เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวที่ปลายสุดถนนหมายเลข 3 ในจังหวัดตราด มีที่เที่ยวหลายแห่งตลอดเส้นทาง เช่น น้ำตกสะพานหิน น้ำตกตาหนึก จุดชมวิวเขาท่านก๋ง ฯลฯ
KEY POINTS
- ชี้แจงว่าถนนหมายเลข 3 ที่แท้จริงคือถนนสุขุมวิท ซึ่งสิ้นสุดที่ด่านหาดเล็ก จังหวัดตราด ไม่ใช่ถนนโค้งเลข 3 ที่จังหวัดน่านซึ่งเป็นที่เข้าใจผิดกัน
- ปลายสุดของถนนสุขุมวิทเป็นแผ่นดินส่วนที่แคบ แต่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งต่ออาณาเขตทางทะเลของไทย ซึ่งทำให้เกาะกูดยังคงอยู่ในเขตแดนไทย
- แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายตลอดเส้นทางช่วงปลายของถนนหมายเลข 3 ในจังหวัดตราด เช่น น้ำตกสะพานหิน น้ำตกตาหนึก จุดชมวิวเขาท่านก๋ง และศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย
มีคนเข้าใจผิด เขียนบรรยายถนนลอยฟ้าสายสันติสุข-บ่อเกลือ ว่าเป็นถนนหมายเลข 3 ซึ่งไม่ใช่! ถนนสายนี้เป็นถนนหมายเลข 1081 จริงๆ ควรเขียนว่า ถนนโค้งเลข 3 หรือ ถนนเลข 3 แต่ก็ยังมีคนเขียนบรรยายว่าเป็น “ถนนหมายเลข 3” อีกหลายคน
ท่านผู้อ่านลองเสิร์ชดูได้ ก็จะเจอข้อมูลแบบที่ผมบอก ทั้งๆ ที่หลักกิโลที่มีไว้ให้ถ่ายรูปตรงนั้น เขาก็อุตส่าห์เขียนว่า “ถนนเลข 3” ก็ยังจะดื้อตาใสเขียนว่าเป็นถนนหมายเลข 3 อยู่นั่นแหละ ซึ่งถนนหมายเลข 3 ที่แท้จริงแล้ว คือถนนสุขุมวิท ที่เริ่มจากถนนเพลินจิต ตรงแยกเพลินจิต มุ่งหน้าไปทางตะวันออก จนไปสุดที่ด่านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ระยะทาง 488 กิโลเมตร นี่คือถนนหมายเลข 3 ที่ถูกต้อง
ดังนั้น อย่าไปเขียนบรรยายถึงถนนเลข 3 ที่มีโค้งไปมาเหมือนเลข 3 อารบิกที่น่านนั้นว่าเป็นถนนหมายเลข 3 อีก มันจะดูมั่วเกินไป และจะทำให้คนเข้าใจผิดได้
ผมนึกอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา อันเนื่องมาจากการที่ไทยและกัมพูชา ได้ไปประชุมคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาท ภายใต้อนุสัญญา UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล) เมื่อ 14-16 กันยายน 2569 ที่สิงคโปร์ที่ผ่านมา เหตุที่ผมฉุกคิดคือ ปลายถนนสุขุมวิท จากตัวเมืองตราด มุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้ไปทางด่านหาดเล็กนั้น แผ่นดินที่เป็นของประเทศไทยจะค่อยๆ เรียวเล็กลงเรื่อยๆ จนมีจุดที่แคบที่สุดในประเทศไทยคือกว้างเพียง 600 เมตร ที่ด่านหาดเล็ก
แต่พื้นที่บนบกที่เล็กเรียวนี่เอง พอขีดเส้นทางทะเลออกมาก็จะพบว่ามันคลุม "เกาะกูด" ทั้งเกาะให้อยู่ในอาณาเขตประเทศไทยโดยปริยาย และนับจากเกาะกูด ออกไปอีกไม่รู้กี่ไมล์ทะเล พื้นที่ก็ยังเป็นน่านน้ำของไทยไปด้วย ทีนี้เห็นฤทธิ์เดชของพื้นที่แคบๆ เล็กๆ ปลายถนนสุขุมวิทหรือยัง
เมื่อมองตลอดแนวพื้นที่แคบๆ เล็กๆ ไปจนสุดเขตแดนไทยที่หาดเล็กนี้ มีอะไรน่าเที่ยว น่าสนใจมากมาย ชนิดที่อาจจะคิดไม่ถึงด้วยซ้ำไป ตามมาครับ ผมจะพาไปดู...
