วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

การ (รับ) ถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม

ผมได้อ่านบทความของผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีน (พลโท ไชยสิทธิ์ ตันตยกุล) เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2569 ได้พบประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ การที่ “นครหางโจว” และ “นครอู่ฮั่น” ได้รับการจัดอันดับให้เป็น “เมืองที่มีความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมใหม่” ของจีน

การจัดอันดับความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ดังกล่าว ได้จากการสำรวจโดยใช้ดัชนีความพร้อมสำหรับเทคโนโลยี อันเป็นการวัดมาตรฐานจากเกณฑ์การพัฒนาของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงต่างๆ ได้แก่ อินเทอร์เน็ตพลัส เศรษฐกิจดิจิทัล การออกแบบซอฟต์แวร์และมัลติมีเดีย ขนาดตลาดกลุ่มเทคโนโลยี และจำนวนผู้สร้างและพัฒนาเทคโนโลยี 

รวมถึงปัจจัยด้านทุนทางปัญญา และนวัตกรรมความพร้อมด้านเทคโนโลยี สาธารณสุข ความปลอดภัย การคมนาคมขนส่ง และการวางผังเมือง รวมถึงดัชนีความยั่งยืน อาทิ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ วัฒนธรรมและวิถีการดำเนินชีวิต ความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจ ต้นทุน ตลอดจนความคล่องตัวของธุรกิจต่างๆ ด้วย

ทุกวันนี้ อุตสาหกรรมของจีนมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและเป็นตัวสร้างรายได้หลักให้กับประเทศ ดังนั้น การจัดอันดับเมืองที่มีความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมใหม่ของจีน จึงเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้เมืองต่างๆ ได้พัฒนาศักยภาพ โดยใช้จุดเด่นของเมืองในการยกระดับความพร้อมด้านอุตสาหกรรม ดังกรณีความสำเร็จในการพัฒนาของนครหางโจวและนครอู่ฮั่น

ถึงวันนี้ ผมได้แต่นึกถึง “การพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย” ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แม้จะเจริญก้าวหน้าไปมากแล้ว แต่ผู้บริหารหลายท่านก็เห็นว่า ยังช้าอยู่ (มาก) เมื่อเทียบกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของจีนและอีกหลายประเทศ (ที่เคยพัฒนาช้ากว่าเรา) โดยเฉพาะพัฒนาการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ว่าไปแล้ว ในยุคที่เศรษฐกิจโลกขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ นวัตกรรมและเทคโนโลยีนั้น ความสามารถในการแข่งขันของประเทศมิได้วัดกันเพียงขนาดของทรัพยากรธรรมชาติหรือจำนวนแรงงานเท่านั้น หากแต่ขึ้นอยู่กับศักยภาพในการสร้าง เรียนรู้ ปรับใช้ และพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนด้วย

โดยเฉพาะประเทศที่สามารถ “รับ” การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถยกระดับอุตสาหกรรม สร้างผลิตภาพการผลิตที่สูงขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนสู่มาตรฐานสากลได้อย่างก้าวกระโดด

สำหรับบ้านเรานั้น การที่โรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก  ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ หรือพลังงานสะอาด ต้องถือว่าเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม การมีโรงงานต่างชาติเข้ามาตั้งอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีจะถูกถ่ายทอดมายังคนไทยโดยอัตโนมัติด้วย หากประเทศไทยต้องการได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เราจำเป็นต้องมีกระบวนการ “รับถ่ายทอดเทคโนโลยี” ที่เป็นระบบ มีเป้าหมาย มียุทธศาสตร์และวิธีการที่ชัดเจน (มากขึ้น)

การรับถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ หมายถึง ความสามารถของบุคลากร องค์กรและประเทศ ในการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ ดูดซับ ปรับปรุง และต่อยอดเทคโนโลยีที่ได้รับจากต่างประเทศ จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ด้วยตนเอง และพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ในอนาคตของตนเอง

กระบวนการดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงการนำเข้าเครื่องจักรหรือซอฟต์แวร์และอื่นๆ เท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ ระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการผลิต วัฒนธรรมองค์กร และแนวความคิดด้านนวัตกรรมที่ซ่อนอยู่ภายในเทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี ก็คือ “การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital)” ให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้  เราจึงจำเป็นต้องลงทุนด้านการศึกษา (ตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาขึ้นไป) และการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะทักษะด้าน “วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์” (STEM) รวมตลอดถึงระบบดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การวิเคราะห์ข้อมูล และการบริหารจัดการระบบอัตโนมัติ

เพราะบุคลากรที่มีความรู้และทักษะสูงเปรียบเสมือน “สะพาน” ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของไทย

ส่วนปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่ง ก็คือ การสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัยภายในประเทศ

โรงงานในบ้านเราควรทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยไทยในการพัฒนาหลักสูตรต่างๆ เพื่อการวิจัยร่วมกัน การฝึกงาน และการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่เข้าใจเทคโนโลยีระดับโลก

ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยไม่เป็นเพียงแค่ฐานการผลิต แต่สามารถก้าวสู่การเป็นฐานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมในอนาคตด้วย

ปัจจัยความร่วมมือระหว่างโรงงาน (ภาคเอกชน) กับสถาบันการศึกษานี้ กำลังเข้มข้นมากขึ้นตาม “โครงการ CWIE” (Cooperative and Work Integrated Education) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ทุกวันนี้ เราควรส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศควบคู่ไปกับการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป้าหมายสูงสุดมิใช่เพียงการใช้เทคโนโลยีของผู้อื่นให้เป็นเท่านั้น แต่ต้องสามารถพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของเราได้ในอนาคตด้วย

ประสบการณ์ของหลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ล้วนแต่แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จด้านอุตสาหกรรมเกิดจากการเริ่มต้นเรียนรู้จากต่างประเทศก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนาศักยภาพภายในประเทศตนเองด้วยการยกระดับความรู้ความสามารถของบุคลากรให้พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจนสามารถสร้างนวัตกรรมของตนเองและแข่งขันในตลาดโลกได้

คุณภาพของการพัฒนาทุนมนุษย์ของไทยในวันนี้ จึงขึ้นอยู่กับ “ระบบนิเวศ” หรือสภาพที่เกื้อหนุนให้การรับถ่ายทอดมีประสิทธิภาพด้วย อันจะส่งผลให้เราสามารถยกระดับ “คุณภาพชีวิต” ของคนไทยได้อย่างแท้จริง

ผมว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องสร้างบรรยากาศให้คนไทยรักการใฝ่รู้ (เรียนรู้) ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องของ “เนื้อหาสาระ” เกี่ยวกับ “การเปลี่ยนแปลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ครับผม!