ชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูง ยอมจ่ายแพงเพื่อข้าวหอมมะลิแท้คุณภาพดี "ข้าวหอมมะลิเชียงราย" เป็นเซกเมนต์ใหม่ของสินค้าระดับซูเปอร์พรีเมียมในตลาดจีน ราคาสูงกว่าในไทยเกือบ 5 เท่า
KEY POINTS
- ข้าวหอมมะลิเชียงรายถูกวางตำแหน่งเป็นสินค้าระดับซูเปอร์พรีเมียมในตลาดจีน โดยมีราคาสูงกว่าในไทยเกือบ 5 เท่า
- ผู้จำหน่ายในจีนชูอัตลักษณ์เฉพาะถิ่นของข้าวเชียงราย เช่น แหล่งปลูกในหุบเขา สภาพอากาศเย็น และรสสัมผัสที่นุ่มนวล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- เกิดการแบ่งกลุ่มตลาดข้าวหอมมะลิไทยในจีน โดยแยก "ข้าวเชียงราย" ออกจากข้าวภาคอีสาน เพื่อสร้างเป็นเซกเมนต์พรีเมียมใหม่
- ผู้บริโภคชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูงยอมจ่ายแพงเพื่อข้าวคุณภาพดีและมั่นใจว่าเป็นของแท้ โดยดูจากการบรรจุถุงสำเร็จจากไทยและบาร์โค้ดรหัส 885 ยืนยัน
ข้าวหอมมะลิจากเชียงรายโดยบริษัทเมิ่งจาหลง ถูกจัดวางให้เป็นสินค้าระดับพรีเมียมบนแพลตฟอร์ม TAOBAO ราคาจำหน่ายขนาดถุง 4.62 กก. จำนวน 4 ถุง ราคา 799.2 หยวน เป็นราคาที่แพงระดับตกถุงละ 980 บาท คือแพงกว่าตลาดเมืองไทยเกือบ 5 เท่าตัว
บริษัทเมิ่งจาหลงมีฐานที่กวางตุ้ง เป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายข้าวไทยมายาวนาน ชื่อเมิ่งจาหลงมาจากคำว่า "เบญจรงค์" ด้วยความเชี่ยวชาญในตลาดข้าวมายาวนาน จึงกล้าพอที่จะวางตำแหน่งข้าวหอมเชียงรายเป็นซูเปอร์พรีเมียมแพงระยับบนยอดสุด โดยวางไว้ในระดับบลูไดมอนด์
นี่คือรายละเอียดของสินค้าที่ปรากฏบน TAOBAO:
*孟乍隆 (เมิ่งจาหลง): ชื่อแบรนด์ (เบญจรงค์)
*蓝钻 (หลานจ้วน): รุ่นบลูดายมอนด์ (Blue Diamond)
*清莱府 (ชิงไหลฝู่): จังหวัดเชียงราย
*泰国原装进口 (ไท่กั๋ว ยวนจวง จิ้นเข่อ): นำเข้าถุงสำเร็จรูปจากประเทศไทย 100%
*茉莉香米 (โม่ลี่เซียงหมี่): ข้าวหอมมะลิ 4.62kg*4: ขนาด 4.62 กิโลกรัม จำนวน 4 ถุง (รวมเป็นลัง/ชุด)
*长粒香大米 (ฉางลี่เซียงต้าหมี่): ข้าวสารหอมเมล็ดยาว
*40斤 (สี่สิบจิน): น้ำหนักรวมประมาณ 40 จิน (ชั่งแบบจีน โดย 1 จิน = 0.5 กก. รวม 20 กก. หรือประมาณ 18.48 กก. ตามขนาดจริง)
(ตามภาพในเว็บไซต์ล่าสุด มีโปรโมชันแรกเข้าสำหรับลูกค้าใหม่ ลดราคาลงมาเหลือ 355.6 หยวน แต่ก็ยังแพงในระดับข้าวพรีเมียมของจีนอยู่ดี ราคาเทียบไทยตก กก.ละประมาณ 100 บาท)
ข้าวเชียงรายมาแรง ผู้จำหน่ายในจีนชูอัตลักษณ์ข้าวหอมมะลิไทย
ที่จริงแล้วข้าวไทยทำตลาดอยู่ในจีนมายาวนานพอสมควร ผู้บริโภคชาวจีนรู้จักข้าวไทยและถือว่าข้าวหอมมะลิของไทยเป็นสินค้าระดับพรีเมียม แต่เดิมแหล่งนำเข้าข้าวหอมหลักมักมาจากภาคอีสานใต้ แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นการทำแบรนดิ้งแตกเซกเมนต์ข้าวหอมตามแหล่งเพาะปลูกเฉพาะถิ่น โดยมีการแยก "ข้าวเชียงราย" ออกมาจากแหล่งผลิตภาคอีสานใต้ และพรรณนาขับเน้นความพิเศษของพื้นที่เชียงรายไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้:
