บนรอยร้าวของความมั่งคั่ง สู่ปีใหม่แห่งความกลัว

บนรอยร้าวของความมั่งคั่ง สู่ปีใหม่แห่งความกลัว

ในปี 2025 ที่ผ่านมา เราได้เห็น“ปีแห่งความประหลาดใจ” ที่ขับเคลื่อนโดยนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลก

สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำพุ่งทะยานเกือบ 65% ซึ่งถือเป็นปีที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติน้ำมันในปี 1979 ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐกลับอ่อนค่าลงเกือบ 10%

เปิดทางให้สกุลเงินในตลาดเกิดใหม่รวมถึงเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่น โดยผู้เชี่ยวชาญจากเจพี มอร์แกน เชื่อว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของวงจรตลาดหมีในสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ที่ยาวนานถึง 14 ปี

อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ สังเกตได้จากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Nvidia ทะยานสู่มูลค่าตลาด 5 ล้านล้านดอลลาร์เป็นบริษัทแรกของโลกในเดือน ต.ค. แต่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์กลับเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักโดยร่วงลงถึง 30% นับจากจุดสูงสุดที่เหนือ 125,000 ดอลลาร์ ลงมาปิดปีด้วยราคาที่ลดลงสุทธิกว่า 6% สะท้อนถึงความเปราะบางของสินทรัพย์เสี่ยง 
    
เมื่อมองไปข้างหน้าสู่ปี 2026 ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ การสรรหาประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ที่อาจกระทบต่อความเป็นอิสระของหน่วยงาน อีกทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครนและฉนวนกาซาที่ยังหาข้อยุติได้ยาก ขณะที่การลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ยังคงเป็นตัวเร่งการก่อหนี้ โดยคาดว่าบริษัทขนาดใหญ่จะใช้เงินลงทุนสูงถึง 5.3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2026 นี้
    
เมื่อมองไปข้างหน้าปี 2026 จึงไม่ใช่เรื่องของการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการเผชิญหน้ากับความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่สูงเกินจริง นักลงทุนจำเป็นต้องเฝ้าระวังว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการผลักดันขีดจำกัดของเงินที่ได้มาง่ายๆ จะนำไปสู่การปรับฐานครั้งใหญ่หรือไม่ ในวันที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากความหอมหวานของกำไร สู่ความจริงอันหนาวเหน็บของหนี้สินและความไม่แน่นอน
    
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในขณะนี้ เปรียบเสมือนงานเลี้ยงฉลองบนเรือสำราญที่หรูหราที่สุดแม้ดนตรีจะยังบรรเลงเสียงดังและแก้วไวน์ยังเต็มเปี่ยม แต่ลึกลงไปใต้ผิวน้ำ เครื่องยนต์เริ่มส่งเสียงผิดปกติและตัวเรือเริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น การรื่นเริงโดยไม่เตรียมชูชีพไว้ล่วงหน้า อาจเป็นความประมาทที่แลกมาด้วยบทเรียนราคาแพงเมื่อพายุลูกใหม่พัดมาถึงในเช้าวันพรุ่งนี้