วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

พรรคการเมืองอย่านิ่งเฉย ต่อนโยบายเชิงโครงสร้าง

พรรคการเมืองอย่านิ่งเฉย ต่อนโยบายเชิงโครงสร้าง

การเลือกตั้งกำลังจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นบทบริบทของประเทศที่กำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากทั้งภายในประเทศและภายนอก

โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกที่เป็นแรงกระแทกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า ซึ่งเห็นชัดเจนจากการเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐที่กำลังจะเห็นผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยชัดเจนมากขึ้น โดยจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นต่อการส่งออกปี 2569 หลังจากการส่งออกสินค้าปี 2568 ขยายตัวถึง 12.9%

หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงมีนโยบายประชานิยมและการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น โดยเฉพาะนโยบายในเชิงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน โดยมีหลายพรรคการเมืองมีแผนต่อยอดจากนโยบายคนละครึ่งที่เคยประสบความสำเร็จจากการที่รัฐบาลและประชาชนร่วมจ่ายที่ตอบโจทย์ทั้งการลดค่าครองชีพและการอัดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ

ซึ่งบางพรรคการเมืองได้ปรับสัดส่วนการร่วมจ่ายของประชาชนจากเดิม 50% ลดลงเหลือ 30% ทำให้ประชาชนได้ร่วมจ่ายน้อยลง
    
การเลือกตั้งครั้งนี้มีการระบุถึงนโยบายระยะยาวที่ครอบคลุมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งมีการพูดถึงมากขึ้นเพียงแต่ถูกนำเสนอน้อยกว่าหรือนำมาใช้หาเสียงน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น หลายพรรคการเมืองได้ระบุถึงการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ หลังจากเครื่องยนต์หลายตัวอ่อนแรงลง ทั้งการท่องเที่ยวที่ประเทศคู่แข่งในอาเซียนมีผลงานที่ดี เช่น มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงการส่งออกที่โครงสร้างสินค้าเริ่มไม่ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก
    
ปัญหาการคลังของประเทศที่มีข้อจำกัดมากขึ้น เป็นอีกประเด็นพรรคการเมืองควรกล้ายกขึ้นมาพูดอย่างตรงไปตรงมา โดยงบประมาณสำหรับการลงทุนภาครัฐมีจำกัด เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรม รวมถึงปัญหาโครงสร้างประชากรที่ไทยมีแนวโน้มลดลง ซึ่งประมาณการว่าในอีกเกือบ 60 ปี ข้างหน้า หรือปี 2626 ประชากรไทยเมื่อเทียบกับปี 2566 จะลดลง 50% มาอยู่ที่ 33 ล้านคน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ทุกรัฐบาลหลังจากนี้จะต้องวางแผนรับมือ
    
การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างจึงมีความจำเป็น ซึ่งมีทั้งประเด็นทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะส่งผลต่ออนาคตของไทย โดยเฉพาะความพร้อมในการรับมือกับวิกฤติในอนาคต ความสามารถการแข่งขันของประเทศ และการยกระดับประเทศให้เข้าสู่การเป็นประเทศรายได้สูงหลังจากที่ไทยติดกับประเทศรายได้ปานกลางมานาน หลังจากที่ไทยยกระดับมาเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูงเมื่อปี 2554 ดังนั้นพรรคการเมืองจึงไม่ควรนิ่งเฉยต่อนโยบายที่เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง