ตรุษจีน เป็นเทศกาลที่ผู้คนร่วมๆ ครึ่งทวีปเอเชียเฉลิมฉลอง เดินทางกลับบ้าน และออกท่องเที่ยว ปริมาณมหาศาลของคนเชื้อสายจีน ไม่ได้มีแค่ในประเทศจีน หรือไต้หวัน ยังรวมไปถึงจีนโพ้นทะเลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังรวมไปถึงประเทศที่ใช้ปฏิทินจันทรคติ นับปีใหม่จากดวงจันทร์ลักษณะเดียวกันแค่เรียกชื่อไม่เหมือนกัน เช่น เวียดนาม มองโกเลีย เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ กระจุกอยู่ทางซีกโลกตะวันออก รวมประชากรกว่า 1,700 ล้านคน
และหากพิจารณารายประเทศ ไม่ว่าจีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ หรือเอเชียอาคเนย์ ล้วนแต่เป็นฐานการผลิตสำคัญ ข่าวสารในหลายปีหลัง เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีน มักจะมีประเด็นว่า ด้วยผลกระทบของการหยุดทำงาน เพราะในห้วงระหว่างนั้นประเทศที่มีศักยภาพผลิตสูง อาทิ จีน ไต้หวัน รวมถึงประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นโรงงานของโลกหยุดการผลิตไป 1-2 สัปดาห์ ส่งผลต่อห่วงโซ่การผลิตระดับโลก Global Supply Chain อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์ต้นทางต่างๆ เป็นต้น
ในระยะหลัง วงการผลิตของโลกเริ่มปรับตัวรับผลกระทบจากตรุษจีน ไม่ฉุกละหุกเหมือนราวต้นทศวรรษ 2000 มีการสต๊อกสินค้าล่วงหน้า วางแผนรับผลกระทบที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ตรุษจีนก็ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้าในด้านลบอยู่ดี
ตัวอย่างชัดเจนที่สุดแค่สั่งซื้อสินค้าจากจีนผ่านแอพพลิเคชั่นฮิต Lazada Shopee TiKTok ระบบจะมีคำเตือนถึงความล่าช้าของสินค้า เพราะร้านรวงต้นทางหยุดทำงาน ต่อให้ร้านค้ารับออเดอร์ แต่ระบบคัดแยกและขนส่งก็หยุดเป็นคอขวดอยู่ในโลจิสติกส์ พูดได้ว่า.. 'ตรุษจีน' ยังมีผลกระทบในทางไม่เป็นคุณด้านการค้า (สินค้าทั่วไป) อยู่เช่นเดิม แม้นี่เป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เป็นวงจรรู้ล่วงหน้าก็ตาม
แต่ในทางกลับกัน เทศกาลตรุษจีน ก็เป็นผลทางบวกที่เติมความสมดุลจากผลกระทบการค้า ด้วยการเดินทางเคลื่อนย้ายประชากรขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งการเดินทางกลับถิ่นฐานในแต่ละประเทศ และการเดินทางท่องเที่ยวเอาท์บาวด์
นี่คือมหกรรมทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ประจำปีของโลกก็ว่าได้ เพราะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหลากหลายสาขาพร้อมๆ กัน ก็คือ
การเดินทาง :
ชาวจีนเรียกว่าเทศกาลชุนหยุน 春运 หรือการเดินทางช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายประชากรที่ใหญ่ที่สุดในโลกทุกปี ส่งผลให้ยอดขายตั๋วรถไฟ เครื่องบิน ทุกอย่างเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายในร้านค้าระหว่างเดินทาง ภาพข่าวที่ปรากฏทุกปี คือ มหาชนมหาศาลอยู่บนรถติดตามท้องถนน แน่นสถานีรถไฟ มาตรฐานการออกแบบก่อสร้างสถานีขนส่งสาธารณะของจีน ต้องออกแบบรองรับผู้คนเรือนหมื่นพร้อมๆ กันแต่ก็ยังแน่นขนัดอยู่ดี นี่แค่การเดินทางในประเทศ ยังไม่รวมการเดินทางออกที่จะกล่าวต่อไป
