วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม 2569

Login
Login

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ

พาไปแวะเที่ยวแม่สอดเมื่อไม่นานมานี้แล้ว แต่ก็ยังมีอะไรดีๆ ในพื้นที่อยู่อีกมาก ก็เลยอยากเอามาเล่า เอามาให้ดูอีก จะได้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่ผ่านไปทางนั้น แล้วไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหนดี คราวนี้ผมจะเริ่มจากแม่สอด ตรงวงเวียนพระเจ้าตาก แล้วใช้ถนนหมายเลข 1090 จากแม่สอด มุ่งไปที่ "พบพระ" ไปทางอุ้มผางนั่นเอง

แต่จะแวะแค่อำเภอพบพระ อำเภอเล็กๆ ที่อยู่ติดกับเขตแดนประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก แต่ก็จะมีสถานที่ใกล้เคียงมาบอกไว้ด้วย เมื่อพร้อมแล้ว ขึ้นรถนั่งประจำที่เลยครับ ผมจะพาไปเที่ยวแล้ว

ไปอำเภอพบพระนี้ ไม่ใช่ว่าจะต้องเจอพระที่ไหน เพราะเรื่องเด่นๆ ของอำเภอนี้คือเป็นแหล่งผลิตพืชผลทางการเกษตรมากมายที่ส่งเข้าตลาดไทย บรรดาผักหญ้าทั้งหลาย ส่วนใหญ่ไปจากที่นี่แหละ บรรดาดอกไม้โดยเฉพาะกุหลาบ พอวันแห่งความรักทีไร นักข่าวก็มักมาถามราคาดอกกุหลาบ ก็ที่พบพระนี่แหละ ส่วนช่วงเลือกตั้งก็ต้องมาดูดอกดาวเรือง เพราะเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของไทย

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ ย่านนี้ล้วนแต่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ กุหลาบพบพระ เตรียมส่งลงกรุงเทพฯ

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ ไร่กุหลาบแห่งพบพระ ที่มีหลายแห่งมาก

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ จุดชมวิวแห่งพบพระ

อย่างที่บอกไปข้างต้น เราเริ่มตั้งแต่ออกจากแม่สอด มาตามถนน 1090 ก็จะเห็นแต่ไร่แต่สวนสุดลูกหูลูกตา แล้วบรรดาประชากรย่านนี้ ก็จะมีมากทั้งม้ง
ทั้งพม่า ซึ่งน่าจะเป็นเชื้อสายกะเหรี่ยง ท้องถิ่นที่นี่จึงดาษดื่นด้วยคนสองกลุ่มนี้เป็นส่วนใหญ่ คนไทยทั่วไปก็มีแต่ไม่ได้มากเท่า

จุดแรกที่ผมจะพาแวะเลยคือ "ถ้ำสีฟ้า" ซึ่งจริงๆ ยังอยู่ในเขต อำเภอแม่สอด ในตำบลมหาวัน แต่เห็นว่าใช้ทางที่จะไปพบพระ ผมก็เลยผนวกพ่วงไปเลย จะไปที่นี่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไปจากทางหลักอีกราว 6-7 กม. ก็จะถึงภูเขาหินปูนลูกเล็กๆ ทางซ้ายมือ เป็นสำนักสงฆ์ จอดรถด้านหน้าแล้วเดินเข้าไปดูในถ้ำกัน ซึ่งก็เป็นถ้ำหินปูนทั่วไปนี่แหละ

