วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

สุดทางถนนหมายเลข 3

เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่ปลายสุดถนนหมายเลข 3 ในจังหวัดตราด มีที่เที่ยวหลายแห่งตลอดเส้นทาง เช่น น้ำตกสะพานหิน น้ำตกตาหนึก จุดชมวิวเขาท่านก๋ง ฯลฯ

KEY POINTS

  • ชี้แจงว่าถนนหมายเลข 3 ที่แท้จริงคือถนนสุขุมวิท ซึ่งสิ้นสุดที่ด่านหาดเล็ก จังหวัดตราด ไม่ใช่ถนนโค้งเลข 3 ที่จังหวัดน่านซึ่งเป็นที่เข้าใจผิดกัน
  • ปลายสุดของถนนสุขุมวิทเป็นแผ่นดินส่วนที่แคบ แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งต่ออาณาเขตทางทะเลของไทย ซึ่งทำให้เกาะกูดยังคงอยู่ในเขตแดนไทย
  • แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายตลอดเส้นทางช่วงปลายของถนนหมายเลข 3 ในจังหวัดตราด เช่น น้ำตกสะพานหิน น้ำตกตาหนึก จุดชมวิวเขาท่านก๋ง และศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย

มีคนเข้าใจผิด เขียนบรรยายถนนลอยฟ้าสายสันติสุข-บ่อเกลือ ว่าเป็นถนนหมายเลข 3 ซึ่งไม่ใช่! ถนนสายนี้เป็นถนนหมายเลข 1081 จริงๆ ควรเขียนว่า ถนนโค้งเลข 3 หรือ ถนนเลข 3 แต่ก็ยังมีคนเขียนบรรยายว่าเป็น “ถนนหมายเลข 3” อีกหลายคน

ท่านผู้อ่านลองเสิร์ชดูได้ ก็จะเจอข้อมูลแบบที่ผมบอก ทั้งๆ ที่หลักกิโลที่มีไว้ให้ถ่ายรูปตรงนั้น เขาก็อุตส่าห์เขียนว่า “ถนนเลข 3” ก็ยังจะดื้อตาใสเขียนว่าเป็นถนนหมายเลข 3 อยู่นั่นแหละ ซึ่งถนนหมายเลข 3 ที่แท้จริงแล้ว คือถนนสุขุมวิท ที่เริ่มจากถนนเพลินจิต ตรงแยกเพลินจิต มุ่งหน้าไปทางตะวันออก จนไปสุดที่ด่านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ระยะทาง 488 กิโลเมตร นี่คือถนนหมายเลข 3 ที่ถูกต้อง

ดังนั้น อย่าไปเขียนบรรยายถึงถนนเลข 3 ที่มีโค้งไปมาเหมือนเลข 3 อารบิกที่น่านนั้นว่าเป็นถนนหมายเลข 3 อีก มันจะดูมั่วเกินไป และจะทำให้คนเข้าใจผิดได้

สุดทางถนนหมายเลข 3 อยากให้ดูแผนที่ปลายทางของถนนสุขุมวิท และพื้นที่ประเทศไทยเล็กๆ ที่ครอบคลุมเกาะกูดได้หมด

ผมนึกอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา อันเนื่องมาจากการที่ไทยและกัมพูชา ได้ไปประชุมคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาท ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล) เมื่อ 14-16 กันยายน 2569 ที่สิงคโปร์ที่ผ่านมา เหตุที่ผมฉุกคิดคือ ปลายถนนสุขุมวิท จากตัวเมืองตราด มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ไปทางด่านหาดเล็กนั้น แผ่นดินที่เป็นของประเทศไทยจะค่อยๆ เรียวเล็กลงเรื่อยๆ จนมีจุดที่แคบที่สุดในประเทศไทยคือกว้างเพียง 600 เมตร ที่ด่านหาดเล็ก

แต่พื้นที่บนบกที่เล็กเรียวนี่เอง พอขีดเส้นทางทะเลออกมาก็จะพบว่ามันคลุม "เกาะกูด" ทั้งเกาะให้อยู่ในอาณาเขตประเทศไทยโดยปริยาย และนับจากเกาะกูด ออกไปอีกไม่รู้กี่ไมล์ทะเล พื้นที่ก็ยังเป็นน่านน้ำของไทยไปด้วย ทีนี้เห็นฤทธิ์เดชของพื้นที่แคบๆ เล็กๆ ปลายถนนสุขุมวิทหรือยัง

สุดทางถนนหมายเลข 3 จุดเริ่มต้นเดินเท้า น้ำตกสะพานหิน

เมื่อมองตลอดแนวพื้นที่แคบๆ เล็กๆ ไปจนสุดเขตแดนไทยที่หาดเล็กนี้ มีอะไรน่าเที่ยว น่าสนใจมากมาย ชนิดที่อาจจะคิดไม่ถึงด้วยซ้ำไป ตามมาครับ ผมจะพาไปดู...