ของขวัญและสินค้าอุปโภคบริโภค :
ยอดขายสินค้าฟุ่มเฟือย (เช่น กระเป๋า นาฬิกา รถยนต์), อาหารพิเศษ, เสื้อผ้าใหม่ (สีแดง), ของขวัญ (เช่น ซองอั่งเปา), และของตกแต่งบ้าน พุ่งสูงสุด คนจีนมีรสนิยมบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยนำเข้าเพิ่มขึ้น แบรนด์ดังระดับโลกคงไม่ต้องยกตัวอย่าง เอาเป็นว่าในปารีสมีอะไร ตลาดจีนก็สั่งนำเข้ามาได้ สินค้านำเข้าฟุ่มเฟือยแบรนด์ดังได้อานิสงส์ถ้วนหน้า รวมไปถึงผลไม้หายากจากเขตร้อน ไกลไปถึงออสเตรเลียที่ได้ดีพร้อมกับตรุษจีน
อุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซ และ FinTech:
เทศกาลบริโภคและเดินทาง ยังมีผลต่ออุตสาหกรรมเฉพาะทาง (Specialized Industries) ทั้งอี-คอมเมิร์ซ และ FinTech คนรุ่นใหม่เริ่มนิยมการให้ "อั่งเปาดิจิทัล" ผ่านแอปพลิเคชันเช่น WeChat Pay และ Alipay แทนซองแดง ในเมื่อคนแน่นทางไกลเดินทางไม่สะดวกก็ไม่จำเป็นต้องไปพบหาเจอะหน้า กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว
การบริโภค การซื้อหาสินค้าชั้นดี และเดินทางแบบเดียวกับจีนก็มีในไต้หวัน เกาหลี เวียดนาม รวมทั้งสังคมจีนโพ้นทะเลในเอเชียอาคเนย์เช่นกัน อย่างปีนี้ บางบริษัทในประเทศไทยก็ให้มีวันหยุดเทศกาลตรุษจีนด้วย
การขยับเคลื่อนไหวของประชากรมหาศาลในเอเชียตะวันออก มีผลเชื่อมโยงตลาดโลก ดังที่กล่าวมาตอนต้นว่า วงการผลิตของโลกเคยได้รับผลกระทบจากชิ้นส่วนต้นทางหยุดการผลิต ที่จริงแล้ว Global Market Linkages ของตรุษจีนและประชากร 20% ของโลกมันสะเทือนกว้างขวางกว่านั้น
ตลาดสินค้าของแพง-ของหายาก:
ตรุษจีน ยังมีผลต่อผู้บริโภคในทวีปอื่น พลอยต้องหาซื้อสินค้ายากและแพงขึ้น คนจีนรวยๆ มีรสนิยมแสวงหาของแพงหายากมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น ปลาหิมะ หรือ Snow Crab จากขั้วโลกเหนือ ทั้งอลาสก้า ไซบีเรีย จะถูกออร์เดอร์ล่วงหน้า เป็นผลให้ราคาปลาที่ว่าตั้งแต่ปลายธันวาคมในประเทศต้นทางพุ่งสูงขึ้น 20-40% เจ้าปลาที่ว่าเป็นที่นิยมมากขึ้นๆ ราคาก็ท้องถิ่นก็ยิ่งขยับตามด้วยเพราะเวลาเอามานึ่งเจ้าปลาหิมะจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสุก อันเป็นสีมงคลของชาวจีน
หรืออีกตัวอย่างของผลต่อ Commodity Prices ข้ามโลกก็เช่น ผลไม้เกรดพรีเมียม เช่น เชอรี่ชิลีจากอเมริกาใต้ ที่ถูกยกให้เป็นราชินีผลไม้สีแดงเข้มตรงกับรสนิยมความเป็นมงคล ถูกสั่งข้ามโลกมาขายในราคาแพงระยับ กิโลกรัมละ 300-500 หยวน เรียกชื่อทับศัพท์ว่า 车厘子 เช่อ-หลี่-ซี บรรจุในกล่องพิเศษเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ทันสมัย และแน่นอนราคาผลไม้ท้องถิ่นที่ว่าก็สูงขึ้นเกินจากปกติในแหล่งต้นทาง