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ ปากถ้ำสีฟ้า

สำหรับถ้ำหินปูนทั่วไป มักจะมีหินงอกหินย้อย แต่ที่เด่นมากๆ ของถ้ำนี้ก็คือ ลักษณะจะเป็นอุโมงค์เข้าไป โดยผนังและเพดานอุโมงค์นั้นจะเห็นเป็นสีขาวของควอทต์สลับกับเนื้อหินปูนสีเทา สลับไปมาหลายชั้นจนดูลายพร้อย ทั้งนี้ก็เกิดจากตอนที่หินปูนกำลังสะสมตัวนั่นแหละ จะมีแร่ธาตุชนิดอื่นอย่างควอตซ์เข้ามาสะสมแทรกในตัวหินปูน หรือบางทีก็จะมีแร่ธาตุชนิดอื่นเข้ามาแทรกตามรอยแตกของหินปูน ครั้นพอแผ่นเปลือกโลกมันชนกัน ส่วนหนึ่งก็ถูกดันโก่งขึ้นเป็นภูเขา ต่อมาน้ำฝนก็ค่อยๆ ชะล้างกัดกร่อนละลายหินปูน จนเป็นโพรงถ้ำอย่างที่เราเห็นนี่แหละ

แล้วมันเป็นสีฟ้าไหม?

จริงๆ มันก็เป็นเนื้อหินปูนสีเทาหม่นๆ ธรรมดานี่แหละ ไม่ฟงไม่ฟ้าหรอก แต่ถ้าดูเผินๆ ก็พอได้ แต่ถ้าอยากให้รูปภาพเป็นสีฟ้า ก็ต้องใช้เทคนิคการตั้งค่ากล้องในมือถือช่วยหน่อย ซึ่งเขาจะมีวิธีตั้งค่าการถ่ายภาพ เขียนป้ายบอกไว้ตรงปากถ้ำเลยว่าจะถ่ายถ้ำให้เป็นสีฟ้าต้องตั้งอะไรบ้าง

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ ถ้ำสีฟ้าแห่งแม่สอด

พอย้อนกลับออกมาที่ถนน 1090 อีกครั้ง เลี้ยวซ้ายนิดเดียว จะเจอทางเข้าไป "น้ำตกเจดีย์โค๊ะ" เขาตั้งชื่อตามชื่อหมู่บ้าน ต่อมามีคนมาตั้งชื่อว่าเป็น "น้ำตกธารารักษ์" บางคนก็เรียก "น้ำตกผาชัน" แต่ผมเรียกน้ำตกลอยฟ้า เพราะว่าตัวน้ำตกนั้น ไหลตกลงมาจากหน้าผาหินปูนสูงราว 30-40 เมตร ที่โดดเด่น
เหมือนลอยๆ อยู่บนฟ้า ไม่มีป่า ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เป็นหน้าผาหินปูนโล้นๆ แล้วน้ำก็ไหลตกลงมา

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ น้ำตกเจดีย์โค๊ะ

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ ฉายาน้ำตกลอยฟ้า ที่เหมือนลอยตกลงมาจากฟ้า

ดูเหมือนน้ำตกจำลองที่คนสร้างขึ้นมาเลย แต่ที่นี่ของจริง เป็นแบบนี้มาชั่วนาตาปี จนน้ำที่ละลายเอาแคลเซียมคาร์บอเนต ไหลมาสะสมตัวกันเป็นหน้าผาหินปูน ตกลงมาก็เป็นน้ำตกหินปูน แล้วน้ำจืดจากน้ำตกลักษณะนี้ถ้าดื่มกินไปนานๆ ก็จะเป็นนิ่วได้ อย่างไรก็ตาม ที่ผมชอบคือความโดดเด่นของน้ำตกที่เหมือนลอยตกลงมาจากฟ้าเลยแหละ เขาทำบึงน้ำขนาดใหญ่กักน้ำไว้เป็นแหล่งน้ำของชุมชน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทางที่ดีเลย

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ  บรรยากาศยามค่ำคืน ของอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ

เลยไปไม่ไกลก็จะเจอทางเข้า "อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ" ซึ่งก็เป็นน้ำตก
หินปูนอีกแหละ แถวนี้ถ้าธรณีสัณฐานเป็นหินปูน น้ำตกที่เกิดขึ้นก็จะเป็นน้ำตกหินปูน ทางตะวันตกของไทยนี่ ส่วนใหญ่ธรณีสัณฐานจะเป็นหินปูน น้ำตกทางตะวันตกของไทยส่วนใหญ่จึงเป็นน้ำตกหินปูน น้ำตกพาเจริญนี่ก็เช่นกัน เป็นชั้นหินปูนเล็กๆ เป็นร้อยๆชั้น ที่นี่เป็นที่กางเต็นท์พักแรมที่ดีมาก ร่มรื่น และน่ามานอนสักครั้ง

