แมร์กโลต์ (Merlot) เป็นองุ่นพันธุ์หลักในโลกของไวน์ในหลายๆ ชาติ เป็นองุ่นสำคัญของเมืองบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งไวน์ฝั่งขวา (Right Bank) ใช้ทำไวน์แดงราคาแพงระดับต้น ๆ ของโลกอย่าง ชาโต เปตรุส (Chateau Petrus) และข้ามไปโด่งดังในอิตาลี ที่ใช้ทำ ไวน์มาสเซโต (Masseto) ซึ่งถือเป็นยอดแห่งไวน์ซูเปอร์ ทัสกัน (Super Tuscan)
ชื่อ Merlot มาจากภาษาฝรั่งเศสคำว่า patois ดั้งเดิม โดย merlot หมายถึง "young blackbird" จากสีของเปลือกองุ่นที่คล้ายขนนกดังกล่าว ซึ่งเป็นนกในตระกูลอีกา
แต่เดิมเคยเชื่อว่า แมร์กโลต์ เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) กับ กาเมแนร์ (Carmenere) ต่อมามีการตรวจดีเอ็นเอจึงพบว่าเป็นคนละพันธุ์กัน
กาเมแนร์ เป็นองุ่นพันธุ์โบราณที่แทบจะหายจากบอร์กโดซ์ มาเป็นองุ่นแดงประจำชาติชิลี ขณะที่ แมร์กโลต์ ในชิลีสุกหลังกาเมเเนร์ 3 สัปดาห์
องุ่นแมร์กโลต์
อย่างไรก็ตามความเข้าใจผิดระหว่าง แมร์กโลต์ กับ กาเมแนร์ ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยกาเมแนร์ถูกนำจาก อ.เมด็อก (Medoc) เมืองบอร์กโดซ์ไปปลูกในชิลีในช่วงปลายๆ ศตวรรษที่ 18 ด้วยความบังเอิญ เนื่องจากตอนนั้นเกษตรผู้ปลูกองุ่นเดินทางมาคัดเลือกพันธุ์องุ่นจากบอร์กโดซ์ไปปลูกในชิลี
หนึ่งในจำนวนนั้นก็มี 'กาเมแนร์' ถูกนำไปด้วย เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแมร์โลต์ เข้าใจผิดกันมาเป็นสิบๆ ปี กระทั่ง UC David มหาวิทยาลัยสอนไวน์ชื่อดังแห่งแคลิฟอร์เนียนำไปตรวจดีเอ็นเอ จึงรู้ว่าเป็นกาเมแนร์ไม่ใช่แมร์กโลต์อย่างที่ต้องการ
แมร์กโลต์ สามารถทำได้ทั้งเป็นพันธุ์เดี่ยวๆ และเบลนด์กับพันธุ์อื่น เนื่องจากคุณสมบัติของแมร์กโลต์โดยทั่วไปคือ มิเดียม -ฟูลบอดี้ ฟรุตตี้ประเภทพลัม แบล็คเบอร์รี และเคอร์แรนท์ แทนนินปานกลาง เปลือกบางและแอสิดต่ำ
ในบอร์กโดซ์ใช้เบลนด์เพื่อเพิ่มบอดี้และความนุ่มนวล เช่นเดียวกับในอิตาลีที่ใช้เบลนด์กับซานโจเวเซ (Sangiovese) เพื่อให้เกิดความนุ่มนวล ซึ่งไวน์เมกเกอร์หลาย ๆ คนบอกว่าเป็น..ความนุ่มนวลที่พรงพลัง !
นอกจากในฝรั่งเศสที่ปลูกเป็นอันดับ 3 แล้ว แมร์กโลต์ยังปลูกได้ผลดีในหลายประเทศ เช่น อิตาลี (ปลูกมากเป็นอันดับ 5) ออสเตรเลีย แคลิฟอร์เนีย อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ และชิลี เป็นต้น
ในเมืองบอร์กโดซ์นั้น แมร์กโลต์ยิ่งใหญ่บริเวณฝั่งขวา (Right Bank) ในพื้นที่อย่าง แซงต์ เตมิลยง (St. Emilion) ปอเมอฮรอล (Pomerol) ฟรงซัค (Fronsac) และโก๊ต เดอ กาสติลยง (Cotes de Castillon) เป็นต้น เป็นที่สถิตของไวน์แพงระดับต้น ๆ ของโลกอย่าง ชาโต เปตรุส (Chateau Petrus)
ส่วนในฝั่งซ้าย (Left Bank) แมร์กโลต์แม้จะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง แต่ก็เป็นพันธุ์องุ่นที่ไวน์ระดับกรองด์ ครู แทบทุกชาโตจะขาดเสียมิได้ !