การท่องเที่ยวขาออกคือเม็ดเงินอั่งเปาที่ตลาดท่องเที่ยวโลกต้องการแบ่งปัน:
ชาวจีนจำนวนมากเลือกเดินทางไปต่างประเทศในช่วงวันหยุดยาว ส่งเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศปลายทาง ภาวะที่ว่า วงการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศรับรู้ และต้องเตรียมการดึงดูดผู้มาเยือนล่วงหน้า และเป็นตลาดที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
อย่างเมื่อปีกลายชาวจีนนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเป็นลำดับหนึ่ง แต่ปีนี้สถานการณ์การเมืองไม่เอื้ออำนวยก็เป็นที่น่าจับตาว่าตำแหน่งปลายทางยอดนิยมประจำปี 2026 จะเป็นที่ใด พฤติกรรมการเดินทางยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปเยอะ ตลาดท่องเที่ยวต้องไล่ตามตลอดเวลา เพราะข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และการปลุกเร้า
ตัวอย่างตลาดที่ได้ดีประจำปีนี้ เป็นเมืองรองเล็กๆ นอกสายตาอย่างเมือง Almaty คาซัคสถานในเอเชียกลาง (แต่ก็ใกล้จีนนิดเดียว) ที่เริ่มมียอดจองห้องพักและตั๋วเครื่องบินมากขึ้นหลายเท่าตัว
ด้วยเพราะระบบสังคมบนเครือข่ายแอพพลิเคชั่น Alipay Wechat สามารถตรวจสอบพฤติกรรมของประชาชนได้ง่าย จับจ่ายอะไร ซื้อหาสิ่งไหน เดินทางไปไหน แอพ Trip.com อันเป็นแพล็ตฟอร์มเดินทางท่องเที่ยวยอดนิยม ให้ข้อมูลล่าสุดว่า ยอดการเดินทางออกนอกประเทศของตรุษจีนปีนี้ อาจจะทำลายสถิติเดิมก่อนโควิด และเมือง Almaty ในคาซัคสถานที่ว่ามียอดค้นหาใน Trip.com เพิ่มขึ้น 30 เท่าตัวหลังจากเปิดฟรีวีซ่าให้จีน
ถามว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นที่หมายของชาวจีนในเทศกาลนี้อยู่หรือไม่ เพราะปีที่ผ่านมามีปัญหากระทบจากข่าวอาชญากรรมและสแกมเมอร์ ระบบค้นหาของ Trip.com ก็ยังคงมีชื่อแหล่งท่องเที่ยวอย่าง เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นที่นิยมอยู่เช่นเดิม แต่ก็มีเมืองคู่แข่งอื่นอย่างเช่น ดานัง ในเวียดนามที่มีอัตราค้นหามากขึ้นเป็นคู่แข่ง
แต่ก็ใช่ว่าธุรกิจท่องเที่ยวท้องถิ่นจะยินดีปรีดากับเทศกาลเดินทางท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในโลกรอบนี้ ผู้เขียนได้พูดคุยกับนักธุรกิจท่องเที่ยวเล็กๆ ใน สปป.ลาว ถามว่ายอดนักท่องเที่ยวจากจีนมากหรือน้อยลง เพราะมีรถไฟวิ่งเชื่อมสะดวก แถมพรมแดนติดกัน ได้รับคำตอบว่า คนจีนเดินทางมาเที่ยว สปป.ลาวมากขึ้น แต่คนลาวและธุรกิจท้องถิ่นแทบไม่ได้รับประโยชน์เลย เพราะปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างหลวงพระบาง ถูกทุนจีนซื้อหรือเช่าไว้หมด ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ของที่ระลึก เมื่อทัวร์จีนลงมา เขาก็เอานักท่องเที่ยวลงเฉพาะในกลุ่มเครือข่ายธุรกิจของเขา คนลาวแทบไม่ได้อานิสงส์ใดๆ จากตรุษจีนเลย
..........................................
เขียนโดย บัณรส บัวคลี่ คอลัมน์จุดประกายความคิด กรุงเทพธุรกิจ





