กูราเซา (Curaçao) ประเทศที่เป็นเกาะเล็กกว่าภูเก็ต ที่ได้เตะ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในครั้งนี้ และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ แม้ลงสนามฟุตบอลโลก 2026 นัดแรกจะถูกเยอรมนีถล่มไป 7-1 ก็ตาม
กูราเซา หรือ กือราเซา ตามภาษาดัตช์ ไม่ใหม่สำหรับเมืองไทย เพราะเคยมาคว้าแชมป์ “ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47” เมื่อ พ.ศ. 2562 หรือราว 7 ปีที่แล้ว
ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2529 หรือ 39 ปีที่แล้ว เขาทราย แกแล็คซี แชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวท ไปชกนอกประเทศครั้งแรกก็ที่เกาะกูราเซา เป็นการป้องกันแชมป์โลกครั้งที่ 4 ชนะน็อก อิสราเอล กอนเตรรัส ชาวเวเนซุเอลา
ส้มลาราอาส
อย่างไรก็ตาม คนที่คุ้นกับกูราเซามากที่สุด คือผู้ที่ทำงานอยู่กับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ นั่นคือ “กูราเซา” เป็นเหล้าหวานชนิดหนึ่งที่กลั่นและตกแต่งกลิ่นรสจากเปลือก ส้มลาราอาส (Larahas) ตากแห้ง ปลูกได้ดีเยี่ยมบนเกาะกูราเซา อันเป็นที่มาของชื่อเหล้าชนิดนี้นั่นเอง
ส้มลาราอาส มีต้นกำเนิดมาจากเมืองบาเลนเซีย (Valencia) ประเทศสเปน ส้มชนิดนี้ถ้าปลูกในบาเลนเซียรสจะหวานหอม แต่เมื่อมีการนำเข้ามาปลูกบนเกาะกูราเซา สภาพของดินฟ้าอากาศทำให้รสชาติกลับไม่หวานเท่าที่ควร ซึ่งเป็นประโยชน์มหาศาลสำหรับการทำลิเคียวร์ (Liqueur)
ผมไปกูราเซาครั้งแรกแล้วครั้งเดียวเมื่อประมาณ 18 ปีที่แล้ว ก็เพราะเครื่องดื่มที่ชื่อ "กูราเซา" นี่เอง ไปดูกระบวนการผลิตและอื่นๆ จากนั้นไปดูการทำรัม (Rum) อีก 2-3 ประเทศแถวแคริบเบียน
การนำส้ม ลาราอาส (Larahas) มาเป็นส่วนผสมที่ถือเป็นหัวใจของ “กูราเซา” เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ในศตวรรษที่ 19 ณ บ้าน Landhuis Chobolobo ของ ครอบครัว Senior ซึ่งพวกเขาคิดทำเหล้าด้วยการเตรียม ส้มลาราอาส ไว้เป็นหนึ่งในส่วนผสม
ขณะที่เตรียมส่วนผสมอย่างอื่นอยู่นั้น ผลส้มเกิดแห้งและมีน้ำมันหอมออกมา หลังจากแช่ในหม้อกลั่นพร้อมกับแอลกอฮอล์และน้ำหลายวัน จึงนำเปลือกส้มออกแล้วใส่เฮิร์บที่ให้ความเผ็ดลงไป เช่น พริกไทย จันทน์เทศ อบเชย ฯลฯ ปรากฏว่าได้เหล้าที่รสชาติหอม หวาน ขมนิดๆ แต่กลมกล่อม
หลังจากนั้นจึงมีการพัฒนามาเรื่อยๆ รวมทั้งการใช้เฉพาะเปลือก (Lahara peels) แทนที่จะแช่ส้มทั้งลูกเหมือนเดิม เป็นต้น
Landhuis Chobolobo ซึ่งเป็นตำนานหน้าหนึ่งของ Curaçao ก่อสร้างในช่วงต้นศตวรรษ 1800 บนพื้นที่ 2 ½ เอเคอร์ (1 เอเคอร์ = 2.6 ไร่) ต้นศตวรรษที่ 1900 ได้ตกอยู่ในความครอบรองของตระกูล Jesurun
ต่อมาในปี 1947 ตกเป็นของบริษัท N.V. Senior & Co. ของตระกูล Senior ก่อนจะกลายเป็นตำนานของ Curaçao Liqueur ที่สืบทอดมนต์ขลังและความยิ่งใหญ่มากระทั่งปัจจุบัน
