วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

ศักยภาพ x ระบบนิเวศ x โอกาส = ความสำเร็จ

เราภาคภูมิใจกับความสำเร็จของคนไทยรุ่นใหม่ในหลายเรื่อง ตั้งแต่ศิลปินระดับโลกไปจนกระทั่งทีมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ แต่คนเก่งไม่ได้เกิดจากความสามารถเพียงอย่างเดียว

คนเก่งเกิดจากระบบนิเวศที่ทำให้ความสามารถนั้นเติบโตจนกลายเป็นความสำเร็จ เราอาจไม่ได้มีศิลปินหญิงที่โด่งดังระดับโลก ถ้าไม่มีค่ายดนตรีระดับโลกที่สนใจจะมีศิลปินรุ่นใหม่ 

เมื่อมองความสำเร็จของศิลปินระดับโลก เรามักเห็นภาพของ “คนที่มีพรสวรรค์” เป็นสิ่งแรก แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ หากอีกคนมีพรสวรรค์ใกล้เคียงกัน แต่ไม่ได้อยู่ในระบบนิเวศที่เหมาะสม เขาหรือเธอจะไปถึงความสำเร็จระดับเดียวกันหรือไม่?

ผู้บริหารจ่ายเงินค่าฝึกอบรมไปมากมาย แต่ไม่ได้ลงทุนลงแรงกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้คนสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ลงทุนลงแรงที่เพียงพอจะผลักดันให้พรสวรรค์ที่แฝงอยู่ในคนบางคนปรากฏผลเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ จัด CSR ส่งเสริมเยาวชนด้อยโอกาสเล่นกีฬา เล่นได้แล้วก็ปล่อยให้อยู่อย่างเดิม ไม่มีเส้นทางที่ส่งต่อไปสู่การเป็นนักกีฬาระดับโลก 

พรสวรรค์ คือ ศักยภาพ แต่ศักยภาพไม่ใช่ผลลัพธ์ เหมือนยาอยู่ในขวดที่ไม่ได้เปิดมากิน ศักยภาพในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บก็กลายเป็นศูนย์ สมการสำหรับการสร้างความสำเร็จให้กับคนที่มี talent คือ ศักยภาพ x ระบบนิเวศ x โอกาส = ความสำเร็จ

สมการนี้บอกว่า ผู้บริหารไม่ควรปล่อยให้พรสวรรค์ที่มีอยู่สูญหายไป เพียงเพราะระบบไม่สามารถสนับสนุนเขาได้ หน่วยงานด้านการผลิตกำลังพลด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เต็มไปด้วยผู้คนที่มีพรสวรรค์แต่ไปไหนไม่ได้ไกล ทั้งที่ทั้งโลกยอมรับว่าเป็นวงการแห่งอนาคต เพราะผู้บริหารหน่วยงานนั้นตัดทิ้งสององค์ประกอบของสมการนี้ 

ตัดโอกาสด้วยการกีดกันคนเก่งที่มี talent ไม่ให้ได้ตำแหน่งบริหาร เพราะเกรงว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เกินไปกว่าที่ตนเองได้กระทำมานาน ตัดระบบนิเวศด้วยการผูกขาดการตัดสินใจทั้งหมดไว้ที่ตนเองและคนสนิทบางคน คนมี talent ที่รู้เรื่องดี ไม่มีหน้าที่ตัดสินใจใดๆ หน่วยงานนั้นใช้เงินไปมหาศาล แต่ความสำเร็จไม่อาจเทียบได้กับหน่วยงานแบบเดียวกันที่มีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน

ระบบนิเวศสำหรับสร้างความสำเร็จให้คนมี talent เริ่มต้นจากการมีความสามารถในการค้นพบศักยภาพที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว มีคนเก่งเรื่องใดเข้ามาทำงาน ต้องระบุศักยภาพของคนนั้นได้อย่างรวดเร็ว มองเห็นเพชรที่ซ่อนอยู่ในตมได้ในทันที เมื่อเห็นแล้วต้องช่วยให้คนเก่งเก่งมากขึ้น

เห็นเพชรในตมแล้วต้องนำมาเจียรนัยให้สวยงาม มีคนช่วยเสริมจุดเด่น ลดจุดด้อย มีคนช่วยพาข้ามอุปสรรคที่ไม่ควรจะมีไปได้ เพชรในตมที่นำมาเจียรนัยจนสวยงามแล้ว ต้องมีพื้นที่แสดงความสวยงามนั้น คนเก่งที่ได้เติมเต็มจุดเด่น กำจัดจุดด้อยไปแล้วต้องมีเวทีให้แสดงฝีมือ อย่ากลายเป็นเพชรในตู้เซฟที่ไม่มีใครพบเห็น

คนเก่งต้องมีงานจริงให้แสดงฝีมือ ไม่ใช่เก่งแค่ในประกาศนียบัตร เวทีแสดงฝีมือของคนเก่งต้องเป็นเวทีที่คนทั่วไปรับรู้รับทราบศักยภาพนั้นได้เป็นที่ประจักษ์ คนเก่งที่ไม่มีใครเห็นย่อมไม่มีโอกาสเติบโตต่อไป ศิลปินเก่งๆ ที่มัวแต่แสดงตามงานวัด คงไปไกลไม่เท่ากับศิลปินที่ได้แสดงในงานโชว์ระดับโลก

คำถามบริหารวันนี้ ไม่ใช่จบลงเพียงว่า เราจะฝึกคนให้เก่งขึ้นได้อย่างไร? แต่กลายเป็นคำถามที่ลึกซึ้งมากขึ้นว่า เราจะสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไร ที่ทำให้คนของเราเก่งกว่าที่เป็นอยู่ในวันนี้ได้ 

เราจะสร้างสภาพแวดล้อมที่พบเห็นศักยภาพ เห็น talent ได้อย่างรวดเร็ว พบเห็นแล้วจะมีกลไกช่วยพัฒนาให้เก่งขึ้น โดยไม่เล่นพรรคเล่นพวก เมื่อพัฒนาฝีมือดีพอแล้ว เราจะมีงานจริงที่ท้าทายแต่ไม่เกินเลยความสามารถมาให้แสดงฝีมืออย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ใช่หางานมาดับแสงคนเก่งรุ่นใหม่ 

ผลงานของคนเก่งจะปรากฏให้เห็นกันทั่วหน้า ช่วยสร้างการยอมรับฝีมือและศักยภาพของผู้นั้นในสายตาของคนในวงการ ตามมาด้วยโอกาสใหม่ ๆ ในการได้แสดงฝีมือที่เหนือชั้นขึ้นไปกว่าเดิม ที่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ล้นมือ

ประเทศที่มีคนที่มี talent จำนวนมากอาจไม่ได้ประโยชน์เสมอไป หากไม่สามารถเปลี่ยน talent ให้เป็น Capability และเปลี่ยน Capability ให้เป็น Impact ได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศที่มากด้วยคนมี talent นั้นก็จะกลายเป็นผู้ส่งออก talent ไปให้ประเทศอื่นใช้ประโยชน์ไปอีกนานเท่านาน