สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการเรียนให้เก่ง แต่คือการได้ทำในสิ่งที่รัก
เมื่อพูดถึงการเรียนหนังสือ คนส่วนใหญ่มักเชื่อว่าการเรียนเก่งหมายถึงการมีอนาคตที่ดีเสมอ โดยคำว่าเรียนเก่งในที่นี้ หมายถึงการได้รับรางวัลวิชาการ หรือได้คะแนนในระดับเกียรตินิยมในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
แต่คำถามสำคัญคือ คนเรียนเก่งจะประสบความสำเร็จในชีวิตเสมอไปหรือไม่ คำตอบคือไม่มีสิ่งใดรับประกันได้
ทันทีที่ก้าวออกจากรั้วโรงเรียน คำว่าเกียรตินิยมหรือเด็กเรียนเก่งจะค่อย ๆ เลือนหายไป เพราะในโลกความจริง สิ่งที่มีความหมายมากกว่าคือความสามารถในการปรับตัว การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการค้นพบศักยภาพของตัวเองอย่างแท้จริง เกียรตินิยมในอดีตจึงมิได้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในชีวิตเสมอไป
ในสังคมไทย พ่อแม่จำนวนไม่น้อยยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก และคาดหวังว่าการเรียนเก่งจะนำไปสู่อนาคตที่ดี จึงทุ่มเทผลักดันลูกอย่างเต็มที่จนอาจเกินพิกัด แต่เมื่อพ้นจากระบบการศึกษา วุฒิบัตรหรือใบปริญญาเหล่านั้นกลับมิได้มีน้ำหนักอย่างที่เคยเป็น
ระบบการศึกษาใช้วิธีวัดผลโดยนำเด็กในวัยเดียวกันมาแข่งขันกันผ่านข้อสอบ ซึ่งเป็นกติกาที่ใช้ได้เฉพาะในห้องเรียนเท่านั้น แต่โลกแห่งความเป็นจริงมิได้ดำเนินไปในรูปแบบเดียวกัน ไม่มีใครกำหนดว่าเราต้องแข่งขันกับคนรุ่นเดียวกัน หรือเดินไปในจังหวะเดียวกัน ดังนั้นคำว่าเกียรตินิยมจึงค่อย ๆ หมดความหมายลงเมื่อเข้าสู่โลกของการทำงาน
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเกียรตินิยมไม่มีคุณค่า เพียงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่ไม่ได้เกียรตินิยมจะไร้อนาคต เพราะในความเป็นจริง เราเห็นตัวอย่างของคนที่เรียนเก่งจำนวนไม่น้อยที่ใช้ความสามารถไปในทางที่ผิด จนสร้างความเสียหายกับองค์กรหรือประเทศชาติมากมาย การเรียนเก่งจึงมิใช่หลักประกันของความเป็นคนดี และความเก่งที่ปราศจากคุณธรรม อาจก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงยิ่งกว่า
ชีวิตของแต่ละคนล้วนมีเส้นทางของตนเอง แม้ระบบการศึกษาจะสอนให้ทุกคนเดินไปในแบบเดียวกัน แต่โลกความจริงกลับเปิดพื้นที่ให้กับความแตกต่าง ทุกคนมีจุดเริ่มต้นที่เท่าเทียมกัน สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าใครจะค้นพบ ความได้เปรียบของตนเอง และสามารถนำสิ่งนั้นไปพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ
บางคนมีพรสวรรค์ด้านการเขียน บางคนโดดเด่นในการสื่อสาร บางคนเชี่ยวชาญงานช่าง บางคนมีความสามารถด้านกีฬา หรือทักษะเฉพาะทางอื่น ๆ จนสามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงและประสบความสำเร็จได้ ความสำเร็จในชีวิตจึงมิได้จำกัดอยู่เพียงเส้นทางของการเรียนเก่งเท่านั้น
สำหรับผม นิยามของความสำเร็จคือ หากคุณสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างดีจนเป็นที่ยอมรับ นั่นคือคุณได้ “เกียรตินิยมในแบบของตัวเอง” สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการเรียนให้เก่ง แต่คือการได้ทำในสิ่งที่รัก และมีความสุขกับสิ่งนั้นอย่างแท้จริง
เพราะในความเป็นจริง มีคนจำนวนไม่น้อยที่เรียนเก่ง แต่กลับไม่มีความสุข และไม่รู้ว่าตนเองกำลังมุ่งหน้าไปทิศทางใด สุดท้ายแล้ว ใบปริญญาก็เป็นเพียงเอกสารที่ยืนยันว่าเราเคยผ่านการศึกษา แต่ไม่ได้ยืนยันว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จหรือมีความหมาย
ในทางกลับกัน ผู้ที่ค้นพบสิ่งที่ตนรัก และสามารถทำสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ แม้จะไม่มีเกียรตินิยม ก็สามารถสร้างความสำเร็จและความสุขในแบบของตนเองได้ ซึ่งอาจเป็นความสำเร็จที่แท้จริงยิ่งกว่า
พ่อแม่จึงอาจต้องปรับมุมมอง ไม่ควรกดดันลูกจนเกินไป เพราะสิ่งที่เราเรียนคือองค์ความรู้ในอดีต แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการนำไปใช้ในอนาคต หากลูกได้ทำในสิ่งที่รัก มีเป้าหมาย และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข นั่นคือความสำเร็จของชีวิตอย่างแท้จริง