ออเรนจ์ กูราเซา
ปัจจุบันมีผู้ผลิตกูราเซาหลายสิบบริษัท ส่วนใหญ่แอลกอฮอล์ประมาณ 30% และถูกตกแต่งให้มีสีสันต่างๆ และสีสันเหล่านี้กลายเป็นเสน่ห์สำคัญของเครื่องดื่มประเภทค็อกเทล (Cocktail) เช่น
- ไวท์ กูราเซา (White Curacao)
- บลู กูราเซา (Blue Curacao)
- ออเรนจ์ กูราเซา (Orange Curacao)
- กรีน กูราเซา (Green Curacao)
- ดราย ออเรนจ์ กูราเซา (Dry Orange Curacao)
นอกจากนั้นยังมีการนำมาเป็นส่วนผสมของซอส ไอศกรีม และขนม ฯลฯ
กูราเซา (Curaçao) เป็นประเทศเกาะในทวีปอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน ห่างจากชายฝั่งของประเทศเวเนซุเอลาไปทางเหนือ ประมาณ 65 กิโลเมตร มีพื้นที่ 444 ตร.กม. เล็กกว่าเกาะภูเก็ต (พื้นที่ประมาณ 543 ตร.กม.) มีประชากรประมาณ 160,000 คน
แต่ที่น่าสนใจคือ ขนาดเศรษฐกิจ โดยขนาดเศรษฐกิจตาม GDP ของกูราเซา อยู่ที่ประมาณ 120,000 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากร (GDP per Capita) สูงถึงประมาณ 750,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ย 62,500 บาทต่อเดือน มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวมากเกือบ 3 เท่าของคนไทย
ที่สำคัญมีรายได้สูงใกล้เคียงกับประเทศยุโรปตะวันออกอย่าง โครเอเชีย หรือลัตเวีย
กูราเซาคือวิถีชีวิตของชาวกูราเซา
กูราเซาแม้จะเป็นประเทศเกาะที่มีเอกราชในการบริหารตนเอง แต่ในทางนิตินัยเป็นหนึ่งในประเทศองค์ประกอบของ Kingdom of the Netherlands หรือ ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
อดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียนแดงเผ่าหนึ่ง จนกระทั่งสเปนออกเดินเรือมาเจอ และยึดครองในปี 1499 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1634 เมื่อบริษัท Dutch West India Company ได้เข้ามาขับไล่สเปนและยึดครองเกาะนี้แทน
Dutch West India Company ทำการผูกขาดการค้าระหว่างยุโรป แอฟริกาตะวันตก และทวีปอเมริกา และมองว่ากูราเซามีชัยภูมิการค้าทางทะเลที่ยอดเยี่ยมมาก มีอ่าวธรรมชาติที่ลึกและปลอดภัยอย่างอ่าววิลเลมสตัด จึงเข้ามาพัฒนากูราเซาให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายทางเรือที่สำคัญของภูมิภาคแคริบเบียนและอเมริกาใต้ และเป็นจุดขนถ่ายสินค้าโภคภัณฑ์ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางตลาดค้าทาสที่ใหญ่ที่สุดในยุคอาณานิคม
โครงสร้างเศรษฐกิจของกูราเซา ในปัจจุบันคือ ภาคบริการ โดยเฉพาะท่องเที่ยวและการเงิน ประมาณ 84% ของ GDP/ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการกลั่นน้ำมัน ประมาณ 15% ของ GDP/ภาคเกษตร ประมาณ 1% ของ GDP
