด กำหนดหน่วยงานเจ้าภาพและกรอบเวลาให้ชัด แล้วรายงานผลต่อสาธารณะ ทั้งภาระที่ลดลง ปัญหาที่พบ และการแก้ไข วิธีนี้จะช่วยให้เห็นว่ากติกาใดใช้ได้จริง และข้อขัดข้องใดต้องแก้ด้วยงบประมาณ มาตรฐาน หรือการประสานอำนาจระหว่างหน่วยงาน

การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลจะมีความหมายต่อประชาชนเมื่อรัฐใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้บริการได้อย่างถูกต้อง และรับผิดชอบต่อผลของการใช้ข้อมูลนั้นได้ ข้อมูลที่เดินทางสะดวกจึงต้องมาพร้อมความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ตลอดทาง

หมายเหตุและอ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายของผู้เขียน ข้อมูลตรวจสอบ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยอ้างสถานะการปรับผู้กำกับดูแล DGA ตามมติ ครม. เรื่องร่างกฎหมายวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มิได้ยืนยันว่าสถานะทางกฎหมายเปลี่ยนแล้ว

  • รัฐบาลไทย. พระราชกฤษฎีกาเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐมีผลบังคับใช้แล้ว (30 มิถุนายน 2569). https://www.thaigov.go.th/th/news/165783
  • รัฐบาลไทย. ครม. ไฟเขียวปรับโครงสร้าง DGA ขึ้นกำกับรัฐมนตรีดีอี (30 มิถุนายน 2569). https://www.thaigov.go.th/th/news/165792
  • DGA. เครื่องมือประกอบการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูล รวมกรอบ มรด. 6 : 2566 และแนวทาง มสพร. 18-2569 พร้อมแบบคำขอและรายการตรวจสอบเผยแพร่ 17 กันยายน 2569. https://standard.dga.or.th/sd-g2-tools/
  • ราชกิจจานุเบกษา. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน). เล่ม 143 ตอนพิเศษ 236 ง หน้า 4 (29 กันยายน 2569). https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/133241.pdf
  • บจธ. ข่าวประกาศยุบเลิกสถาบันฯ และการส่งมอบข้อมูลให้ สคทช. (30 กันยายน 2569). เว็บไซต์สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน www.labai.or.th