ก่อนเข้าตัวเมืองตราดนิดเดียว ถนนสุขุมวิทจะเลี้ยวซ้าย ไปทางสถานีขนส่งตราดที่เพิ่งประกาศร้างไปไม่นานนั่นแหละ ทางจะผ่านบ้านชำราก มีทางแยกเข้าไปถึง "ทมอดา" ซึ่งเคยเป็นคาสิโนก่อนการสู้รบ แต่ขณะนี้ด่านปิด มีด่านตรวจของทหารอยู่รายทางเลย
ย้อนออกมาที่ถนนสุขุมวิทอีกที เลยบ้านชำรากไปไม่ไกลจะผ่านบ้านท่าเส้น ชื่อพวกนี้ ในช่วงการสู้รบกับเขมรปีที่แล้ว คงคุ้นหูท่านผู้อ่านละครับ จากบ้านท่าเส้นก็จะถึงบ้านสะพานหิน และจะถึงทางแยกเข้า "น้ำตกสะพานหิน" มาที่นี่ต้องไม่พลาดเชียว
ขับรถเข้าไปจนถึงลานจอดรถ จะมีทางเดินเลียบลำธารน้ำขึ้นไป เจอแก่งน้ำชั้น 1-2 แล้วเจอศาลประจำท้องถิ่น ก่อนจะเจอบันไดปูนที่ทำขึ้นไปบนทางชัน ขึ้นไปแล้ว ก็จะมีทางเดินเลาะป่า เลาะลำธารไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปถึงน้ำตกชั้นที่ 5 ซึ่งระยะทางจากลานจอดรถที่เริ่มเดินเท้ามาราวกิโลกว่าๆ
น้ำตกชั้นที่ 5 นี้สวยมาก เป็นน้ำตกที่ตกลงมาชั้นเดียว สูงราว 20 กว่าเมตร ตกลงแอ่งน้ำเบื้องล่าง สูงใหญ่ชวนหลงใหล ซึ่งระหว่างนั้น ก็จะมีน้ำตกชั้นเล็กๆ ชั้นที่ 3 ชั้นที่ 4 เป็นระยะๆ แต่ชั้น 5 นี่ สวยที่สุด เป็นการเดินป่าเล็กๆ ที่น่าประทับใจมาก เพราะน้ำตกสวยเหลือเกิน
จากน้ำตกสะพานหิน ยังคงมุ่งหน้าไปตามถนนสุขุมวิทเช่นเดิม เลยไปไม่ไกล สังเกตทางซ้ายมือ จะเห็นน้ำตกตกลงมาเป็นม่านใหญ่ ให้เลี้ยวรถเข้าไปไม่ถึง 20 เมตร ก็จะเห็น "น้ำตกตาหนึก" อยู่ข้างหน้า ไม่มีป้ายบอกครับ ต้องสังเกตเอา
น้ำตกตาหนึกนี้ น่าจะมีน้ำมากในฤดูฝน ยิ่งฝนตกชุกน้ำตกก็ยิ่งเด่นชัดมาก ตกลงมาจากหน้าผาหินที่สูงราว 10 เมตร ตกแผ่เรียงลงมา ลงในบึงน้ำกว้างด้านล่าง ซึ่งหน้าผานั้นมีหินที่มีลวดลายแปลกตา
ดูจากร่องรอยเหมือนเคยมีสะพานปูนเชื่อมจากฝั่งที่จอดรถไปถึงหน้าน้ำตกได้ แต่เดี๋ยวนี้สะพานปูนนั้นไม่มีแล้ว เป็นน้ำตกที่สวยและรู้จักกันน้อยมากอีกแห่งหนึ่ง ถ้าพัฒนาพื้นที่ดีๆ มีร้านกาแฟ มีร้านอาหาร น่าจะเหมาะ ไม่ได้เป็นน้ำตกลับอะไรหรอก แค่ไม่มีป้ายบอก พอคนไม่เห็นป้ายก็ขับรถเลยไปก็แค่นั้น
จากน้ำตกตาหนึก ขับรถเพลินๆไปอีกไม่ไกล ก็ถึงตัวอำเภอคลองใหญ่แล้ว อำเภอนี้เป็นอำเภอเล็กๆ เงียบสงบ ก่อนถึงสี่แยกไฟแดงเข้าอำเภอ สังเกตซอยเล็กๆ ซ้ายมือ จะมีซอย "เขาท่านก๋ง" เลี้ยวรถเข้าไปในซอย แล้วแล่นไปตามทางเลยครับ
ช่วงท้ายๆ ทางจะชันนิดหนึ่ง ขึ้นไปยัง "วัดเขาท่านก๋ง" ข้างบนจะเป็นวัดมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ และจุดชมวิวเขาท่านก๋ง จะมีลานชมทิวทัศน์ ถ้าวันฟ้าใส จะเห็นตัวเมืองคลองใหญ่ และเกาะกูดอย่างชัดเจน แต่วันที่ผมไปฝนตกพรำๆ ตลอด เลยทำให้ไม่ค่อยเห็นวิวทิวทัศน์
ย้อนลงมาที่ตัวสี่แยกอำเภอคลองใหญ่ ถ้าจะไปหาดเล็ก ก็ต้องตรงไปตามทางอีกราว 40 กิโลเมตร ก็จะถึง "ด่านชายแดนหาดเล็ก" แต่ก่อนเป็นด่านค้าขาย ไปมาหาสู่ระหว่างเขมรและไทย เด็กเขมร ก็ผ่านด่านนี้มาเรียนในไทย