ภาคการท่องเที่ยวคือเส้นเลือดใหญ่ของเกาะซึ่งมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือ กรุงวิลเลมสตัด (Willemstad) เมืองหลวงที่ตึกรามบ้านช่องสไตล์สถาปัตยกรรมดัตช์ ทาด้วยสีสันฉูดฉาดพาสเทลริมอ่าว ถือเป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO
นอกจากนั้นยังมีอุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน การตั้งอยู่ใกล้กับประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก
กูราเซา จึงทำหน้าที่เป็นผู้รับน้ำมันดิบมากลั่น แล้วส่งออกไปยังตลาดใหญ่อย่างฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา และประเทศในอเมริกาใต้
การเป็นผู้บุกเบิกระดับโลกในการออกใบอนุญาตธุรกิจเกมและพนันออนไลน์ มาตั้งแต่ปี 1996 เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจ
กูราเซาใช้โมเดลการออกใบอนุญาตแบบ One-size-fits-all คือใบอนุญาตใบเดียวครอบคลุมการพนันออนไลน์ทุกประเภท ทั้งกาสิโน และกีฬา มีการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่คิดภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำ ทำให้แพลตฟอร์มการพนันออนไลน์ในประเทศทำได้ถูกกฎหมาย และกาสิโนระดับโลกมากมายแห่กันมาขอใบอนุญาต ทำรายได้มหาศาล
กูราเซา แม้จะมีอำนาจปกครองตนเอง แต่ในทางนิตินัยยังเป็นหนึ่งในประเทศองค์ประกอบของราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ทำให้คนกูราเซาจำนวนมากอาศัยอยู่ในเนเธอร์แลนด์และเติบโตใน อคาเดมีฟุตบอล ที่นั่น
ตามกฎของ FIFA อนุญาตให้ผู้เล่นที่มีสายเลือดจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แม้ไม่ได้เกิดหรือเติบโตที่นั่น สามารถเลือกเป็นตัวแทนชาตินั้นได้
กูราเซาใช้จุดนี้คัดเลือกผู้เล่นที่มีเชื้อสายกูราเซา แต่เติบโตและฝึกฝนในเนเธอร์แลนด์ หรือตามอคาเดมีดังๆ ในยุโรป และได้ผู้เล่นระดับเก่งๆ จากลีกยุโรปหลายคน
ทีมชาติกูราเซา ชุดที่มาลุย บอลโลก 2026 ครั้งนี้ มีผู้เล่นเกือบทั้งหมดในทีมเล่นอยู่ในลีกในยุโรป โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์และอังกฤษ !
ย้อนกลับไปที่ บลู กูราเซา เป็นกูราเซายอดนิยมอันดับ 1 บางคนบอกว่าเป็น “King of Curaçao” ใช้เป็นส่วนผสมของค็อกเทลกว่า 300 ชนิด ที่ดังๆ เช่น บลู คอสโมโปลิแทน (Blue Cosmopolitan) บลู กามิกาเซ (Blue Kamikaze) บลู ฮาวายเอียน (Blue Hawaiian) เป็นต้น
สาเหตุที่ บลู กูราเซา ได้รับความนิยมมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะว่าเมื่อนำมาผสมค็อกเทลแล้วสีออกฟ้าๆ สวยงาม สบายตา น่าดื่ม และนี่อาจจะเป็นนัยที่ชุดของทีมชาติกูราเซาใช้สีฟ้าอย่างที่เห็น!
กูราเซา แม้พวกเขาจะไม่ผ่านรอบแรกของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่นี่เป็นโอกาสที่ทำให้ผู้คนอีกเป็นจำนวนมากได้รู้จัก..กูราเซา เกาะเล็กที่ยิ่งใหญ่ !


