วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

บูลลี่ เหยื่อ ความสูญเสีย ตีแผ่บาดแผลทางกายและใจ ใครคือผู้ชนะ

ปัจจุบันการบูลลี่เป็นปัญหาที่นอกจากเราจะรับรู้ผ่านข่าวสารแล้วภาพยนตร์ซีรีส์ ทั้งต่างประเทศ และในประเทศไทย

ดิฉันได้ดูภาพยนตร์เรื่อง  Liverleaf (2018) หรือในชื่อญี่ปุ่นว่า Misumisou  และซีรีส์ไทยเรื่อง  เด็กใหม่ (Girl From Nowhere) มีธีมหลักเกี่ยวกับการบูลลี่ในโรงเรียนและความรุนแรง

Girl From Nowhere ตัวละครหลักคือ "แนนโน๊ะ" เด็กสาวลึกลับที่เป็นตัวแทนของการเปิดโปงความจริง แนนโน๊ะย้ายเข้าไปตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เป็น "ตัวกระตุ้น" ให้คนที่มีความโลภ ความริษยา หรือความรับผิดชอบทางศีลธรรมที่บกพร่อง ได้แสดงความจริงออกมาและรับผลของการกระทำ

แนนโน๊ะเป็น ตัวแทนที่ทำให้เกิดกรรมที่ตามมาของการกระทำด้านมืด การสั่งสอน ตีแผ่ความจริง และทดสอบศีลธรรม เสียดสี สะใจ เหนือจริง ลึกลับและมีอารมณ์ตลกร้ายที่เชื่อมโยงกับกรรมตามสนองตามระดับความชั่วร้ายที่เหยื่อถูกกระทำ

ดังนั้น Girl From Nowhere จึงมีความเชื่อมโยงกับเรื่องกฎแห่งกรรมตามหลักศาสนาพุทธ อย่างน้อยก็เป็นผลจากการไม่รักษาศีล 5 ข้อ ที่เป็นพื้นฐานที่กำกับพฤติกรรมของชาวพุทธ

Liverleaf "วัฏจักรความรุนแรงที่ไม่สิ้นสุด ผลกระทบของการบูลลี่ และการไร้ซึ่งความหวัง" เรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังล้างแค้นเพื่อความสะใจ แต่เป็นการตีแผ่บาดแผลทางจิตใจของมนุษย์อย่างโหดร้าย

อีกหนึ่งธีมสำคัญคือความล้มเหลวของสังคมผู้ใหญ่ ทั้งครูประจำชั้นที่อ่อนแอ กลัวนักเรียน และหลีกเลี่ยงปัญหา รวมถึงพ่อแม่ที่ไม่ใส่ใจหรือบีบคั้นลูก ความเหงาและการโดดเดี่ยวในเมืองหิมะที่ห่างไกลทำให้เด็กๆ ผลักตัวเองเข้าสู่โลกที่ไร้ศีลธรรมเพราะไม่มีผู้ใหญ่คอยชี้นำ

จุดเด่นที่สุดของ Liverleaf คือการไม่มี "ผู้ชนะ" หรือ “ความสะใจต่อผลลัพธ์ที่สาสมอย่างแท้จริง”

ในการแก้แค้น หนังแสดงให้เห็นว่าแม้ ตัวเอกของเรื่อง Haruka จะลงโทษทุกคนที่ทำร้ายเธอได้ แต่ความแค้นไม่ได้ช่วยเยียวยาบาดแผล ไม่ได้นำครอบครัวกลับมา และสุดท้ายทุกคนก็ต้องจมสู่ความพังทลายทั้งทางจิตใจและสูญเสียชีวิต

เหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนตามที่ได้รับทราบจากสื่อ ดังเช่นเหตุการณ์เร็วๆ นี้ที่มีการนำอาวุธไปยิงคนในเรียน หากเป็นจริงตามที่ได้รับทราบจากสื่อต่างๆ สาเหตุเกิดจากการบูลลี่และอาจจะถูกละเลยจากผู้ใหญ่ในการดูแลใส่ใจ

ดังที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง Liverleaf ทำให้ผู้ถูกกระทำเป็นเหยื่อครั้งแล้วครั้งเล่าจนเลือกที่จะกระทำความรุนแรงเพื่อยุติการต้องอดทนต่อบาดแผลในใจ

