วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม 2569

Login
Login

"วินัย" ปัญหาซ้ำซากของประเทศไทย

"วินัย" ปัญหาซ้ำซากของประเทศไทย

เรื่องการสอบเข้าโรงเรียนดังเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลายเป็นประเด็นสังคมอย่างกว้างขวาง จากการที่โรงเรียนห้ามนำสิ่งของต่างๆ เข้าห้องสอบตามระเบียบโดยมีการจัดจุดรับฝากของไว้

แต่ก็มีนักเรียนจำนวนหนึ่งต้องทิ้งสิ่งของทั้งเงินและข้าวของมีค่าไว้นอกห้อง นำมาซึ่งวิวาทะและเสียงต่อว่าต่อขานเป็นข่าวใหญ่เลยเถิดทั้งในสื่อหลักและสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดอาการงงงวยว่าจนถึงวันนี้แล้วสังคมไทยยังจะต้องพูดกันถึงเรื่อง “วินัย” กันอีกอย่างซ้ำๆ ซากๆ ไม่ไปไหนกันสักที

สังคมไทยเป็นสังคมที่อ่อนด้อยในเรื่องวินัย และการขาดวินัยนี่เองทำให้ต้นทุนทางสังคมเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

การขาดวินัยในเรื่องความปลอดภัยทำให้นักขับมอเตอร์ไซค์และผู้ซ้อนท้ายส่วนหนึ่งไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใส่หมวกกันน็อค

ภาพที่เห็นบ่อยๆ บนท้องถนนตอนเช้าคือพ่อขับมอเตอร์ไซค์ให้ลูกคนเล็กยืนข้างหน้า ลูกอีกสองคนซ้อนท้ายโดยมีพ่อเท่านั้นที่สวมหมวกกันน็อค เป็นภาพที่น่าหวาดเสียวมาก

เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็เป็นภาระของหมอผ่าสมองและค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณสุข แทนที่จะใช้งบประมาณส่วนนี้ไปช่วยคนไข้อื่นๆ การขับขี่อย่างไร้วินัยยังทำให้ประเทศนี้ต้องนับศพกันทุกเทศกาลวันหยุดยาวไม่เคยเปลี่ยนแปลง 

เมื่อคนขาดวินัยเราจึงเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องการจัดการขยะเป็นที่สุด จะมีคนสักกี่คนที่ตั้งสติก่อนทิ้งขยะว่าขยะในมือเป็นขยะอะไรแล้วควรจะทิ้งลงในถังใบไหน

ถังขยะแยกประเภทในบ้านเราจึงไม่เคยแยกขยะได้จริงตราบใดที่คนทิ้งไม่มีวินัย นี่คือต้นทุนมหาศาลที่เกิดขึ้นกับสังคม กับสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

การขาดวินัยทำให้ขาดการวางแผนชีวิต ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ท่วมประเทศส่วนหนึ่งก็เกิดจากการขาดวินัยในการวางแผนการเงิน เพราะรายได้นั้นไม่ว่าจะหาได้มากเท่าไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเก็บออมได้เท่าไร

เมื่อคนไม่มีวินัยในการหา การใช้ และการเก็บออม ชีวิตก็หายนะ เสียงร่ำร้องว่าเกิดมาจนบางทีก็ดังจนกลบเสียงสำนึกในสมองว่าวินัยสามารถขจัดความยากจนได้หากตั้งใจและมุ่งมั่นพอ

หากไม่เกิดมาเจ็บป่วยจนไม่สามารถดำเนินชีวิตปกติได้ วินัยย่อมชนะความยากจนได้และไม่ต้องเป็นภาระให้ใคร

แต่วินัยนั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดได้ง่ายๆ ต้องอาศัยความพยายาม ความอดทนอดกลั้น การวางแผน และใช้สติปัญญาที่เหมาะควร

จึงเป็นเรื่องยากสำหรับบางคนที่ถนัดจะโทษคนอื่นหรือปัจจัยอื่นนอกจากตัวเอง เพราะนั่นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

ในสังคมที่ขาดวินัยมักจะเกิดข้ออ้างที่จะมีชีวิตอยู่แบบไม่พยายามปรับปรุงหรือทำอะไรให้ดีขึ้น ข้ออ้างง่ายๆ ประเภท “ใครๆ เขาก็ทำกัน” เป็นข้ออ้างที่มักเกิดในสังคมที่ขาดวินัยและเป็นข้ออ้างที่อันตรายยิ่ง