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ น้ำตกพาเจริญ

ไหนๆ ก็มาเส้นทางนี้แล้ว อยากพาท่านผู้อ่านไปเที่ยว "น้ำตกป่าหวาย" กันหน่อย ขับรถเลยน้ำตกพาเจริญไปตามถนนหมายเลย 1090 ไปทางอุ้มผางอีก ราวๆ 10 กม. จะมีป้ายบอกทางเข้าซ้ายมือ ก็ตามทางเลยครับ รถทุกชนิดเข้าได้ จะมีป้ายบอกไปเรื่อยๆ ราว 7-8 กม. ก็จะถึงน้ำตกป่าหวายทางซ้ายมือ ที่จอดรถจะแคบหน่อย จอดรถให้ดี (เพราะพื้นมันจะเอียง ที่จอดไม่ราบ) หาหินหนุนล้อ ดึงเบรกมือให้ดี เสร็จแล้วก็เดินลงไปน้ำตกกัน

น้ำตกนี้เป็นน้ำตกหินปูน (อีกแหละ) มีหลายชั้นมาก ชั้นเล็กชั้นน้อย ชั้นสูงใหญ่ก็มี แต่จะมีต้นไม้ขึ้นอยู่ตามหน้าน้ำตกทุกชั้น จนทำให้ทั่วบริเวณร่มรื่น จริงๆ ถ้าท่านผู้อ่านสังเกตดีๆ น้ำตกหินปูนแทบทั้งหมด ยกตัวอย่างอย่างน้ำตกเอราวัณ หน้าผาน้ำตกอย่างชั้นวังมัจฉาที่เป็นแอ่งน้ำใหญ่ ที่คนนิยมไปเล่นน้ำที่อยู่ใกล้ๆด่านตรวจด้านใน จะเห็นว่าหน้าผาน้ำตกมันโล้นๆ ต้นไม้จะไปขึ้นริมๆ หน้าผาน้ำตก ส่วนใหญ่ก็จะฟอร์มแบบนี้

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ น้ำตกป่าหวาย น้ำตกงามแห่งพบพระ

แต่ที่น้ำตกป่าหวายไม่ใช่ เพราะทุกชั้นไม่ว่าชั้นสูงหรือชั้นเตี้ย ในบริเวณที่เป็นลำธารน้ำตก จะมีต้นไม้ขึ้นอยู่เต็มไหมด ขึ้นเหมือนเป็นป่าเลย โดยทั่วไปน้ำตกแบบนี้ เราก็จะเห็นชั้นน้ำตกชัดเจน แต่ที่นี่มองไม่เห็น ต้นไม้บังหมด

เสร็จแล้วเราก็ย้อนออกมาถนน 1090 อีกครั้ง ถ้าไปทางซ้ายจะไปอุ้มผาง แต่เราจะกลับไปพบพระ จึงต้องเลี้ยวขวา ไม่นานก็จะเจอสามแยกใหญ่ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอำเภอพบพระ ไปไม่ไกลหรอกครับ ขับรถชมวิวไปเรื่อยก็จะถึงซุ้มประตูเข้าพบพระ ตรงซุ้มนี้จะมี "น้ำตกนางครวญ" ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ไหลตกลงมาลดหลั่นกันหลายชั้น

เขาทำทางปูนลงไปตามชั้นน้ำตกต่างๆ มีศาลาให้นั่งพักเป็นระยะๆ เพราะในบริเวณน้ำตกที่ทั้งกว้างและมีหลายชั้นนั้น จะมีต้นไม้ขึ้นก็อยู่ในบริเวณน้ำตกคล้ายกับที่น้ำตกป่าหวาย จนทำให้บริเวณร่มรื่น เหมาะกับการนั่งพักหรือจะเล่นน้ำก็ได้ อย่างที่ผมบอกว่าย่านตะวันตกนี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำตกหินปูนทั้งนั้น น้ำตกย่านนี้จึงแบบนี้ทั้งหมด