ในทางสังคมวิทยาเรื่องราวที่เกิดขึ้นปรากฏการณ์บูลลี่สามารถอธิบายได้ด้วย ภาวะไร้บรรทัดฐาน (Anomie) ตามแนวคิดของ Emile Durkheim ซึ่งเป็นภาวะที่สังคมมีลักษณะการพังทลาย หรือความสับสนของบรรทัดฐาน ค่านิยม และศีลธรรมทางสังคม ทั้งในรับตัวบุคคลและในระดับสังคม

Durkheim อธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงทางสังคมหรือเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกขาดการเชื่อมโยง แปลกแยก หรือไร้ซึ่งจุดมุ่งหมายในชีวิตอย่างไร ผลกระทบมักเชื่อมโยงกับความรู้สึกสับสน ไร้ทิศทาง ความสิ้นหวังในระดับบุคคลและเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบน (Deviant Behavior) เพิ่มขึ้นที่นำไปสู่พฤติกรรมความรุนแรง

หากวิเคราะห์ผลกระทบในระดับบุคคล ฝ่ายผู้กระทำการบูลลี่อาจจะต้องการเหนือผู้อื่น แสดงอำนาจการข่มขู่เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ เช่น เงินที่ตอบสนองวัตถุนิยม ไร้ศีลธรรมและการไม่เคารพกฎหมาย การกระทำนี้จะเกิดซ้ำๆ ตราบใดที่ได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ

สำหรับระดับบุคคลที่เป็นผู้เหยื่อ ตามที่เห็นในภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งสองเรื่องสะท้อนให้เห็นว่า ในความเป็นจริงของสังคมมีการแก้แค้น อีกนัยหนึ่งแสดงให้เห็นการประท้วงและการส่งเสียงให้สังคมรับรู้การเป็นเหยื่อ

ทั้งนี้พฤติกรรมของทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำได้รับอิทธิพลจากการเรียนรู้ทางสังคม โดยเฉพาะทั้งจากกลุ่มเพื่อนหรือสมาชิกขององค์กร

ส่วน Social Media กลายเป็นชุมชนบนพื้นที่สื่อดิจิทัลหรือแพลตฟอร์มบนอินเทอร์เน็ตของกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน สามารถแบ่งปันข้อมูลทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ที่เป็นอีกสาเหตุให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมเบี่ยงเบน

ในระดับสังคมการบูลลี่แสดงให้เห็นการปฏิสังสรรค์ หรือความสัมพันธ์ทางสังคมในระดับครอบครัว ระดับโรงเรียน หรือองค์กรลักษณะอื่นๆ ที่เป็นไปในทางที่ล่มสลาย นำไปสู่พฤติกรรมในเชิงลบ 

ดิฉันในฐานะนักสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มองว่า การทำหน้าที่ของคติชนรูปแบบสมัยใหม่ ภาพยนตร์และซีรีส์ ได้สื่อสารความเป็นจริงในสังคม

เราจึงไม่สามารถเพิกเฉยกับการพยายามสื่อสารตีแผ่ปัญหาสังคมเหล่านี้ ควรมีกฎหมายเฉพาะสำหรับการบูลลี่ที่มีลักษณะเฉพาะของลักษณะดังกล่าว หรือมีข้อกฎหมายที่ครอบคลุมอยู่แล้ว ประเด็นนี้นักกฎหมายคงต้องช่วยกันวิเคราะห์เพื่อให้ภาครัฐนำไปช่วยแก้ปัญหาต่อไป

การจำกัดการเข้าถึง Social Media ของเยาวชนเช่นเดียวกับหลายๆ ประเทศในยุโรป อาจเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องพิจารณาใช้กลยุทธ์นี้หรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนของทั้งผู้กระทำและเหยื่อการบูลลี่

การฝึกอบรมครูอาจารย์หรือบุคลากรองค์กรลักษณะอื่นๆ ด้วย เพื่อการแก้ปัญหาการบูลลี่ในสถานศึกษาหรือสถานที่ทำงาน ซึ่งจะให้เป็นสถานที่ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เหล่านี้ เป็นสถานที่ปลอดภัยในการทำงาน โดยเฉพาะด้านจิตใจซึ่งมีผลต่อสุขภาพทางกายเช่นกัน

อีกทั้งดิฉันเชื่อว่า การเคารพความเท่าเทียมท่ามกลางความหลากหลายของคนในสังคม ถึงแม้การรับมือกับปัญหาการบูลลี่จะยากที่จะทำให้หมดไปอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ดิฉันหวังว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะลดน้อยลงในสังคมไทยที่มีพุทธศาสนาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต.

บูลลี่ เหยื่อ ความสูญเสีย ตีแผ่บาดแผลทางกายและใจ ใครคือผู้ชนะ