สุดทางถนนหมายเลข 3 บรรยากาศการเดินป่าเล็กๆ

ก่อนเข้าตัวเมืองตราดนิดเดียว ถนนสุขุมวิทจะเลี้ยวซ้าย ไปทางสถานีขนส่งตราดที่เพิ่งประกาศร้างไปไม่นานนั่นแหละ ทางจะผ่านบ้านชำราก มีทางแยกเข้าไปถึง "ทมอดา" ซึ่งเคยเป็นคาสิโนก่อนการสู้รบ แต่ขณะนี้ด่านปิด มีด่านตรวจของทหารอยู่รายทางเลย

ย้อนออกมาที่ถนนสุขุมวิทอีกที เลยบ้านชำรากไปไม่ไกลจะผ่านบ้านท่าเส้น ชื่อพวกนี้ ในช่วงการสู้รบกับเขมรปีที่แล้ว คงคุ้นหูท่านผู้อ่านละครับ จากบ้านท่าเส้นก็จะถึงบ้านสะพานหิน และจะถึงทางแยกเข้า "น้ำตกสะพานหิน" มาที่นี่ต้องไม่พลาดเชียว

สุดทางถนนหมายเลข 3 เข็มป่า อวดสีสันในวันที่ฝนพรำ

สุดทางถนนหมายเลข 3 น้ำตกสะพานหินชั้น 4

ขับรถเข้าไปจนถึงลานจอดรถ จะมีทางเดินเลียบลำธารน้ำขึ้นไป เจอแก่งน้ำชั้น 1-2 แล้วเจอศาลประจำท้องถิ่น ก่อนจะเจอบันไดปูนที่ทำขึ้นไปบนทางชัน ขึ้นไปแล้ว ก็จะมีทางเดินเลาะป่า เลาะลำธารไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงน้ำตกชั้นที่ 5 ซึ่งระยะทางจากลานจอดรถที่เริ่มเดินเท้ามาราวกิโลกว่าๆ

น้ำตกชั้นที่ 5 นี้สวยมาก เป็นน้ำตกที่ตกลงมาชั้นเดียว สูงราว 20 กว่าเมตร ตกลงแอ่งน้ำเบื้องล่าง สูงใหญ่ชวนหลงใหล ซึ่งระหว่างนั้น ก็จะมีน้ำตกชั้นเล็กๆ ชั้นที่ 3 ชั้นที่ 4 เป็นระยะๆ แต่ชั้น 5 นี่ สวยที่สุด เป็นการเดินป่าเล็กๆ ที่น่าประทับใจมาก เพราะน้ำตกสวยเหลือเกิน

สุดทางถนนหมายเลข 3 น้ำตกสะพานหิน ชั้น 5

สุดทางถนนหมายเลข 3 ดอกเข้าพรรษาสีขาว

จากน้ำตกสะพานหิน ยังคงมุ่งหน้าไปตามถนนสุขุมวิทเช่นเดิม เลยไปไม่ไกล สังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นน้ำตกตกลงมาเป็นม่านใหญ่ ให้เลี้ยวรถเข้าไปไม่ถึง 20 เมตร ก็จะเห็น "น้ำตกตาหนึก" อยู่ข้างหน้า ไม่มีป้ายบอกครับ ต้องสังเกตเอา

สุดทางถนนหมายเลข 3 ภาพแรกของน้ำตกตาหนึก

น้ำตกตาหนึกนี้ น่าจะมีน้ำมากในฤดูฝน ยิ่งฝนตกชุกน้ำตกก็ยิ่งเด่นชัดมาก ตกลงมาจากหน้าผาหินที่สูงราว 10 เมตร ตกแผ่เรียงลงมา ลงในบึงน้ำกว้างด้านล่าง ซึ่งหน้าผานั้นมีหินที่มีลวดลายแปลกตา