1. สภาพแวดล้อมและแหล่งปลูกระดับทองคำ (黄金产区):
ปลูกในเขตพื้นที่หุบเขาทางตอนเหนือของไทย (เชียงราย) ซึ่งมีแหล่งน้ำธรรมชาติบริสุทธิ์ไหลมาจากขุนเขาสูงและต้นน้ำแม่น้ำโขง ดินในพื้นที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุจากการสะสมของตะกอนธรรมชาติ
2. สภาพอากาศแบบหุบเขาที่มีเอกลักษณ์ (Valley Climate):
มีอากาศเย็นสบายยาวนานกว่าภาคอื่น สภาพอากาศที่เย็นช่วยให้รวงข้าวสะสมแป้ง สารอาหาร และกักเก็บกลิ่นหอมใบเตยตามธรรมชาติได้อย่างเข้มข้น ไม่ระเหยไปได้ง่าย
3. เอกลักษณ์รสสัมผัสพรีเมียม (香, 软, 滑):
เมื่อนำไปหุง เมล็ดข้าวจะมียางข้าวเยอะ นุ่ม นวล เลื่อมมันวาว และยืดหยุ่น ให้สัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี มีความเคี้ยวหนึบสู้ฟันเล็กน้อย ต่างจากข้าวพื้นที่อื่นที่อาจจะร่วนหรือกระด้างกว่า
4. มาตรฐานการคัดสรรระดับแข่งขัน (5% 竞赛级):
คัดเฉพาะเมล็ดข้าวระดับท็อปเพียง 5% ตามมาตรฐานการแข่งขันข้าว
5. การันตีบรรจุถุงสำเร็จรูปจากไทย 100% (原装进口):
พร้อมตราการันตีความร่วมมือและรับรองจากหน่วยงานภาครัฐ
ย้อนรอย "พัฒนาการของข้าวไทยในจีน" เติบโตชัดเจน
ข้าวหอมเชียงรายอาจจะไม่ถึงกับระดับปรากฏการณ์ แต่ก็สามารถเอ่ยได้ว่าเป็นพัฒนาการของตลาดข้าวพรีเมียมของไทยในจีนอีกขั้น ที่แหล่งกำเนิดภาคเหนือถูกแยกเป็นเซกเมนต์ย่อยให้ต่างจากข้าวหอมภาคอีสาน เพิ่มเติมจากลักษณะสายพันธุ์ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวหอม ฯลฯ ที่เป็นการแบ่งกลุ่มดั้งเดิม
สถิติในระยะ 5 ปีมานี้ ตลาดข้าวไทยในจีนมีความเติบโตขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมตลาดบน แต่หากถามว่ามันเป็นโอกาสยิ่งใหญ่ของการส่งออกข้าวไทยเลยไหม... ก็ไม่ใช่! เพราะจีนสามารถผลิตข้าวบริโภคเองในระดับพึ่งพาตนเองได้
จีนมีนโยบายชัดเจนด้านความมั่นคงทางอาหาร นั่นคือ นโยบาย "ชามข้าวของคนจีน ต้องอยู่ในมือคนจีนเอง" (中国人的饭碗要牢牢端在自己手中) โดยตั้งเป้าผลิตธัญพืชหลัก (ข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด) ให้ได้เกิน 95% ของความต้องการบริโภคในประเทศ
นั่นคือในระยะยาว อย่าได้คิดไปถึงขนาดว่าไทยจะสามารถส่งออกข้าวขาวเพื่อการบริโภคเข้าตลาดนี้ได้อย่างมั่นคงถาวร ปัจจุบันจีนได้พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตที่น่าตื่นตา
เขาวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวเมล็ดยาว (Indica) และข้าวไฮบริดที่เราครองตลาดอยู่ จนได้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าไทยเกือบเท่าตัว รวมถึงการพัฒนาข้าวหอมปรับปรุงพันธุ์ในประเทศ เช่น ข้าวฟันแมว/เขี้ยวแมว หรือการทดลองปลูกข้าวหอมสายพันธุ์พรีเมียมอย่าง Paw San (ข้าวหอมเมียนมา) เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ราคาขายปลีกข้าวในจีนก็ถูกมาก ดัชนีราคาอาหารของจีนเป็นมิตรกับประชากรตัวเอง เผื่อแผ่ถึงนักท่องเที่ยวให้ได้ทานอาหารแปลกหลากหลาย คุณภาพดี ในราคาสมเหตุสมผล ซึ่งเป็นเครื่องดึงดูดทางการท่องเที่ยวอีกปัจจัยด้วยซ้ำไป
แต่สำหรับตลาดข้าวหอมมะลิที่มีคุณลักษณะพิเศษเป็นเอกลักษณ์ ก็ยังคงเป็นโอกาสในตลาดระดับบน เป็นข้าวพิเศษสำหรับวาระพิเศษ บรรจุในแพ็กเกจหรูหราสำหรับมอบเป็นของขวัญ แบบที่ผู้นำเข้าหลายรายกำลังทำ ที่เพิ่มเติมกว่านั้นก็คือ ผู้บริโภคชาวจีนเองก็ระแวงการแอบปลอมปนเอาข้าวจีนมาปนข้าวไทย กลยุทธ์ทางการตลาดของผู้นำเข้าในจีนและกระทรวงพาณิชย์ไทย จึงร่วมกันกำหนดตรารับรองของแท้จากไทย เป็นรูปวงกลมสีเขียวรวงข้าวเหลือง ให้แตกต่างจากข้าวอื่น พร้อมบรรจุถุงแพ็กเสร็จตั้งแต่ต้นทาง (如果是在泰国完成包装直接出口的茉莉香米)
ชาวจีนมีกำลังซื้อ ไม่แคร์เรื่องราคา ขอให้เป็นข้าวสารชั้นดี
วิธีตรวจสอบความเป็นสินค้าข้าวนำเข้าจากไทยดูได้ที่บาร์โค้ดข้างถุง รหัส 885 หมายถึงรหัสประจำประเทศไทย (Thailand) รับรองว่าเป็นสินค้าที่ได้รับการบรรจุสำเร็จรูปและจดทะเบียนบาร์โค้ดมาจากประเทศไทยโดยตรง (原装进口 - Original Import)
ส่วนข้าวไทยที่นำมาบรรจุใหม่ในจีนจะมีรหัสบาร์โค้ดอีกตัวกำกับ ซึ่งขึ้นต้นด้วย 69 (二次包装 / Repack) โดยสินค้าข้าวไทยกลุ่มกลางๆ แบบ G2G หรือที่ทำตลาดทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้รหัส 69 นี้
พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนที่เริ่มมีกำลังซื้อ ไม่ได้แคร์เรื่องราคาว่าจะแพงเท่าไหร่ ขอให้เป็นผลไม้หายากหรือข้าวสารชั้นดี แม้ว่าการผลิตพืชผักผลไม้ในประเทศจะเพียงพอ แต่นี่เป็นสินค้าตอบสนองรสนิยม ช่องว่างที่ว่าจึงยังเป็นโอกาสของข้าวพรีเมียมจากไทย แพ็กบรรจุจากไทย รับรองตราโดยรัฐบาล และบรรจุกล่องพิเศษเป็นพรีเมียมเพิ่มอีกชั้น มันก็ยังขายได้อยู่
แบบที่ผู้นำเข้าเมิ่งจาหลงใช้ทำตลาดให้กับข้าวหอมเชียงราย บรรจุแพ็กเสร็จตั้งแต่ต้นทางเชียงราย การันตีแหล่งกำเนิด เมื่อไปถึงจีนอาจจะมีเพิ่มเติมเป็นกล่องพิเศษลายเบญจรงค์หรือเครื่องประกอบหรูหราเติมเข้าไป
ข้าวไทยพรีเมียมตอนนี้จึงมีทั้งข้าวอีสานใต้ และข้าวเชียงรายทางเหนือ... ที่หอมพิเศษแตกต่างกัน
..........................................
เขียนโดย บัณรส บัวคลี่ คอลัมน์จุดประกายความคิด กรุงเทพธุรกิจ