ขับรถย้อนศรก็ไม่เป็นไร เพราะใครๆ เขาก็ทำกัน โกงกินทุจริตก็ได้ เพราะใครๆ เขาก็ทำกัน ซื้อของบนท้องถนนก็ได้เพราะใครๆ เขาก็ทำกัน สังคมไทยที่มีข้ออ้างอย่างนี้จึงเต็มไปด้วยปัญหาและความสับสน

การขาดวินัยขั้นรุนแรงทำให้คนไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะรู้สึกว่ายากที่จะต้องบังคับตัวเองที่อยู่ในกฎกติกา คนขาดวินัยจึงพยายามหาช่องว่างที่ละเมิดกฎอยู่เสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สังคมก็จะกลายเป็นสังคมแบบศรีธนญชัยหรือสังคมมักง่าย

กฎหมายจะไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เพื่อปฏิบัติตามหรือเกรงกลัว แต่เป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อหาช่องว่างช่องโหว่ที่จะละเมิดโดยไม่ต้องมีความผิด สังคมที่ขาดวินัยเป็นเช่นนี้ และคือสภาพสังคมไทยทุกวันนี้

คนไทยนั้นเป็นคนปรับตัวเก่ง เมื่ออยู่ในประเทศที่เข้มงวดในเรื่องวินัย คนไทยก็สามารถทำตัวลีบตัวงอหักห้ามใจและมีวินัยไปตามข้อบังคับของคนอื่นได้เสมอ ซึ่งยืนยันว่าคนไทยมีวินัยได้ถ้าจะทำ แต่น่าแปลกที่เมื่ออยู่ในบ้านตัวเองกลับพยายามที่จะแหกกฎหรือละเมิดกติกาเสมอ

ป่วยการที่จะแสวงหาวิธีการรณรงค์ระดับชาติในเรื่องวินัย เพราะในอดีตที่รณรงค์กันมายาวนานไม่ได้ทำให้สังคมไทยดีขึ้นในเรื่องนี้

รัฐบาลยิ่งไม่สนใจ เพราะการไร้วินัยของประชาชนโดยเฉพาะในการเลือกตั้งส่งผลดีต่อนักการเมืองเสมอ เนื่องด้วยคนที่ขาดวินัยย่อมถูกซื้อได้ง่ายในการเลือกตั้ง ผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็นว่าจนบัดนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้ เกิดต้นทุนทางสังคมมหาศาล

จะให้กระทรวงวัฒนธรรมรณรงค์เรื่องวินัยก็เห็นจะเข็นไม่ขึ้น เพราะวัฒนธรรมในความหมายของกระทรวงนี้คือวัฒนธรรมที่จะเปลี่ยนเป็นเงินเป็นทองได้เท่านั้น 

วินัยวันนี้จึงต้องเริ่มต้นในระดับปัจเจก ในระดับครอบครัวที่พ่อแม่ต้องอบรมสั่งสอนลูกให้เป็นคนมีวินัยด้วยการทำตัวเป็นตัวอย่าง เลิกมีเหตุผลประเภท “ใครๆ เขาก็ทำกัน”

สร้างค่านิยมที่ถูกต้องในเรื่องวินัยทั้งที่บ้านและนอกบ้าน โรงเรียนตั้งแต่อนุบาลไปจนอุดมศึกษามีหน้าที่จะต้องสั่งสอนอย่างเข้มข้น ทุกวันนี้สังคมไทยสับสนกันไปหมดระหว่างความมีวินัยกับเสรีภาพ

เมื่อต่างลุกขึ้นมาอ้างเสรีภาพ วินัยก็ต้องถอยกรูดพ่ายแพ้ไป สังคมไทยจึงเต็มไปด้วยการละเมิดกฎกติกา ความไร้มารยาททางสังคม การทะเลาะด่าทอด้วยความรุนแรงโดยยึดเอาความเห็นของตัวเองเป็นที่ตั้งโดยขาดเหตุผลและการแสวงหาข้อมูลที่รอบด้าน

ไม่ใช่เพราะเป็นสังคมไร้วินัยหรือ เราจึงย่ำอยู่กับที่อย่างนี้ จนประเทศอื่นเขาวิ่งนำหน้าเราไปหลายช่วงตัว ออกจะน่าเศร้าที่ พ.ศ. นี้ยังมีเรื่องวิวาทะและเรื่องให้ต้องเขียนเกี่ยวกับวินัยของคนไทยกันอีก 

ท้ายที่สุด ขอยืนยันว่าที่เขียนนี่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนดังแต่ประการใด