วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2569

Login
Login

วิกฤติซัปพลายเชน ทุบ ‘คนตัวเล็ก’ Local Content พึ่งพาตนเอง?

วิกฤติซัปพลายเชน ทุบ ‘คนตัวเล็ก’ Local Content พึ่งพาตนเอง?

สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อก้าวเข้าสู่เดือนที่ 4 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจไทยอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเมื่อต้นทุนพลังงานและต้นทุนด้านโลจิสติกส์

พุ่งสูงขึ้นถึง 50-90% วิกฤติดังกล่าวดันให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นถึง 2.8% ภาระต้นทุนภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้นย่อมถูกผลักมายัง “คนตัวเล็กตัวน้อย” หรือผู้บริโภคตาดำๆ ผ่านการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ในขณะเดียวกัน ภาครัฐก็กำลังเผชิญกับ “ช่องว่างทางการคลัง” (Policy space) ที่อยู่ในระดับต่ำ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่รัฐยังต้องการใช้เม็ดเงินอุดหนุนค่าครองชีพให้กับประชาชน

ภาคอุตสาหกรรมการผลิตกำลังเผชิญภาวะ “อุปทานช็อก” (Supply Shock) อย่างรุนแรงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ราคาเม็ดพลาสติกบางรายการพุ่งสูงขึ้นไปเกือบ 100% หากราคาน้ำมันเฉลี่ยพุ่งไปแตะ 120-125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะฉุดให้จีดีพีภาคอุตสาหกรรมลดลงกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภายใต้สถานการณ์ที่ธุรกิจรายใหญ่ยังต้องเร่งบริหารจัดการเพื่อเอาตัวรอด

ธุรกิจรายย่อย (SME) และคนตัวเล็กตัวน้อยในห่วงโซ่การผลิตย่อมดิ้นรนอย่างยากลำบากยิ่งกว่า มีข้อเสนอว่า “การบริหารความเสี่ยงด้วยการพึ่งพาตนเอง” เพื่อลดการพึ่งพิงปัจจัยเสี่ยงจากภายนอก หากสามารถทำได้ในนาทีนี้จะเป็นทางรอดหนึ่งให้ภาคอุตสาหกรรมไทยได้
    
ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ที่กำลังเผชิญปัญหาสารตั้งต้นโพลีโอเลฟินราคาพุ่ง 50% ประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีนจำกัดการส่งออกเคมีตั้งต้นเหลือเพียง 20-30% มาตรการ Local Content สามารถ “ช่วยได้” ภาครัฐต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “ผู้สนับสนุนเชิงโครงสร้าง” เช่น การเร่งรัดพิจารณาแผนปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องมือแพทย์ของไทย ปรับปรุงกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และสนับสนุนมาตรการด้านภาษีเพื่อจูงใจให้โรงพยาบาลหันมาใช้เครื่องมือแพทย์ที่ผลิตในประเทศ เมื่อมีตลาดรองรับที่แน่นอน จะเกิดการลงทุน ขยายกำลังการผลิต และการจ้างงาน ซึ่งในที่สุดเม็ดเงินเหล่านี้จะไหลเวียนลงไปหล่อเลี้ยงธุรกิจ SME และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยในระบบเศรษฐกิจได้
    
ท่ามกลางมรสุมความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังมองไม่เห็นจุดจบ การพึ่งพาตนเอง อาจจะไม่ใช่แค่วาทกรรมทางการตลาด แต่เป็น “ทางรอด” ในการบริหารความเสี่ยงในยุคที่รัฐบาลมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เมื่ออุตสาหกรรมไทยสามารถพึ่งพาตนเองและสร้างความเข้มแข็งจากภายในได้ “ไทยช่วยไทย” ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจไหนก็ตาม หากทำได้ ซื้อขาย แลกเปลี่ยน และสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการไทยด้วยกันเอง ไม่เพียงแต่ธุรกิจจะก้าวข้ามความเปราะบางในสถานการณ์นี้ไปได้เท่านั้น แต่ยังจะช่วยให้ “คนตัวเล็กตัวน้อย” ทั้งในฐานะฟันเฟืองแรงงานและผู้บริโภคก็จะมีเกราะป้องกัน ช่วยให้รอดพ้นจากพายุของแพงและวิกฤติซัปพลายเชนโลกในระยะยาวได้อีกด้วย