ออกมาที่ถนนแล้วลอดผ่านซุ้มประตูพบพระ เข้าในหมู่บ้านพบพระ ทะลุเลยออกไป เพราะผมจะพาไปแช่น้ำพุร้อนที่ "น้ำพุร้อนห้วยน้ำนัก" เลยบ้านพบพระตามทางไปไม่ไกล ก็จะเจอหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ของอุทยานฯ น้ำตกพาเจริญ ที่นี่จะมีบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่สองบ่อ บ่อแรกเขาจะก่อสร้างขอบบ่อไว้เรียบร้อย
พุร้อนที่ไหลออกมาก็จะต่อไปตามห้องแช่ ห้องอาบทั้งหลาย ซึ่งมีบริการด้วย
อีกส่วนจะไหลมาตามลำธารที่ทำเป็นรางปูนให้คนมานั่งแช่เท้าได้

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ น้ำพุร้อนห้วยน้ำนัก บ่อที่ยังไม่ได้พัฒนา 

แต่ถ้าเดินไปด้านหลังบ้านพัก จะมีอีกบ่อ บ่อนี้จะเป็นบ่อธรรมชาติที่ไม่มีการสร้างแต่งอะไรทั้งสิ้น ให้ดูเป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติเลย มีเพียงรั้วกั้นไม่ให้คนตกลงไปเท่านั้น บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ ไม่ถึงกับเป็นน้ำพุเดือดแบบโป่งเดือด หรือน้ำพุพุ่งขึ้นมาแบบที่ฝาง แต่จะเป็นน้ำพุร้อนธรรมดาที่ค่อยๆ ไหลผุดออกมา

น้ำพุร้อน ก็คือน้ำในระบบน้ำใต้ดินธรรมดานี่เอง ที่ถูกดันออกมาบนพื้นผิวโลกโดยก่อนผุดขึ้นมาผิวดิน ก็จะผ่านชั้นความร้อนใต้พื้นโลกด้วย บางที่ผ่านชั้นเกลือก็จะมีรสเค็ม ระหว่างการไหลขึ้นมาของน้ำก็จะละลายแร่ธาตุต่างๆ มาด้วย บางที่ถึงมีกลิ่นกำมะถันแรง บางที่ก็กลิ่นเบาบาง บางที่มีแรงดันมาก ก็จะเหมือนเดือดปุดๆ แบบที่โป่งเดือด หรือพุ่งขึ้นสูงแบบที่แม่ขะจาน สันกำแพง หรือที่ฝางนั่นเอง แต่ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ไหลออกมา

ไม่ได้พบพระ...ที่พบพระ บ่อน้ำร้อนห้วยน้ำนัก บ่อที่ต่อท่อเข้าห้องอาบ

แหล่งท่องเที่ยวแบบน้ำพุร้อนบ้านเราไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนัก เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน ไม่เหมือนที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองหนาว เขาถึงนิยมแช่ออนเซ็นกัน แต่ก็มีคนมาแช่ มาอาบเหมือนกัน ไม่ถึงกับว่าไม่มี

จะเห็นว่าแม้พบพระจะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรที่เลี้ยงคนกรุงเทพฯ และอีกหลายๆ ที่ แต่นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อีกมากมาย นี่แค่ออกมาจากแม่สอดไม่ไกล มาแค่พบพระ ถึงไม่จอพระแต่เจอที่เที่ยวมากมายแบบไม่เสียเที่ยว

มาคอยดูว่าคราวหน้าผมจะพาไปเที่ยวที่ไหนกันดี ติดตามผมไว้ ไม่ทำให้ผิดหวัง ถ้าคุณชอบเที่ยว ผมก็ชอบเที่ยว เราคอเดียวกันครับ...