สุดทางถนนหมายเลข 3 น้ำตกตาหนึก

ดูจากร่องรอยเหมือนเคยมีสะพานปูนเชื่อมจากฝั่งที่จอดรถไปถึงหน้าน้ำตกได้ แต่เดี๋ยวนี้สะพานปูนนั้นไม่มีแล้ว เป็นน้ำตกที่สวยและรู้จักกันน้อยมากอีกแห่งหนึ่ง ถ้าพัฒนาพื้นที่ดีๆ มีร้านกาแฟ มีร้านอาหาร น่าจะเหมาะ ไม่ได้เป็นน้ำตกลับอะไรหรอก แค่ไม่มีป้ายบอก พอคนไม่เห็นป้ายก็ขับรถเลยไปก็แค่นั้น

จากน้ำตกตาหนึก ขับรถเพลินๆไปอีกไม่ไกล ก็ถึงตัวอำเภอคลองใหญ่แล้ว อำเภอนี้เป็นอำเภอเล็กๆ เงียบสงบ ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงเข้าอำเภอ สังเกตซอยเล็กๆ ซ้ายมือ จะมีซอย "เขาท่านก๋ง" เลี้ยวรถเข้าไปในซอย แล้วแล่นไปตามทางเลยครับ

สุดทางถนนหมายเลข 3 วัดเขาท่านก๋ง

ช่วงท้ายๆ ทางจะชันนิดหนึ่ง ขึ้นไปยัง "วัดเขาท่านก๋ง" ข้างบนจะเป็นวัดมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และจุดชมวิวเขาท่านก๋ง จะมีลานชมทิวทัศน์ ถ้าวันฟ้าใส จะเห็นตัวเมืองคลองใหญ่ และเกาะกูดอย่างชัดเจน แต่วันที่ผมไปฝนตกพรำๆ ตลอด เลยทำให้ไม่ค่อยเห็นวิวทิวทัศน์

สุดทางถนนหมายเลข 3 ทิวทัศน์ อ.คลองใหญ่ มองจากจุดชมวิวเขาท่านก๋ง

ย้อนลงมาที่ตัวสี่แยกอำเภอคลองใหญ่ ถ้าจะไปหาดเล็ก ก็ต้องตรงไปตามทางอีกราว 40 กิโลเมตร ก็จะถึง "ด่านชายแดนหาดเล็ก" แต่ก่อนเป็นด่านค้าขาย ไปมาหาสู่ระหว่างเขมรและไทย เด็กเขมร ก็ผ่านด่านนี้มาเรียนในไทย

พอสู้รบกันด่านก็ปิด ไม่มีการมาหาสู่กันอีก บรรยากาศช่วงนี้จึงดูเงียบเหงามาก ชุมชนใกล้ด่านหาดเล็ก คือ "ชุมชนหาดศาลเจ้า" ก็เป็นชุมชนที่ทำล้ำลงไปในทะเลนะแหละ เพราะที่ราบบนพื้นดินมันน้อย ใกล้ๆ กันจะเป็นจุดที่แคบที่สุดในประเทศไทย คือกว้างแค่ 600 เมตร

สุดทางถนนหมายเลข 3 ตลาดคลองใหญ่ ดูสงบดีจัง

สุดทางถนนหมายเลข 3 ด่านหาดเล็กก่อนการปิดด่าน

สุดทางถนนหมายเลข 3 แม่ค้าชาวกัมพูชาเอาสินค้ามาขายในฝั่งไทย มีนักท่องเที่ยวไปเยือนตลอด

ทีนี้ขากลับ จึงจะเป็นถนนที่แล่นเลียบทะเล ทะเลจะอยู่ทางซ้ายมือ พอเลยอำเภอคลองใหญ่มาไม่นาน ก็จะเป็น "หาดบานชื่น" ที่มีซุ้มอาหารเต็มไปหมด มองเห็น เกาะกูดอยู่แค่เอื้อม

สุดทางถนนหมายเลข 3 หาดบานชื่นในวันที่มีแดด

จากหาดบานชื่น เข้าไปเที่ยวบ้านไม้รูด ไปดูชุมชนทำประมง ที่อยู่ริมคลองไม้รูด และที่ต้องแวะเลยก็คือ "หาดราชการุณย์" ที่อยู่ในศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย สังเกตไม่ยาก ด้านหน้าจะมีด่านตรวจของทหารเรือ เลี้ยวรถเข้าไปเลยครับ