พอสู้รบกันด่านก็ปิด ไม่มีการมาหาสู่กันอีก บรรยากาศช่วงนี้จึงดูเงียบเหงามาก ชุมชนใกล้ด่านหาดเล็ก คือ "ชุมชนหาดศาลเจ้า" ก็เป็นชุมชนที่ทำล้ำลงไปในทะเลนะแหละ เพราะที่ราบบนพื้นดินมันน้อย ใกล้ๆ กันจะเป็นจุดที่แคบที่สุดในประเทศไทย คือกว้างแค่ 600 เมตร
ทีนี้ขากลับ จึงจะเป็นถนนที่แล่นเลียบทะเล ทะเลจะอยู่ทางซ้ายมือ พอเลยอำเภอคลองใหญ่มาไม่นาน ก็จะเป็น "หาดบานชื่น" ที่มีซุ้มอาหารเต็มไปหมด มองเห็น เกาะกูดอยู่แค่เอื้อม
จากหาดบานชื่น เข้าไปเที่ยวบ้านไม้รูด ไปดูชุมชนทำประมง ที่อยู่ริมคลองไม้รูด และที่ต้องแวะเลยก็คือ "หาดราชการุณย์" ที่อยู่ในศูนย์ราชการุณย์ สภากาชาดไทย สังเกตไม่ยาก ด้านหน้าจะมีด่านตรวจของทหารเรือ เลี้ยวรถเข้าไปเลยครับ
พื้นที่ตรงนี้ในอดีตเป็นพื้นที่ที่สภากาชาดไทยเปิดรับเขมรอพยพครั้งสงครามกลางเมืองของเขา ให้เข้ามาหลบภัยสงคราม เรียกว่า "ค่ายเขาล้าน" โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับสั่งให้เปิดพื้นที่รับเขมรที่กำลังบ้านแตกสาแหรกขาด หลบหนีภัยสงครามเข้ามาพักพิง ทั้งยังเสด็จไปเยี่ยมด้วยพระองค์เองหลายครั้ง
แต่พอเราช่วยเขายืนได้แล้ว นอกจากจะเนรคุณเราแล้ว เขมรบางคนยังใส่ร้ายเบื้องสูงอีกด้วย
ในพื้นที่นี้ มีการแบ่งสถานที่ไว้หลากหลาย มีห้องจัดแสดงประวัติ มีบังเกอร์หลบภัย มีเรือนแถวพักแรม เข้าใจว่าสำหรับเด็กนักเรียนที่มาอบรมอะไรแนวนี้ รวมทั้งมีบริเวณกางเต็นท์ริมทะเล ที่จอดรถบ้าน พื้นที่เงียบสงบ ร่มรื่นมาก
ในช่วงปลายฤดูฝนต่อต้นฤดูหนาว ราวตุลาคม-พฤศจิกายน จะเริ่มเห็นกะพรุนถ้วย หลากหลายสีสัน ถูกน้ำทะเลพัดมาหนาแน่นกันบริเวณนี้และหมู่บ้านในบริเวณใกล้เคียงที่อยู่ติดทะเล เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี สามารถมาหาเรือลำเล็กๆ จากหาดราชการุณย์ ล่องทะเลดูกะพรุนหลากสีได้
ทยอยเดินทางกลับเข้าตราดไปเรื่อยๆ ก็จะพบชายทะเลหลายแห่ง แต่ทะเลย่านนี้ไม่ได้ขาวสะอาดเหมือนบนเกาะช้างหรือเกาะกูด แต่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเส้นทางสายสุขุมวิทนี้ได้เป็นอย่างดี
การมาจนสุดทางถนนสุขุมวิท (ถนนหมายเลข 3 ) นี้ มาเพื่อให้เห็นกับตาว่า พื้นที่แคบๆ บนบกนี้ ส่งผลกับพื้นที่ในทะเลอย่างมากมาย โชคดีของคนไทย ที่มีบูรพกษัตริย์ มองเห็นการณ์ไกล ยอมแลกแผ่นดินบนบกอย่างพระตะบองอะไรพวกนั้น กับพื้นที่แคบๆ อย่างเส้นทางไปด่านหาดเล็กที่ส่งผลไปถึงพื้นที่ในทะเลอีกกว้างไกลที่อุดมด้วยทรัพยากรทางทะเลอีกมากมายมหาศาล
นอกจากจะเห็นพื้นที่จริงตามประวัติศาสตร์แล้ว ก็ยังได้เพลิดเพลินกับแหล่งท่องเที่ยวอันหลากหลาย ในปลายถนนหมายเลข 3 แห่งนี้ด้วย
ว่างๆ ก็ลองหาโอกาสมาดูกันครับ ถ้าจะให้ดีมาในช่วงผลไม้ ย่านนี้เขาทำสวนผลไม้กันตลอดทางเลย บ้านเมืองของเรา...สวยงามจริงๆ
เพราะเดินทาง จึงได้เห็น...