สุดทางถนนหมายเลข 3

สุดทางถนนหมายเลข 3 หมู่บ้านชาวประมงบ้านไม้รูด

สุดทางถนนหมายเลข 3 อนุสรณ์สถานนาวิกโยธินบ้านหาดเล็ก ในสมัยการสู้รบครั้งก่อน

พื้นที่ตรงนี้ในอดีตเป็นพื้นที่ที่สภากาชาดไทยเปิดรับเขมรอพยพครั้งสงครามกลางเมืองของเขา ให้เข้ามาหลบภัยสงคราม เรียกว่า "ค่ายเขาล้าน" โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับสั่งให้เปิดพื้นที่รับเขมรที่กำลังบ้านแตกสาแหรกขาด หลบหนีภัยสงครามเข้ามาพักพิง ทั้งยังเสด็จไปเยี่ยมด้วยพระองค์เองหลายครั้ง

สุดทางถนนหมายเลข 3 ค่ายผู้อพยพเขาล้าน (สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงเปิดให้รับผู้หนีภัยสงครามชาวกัมพูชา)

แต่พอเราช่วยเขายืนได้แล้ว นอกจากจะเนรคุณเราแล้ว เขมรบางคนยังใส่ร้ายเบื้องสูงอีกด้วย

ในพื้นที่นี้ มีการแบ่งสถานที่ไว้หลากหลาย มีห้องจัดแสดงประวัติ มีบังเกอร์หลบภัย มีเรือนแถวพักแรม เข้าใจว่าสำหรับเด็กนักเรียนที่มาอบรมอะไรแนวนี้ รวมทั้งมีบริเวณกางเต็นท์ริมทะเล ที่จอดรถบ้าน พื้นที่เงียบสงบ ร่มรื่นมาก

สุดทางถนนหมายเลข 3

สุดทางถนนหมายเลข 3 หาดราชการุณในวันที่ฉ่ำฝน

สุดทางถนนหมายเลข 3 หลุมหลบภัยในค่ายเขาล้าน

ในช่วงปลายฤดูฝนต่อต้นฤดูหนาว ราวตุลาคม-พฤศจิกายน จะเริ่มเห็นกะพรุนถ้วย หลากหลายสีสัน ถูกน้ำทะเลพัดมาหนาแน่นกันบริเวณนี้และหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงที่อยู่ติดทะเล เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี สามารถมาหาเรือลำเล็กๆ จากหาดราชการุณย์ ล่องทะเลดูกะพรุนหลากสีได้

สุดทางถนนหมายเลข 3 ช่วงปลายฝนต้นหนาว มีนัดกันที่หาดราชการุณย์

สุดทางถนนหมายเลข 3 ล่องเรือไปดูกะพรุนหลากสี

ทยอยเดินทางกลับเข้าตราดไปเรื่อยๆ ก็จะพบชายทะเลหลายแห่ง แต่ทะเลย่านนี้ไม่ได้ขาวสะอาดเหมือนบนเกาะช้างหรือเกาะกูด แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางสายสุขุมวิทนี้ได้เป็นอย่างดี

 

การมาจนสุดทางถนนสุขุมวิท (ถนนหมายเลข 3 ) นี้ มาเพื่อให้เห็นกับตาว่า พื้นที่แคบๆ บนบกนี้ ส่งผลกับพื้นที่ในทะเลอย่างมากมาย โชคดีของคนไทย ที่มีบูรพกษัตริย์ มองเห็นการณ์ไกล ยอมแลกแผ่นดินบนบกอย่างพระตะบองอะไรพวกนั้น กับพื้นที่แคบๆ อย่างเส้นทางไปด่านหาดเล็กที่ส่งผลไปถึงพื้นที่ในทะเลอีกกว้างไกลที่อุดมด้วยทรัพยากรทางทะเลอีกมากมายมหาศาล

สุดทางถนนหมายเลข 3 หาดสุวรรณเกลียวทอง อีกชายหาดในเส้นทางปลายทางถนนสุขุมวิท

นอกจากจะเห็นพื้นที่จริงตามประวัติศาสตร์แล้ว ก็ยังได้เพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย ในปลายถนนหมายเลข 3 แห่งนี้ด้วย

ว่างๆ ก็ลองหาโอกาสมาดูกันครับ ถ้าจะให้ดีมาในช่วงผลไม้ ย่านนี้เขาทำสวนผลไม้กันตลอดทางเลย บ้านเมืองของเรา...สวยงามจริงๆ

เพราะเดินทาง จึงได้เห็น...