ความเข้มของแมร์กโลต์
การเบลนด์ของแมร์กโลต์ที่ถือว่าคลาสสิกคือเบลนด์กับ กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง โดยแมร์กโลต์น้ำตาลมากกว่า แทนนินต่ำกว่า ทำไวน์แล้วสุกเร็วกว่า และโครงสร้างของน้ำเนื้อนุ่มนวลกว่า
โดยคุณสมบัติของแมร์กโลต์โดยทั่วไปคือ เปลือกบางและแอสิดต่ำ แทนนินปานกลาง ฟรุตตี้คล้าย ๆ กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ พลัม และแบล็คเชอร์รี แต่พลัมจะโดดเด่นกว่าอย่างอื่น
อีกพื้นที่หนึ่งซึ่งสร้างชื่อให้กับแมร์กโลต์ คืออิตาลี ซึ่งถูกนำเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรกแถวๆ เมืองเวนิส (Venice) เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต (Veneto) ราวกลางศตวรรษที่ 19 ระยะเริ่มแรกเป็นเเพียงพระรอง ถูกใช้เบลนด์กับองุ่นพื้นเมืองเช่น ซานโจเวเซ (Sangiovese) มอนเตปูลชาโน (Montepulciano) และเนบบิโอโล (Nebbiolo) เป็นต้น
หลังจากทำความรู้จักแตร์ฮรัวร์ กับดินฟ้าอากาศของอิตาลีอย่างดีแล้ว แมร์กโลต์จึงก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกอย่างเต็มตัว สามารถทำไวน์แบบเดี่ยว ๆ ได้ดีถึงดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาสเซโต (Masseto) ยอดไวน์ ซูเปอร์ ทัสกัน (Super Tuscan)...!
ชาโต เปตรุส เป็นไวน์แดงที่แพงที่สุดระดับต้นๆ ของโลก แห่งตำบลปอเมอฮรอล (Pomerol) เมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส โดยปอเมอฮรอล เป็นคอมมูนเล็กๆ ที่ไม่มีการจัดเกรดไวน์ แต่ทำไวน์ได้เอร็ดอร่อย และมีความต้องการในตลาดสูง
ความแพงของ ชาโต เปตรุส เกิดจากเคล็ดลับ 9 ประการ ที่ผู้เชี่ยวชาญไวน์ต่างประเทศว่าเอาไว้ประกอบด้วย “ฟ้าประทาน ผสานกับฝีมือมนุษย์”
หนึ่งในจำนวนนั้นคือใช้องุ่นแมร์กโลต์แทบจะเรียกได้ว่า 100% มีผสม กาแบร์กเนต์ ฟรอง เป็นบางปี เป็นแมร์กโลต์ที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ คือต้นองุ่นมีตาน้อย ตาพวกนี้จะก่อให้เกิดกิ่งก้าน และดอกผล พวกที่เน้นปริมาณจะปล่อยให้มีตาเยอะๆ และเป็นแมร์โลต์อายุกว่า 45 ปี บ่ม 12-16 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศสเก่าและใหม่อย่างละครึ่ง
มาสเซโต
“มาสเซโต” แห่งตำบล โบลเกรี (Bolgheri) แคว้นทัสกานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี ถูกตั้งฉายาว่า “เปตรุสแห่งอิตาลี” จากการที่ใช้องุ่นแมร์กโลต์ เหมือนกับชาโต เปตรุส เป็นของบริษัท เตนูตา เดล ลอเนลลายา (Tenuta dell’Ornellaia) ซึ่งเป็นเจ้าของออร์เนลลายา (Ornellaia) “ซูเปอร์ ทัสกัน” อีกตัวหนึ่ง ผลิตวินเทจแรกคือ 1986 ได้ชื่อว่าเป็นไวน์ตัวแรกที่ได้ 100 คะแนนเต็ม 2 ปีติดต่อกัน จากโรเบิร์ต ปาร์คเกอร์ (Robert Parker) นักชิมไวน์ชื่อดัง คือวินเทจ 2015 และ 2016
คราวนี้ลองมาชิม 2 ยอดไวน์ที่ทำให้แมร์กโลต์ยิ่งใหญ่ !!
ชาโต เปตรุส ปอเมอฮรอล 2019 (Château Pétrus Pomerol 2019) : เป็นไวน์จากตำบลเล็กๆ ที่ไม่มีการจัดชั้น แต่แพงกว่าบรรดาพวกที่มีชั้น วินเทจ 2019 นี้เป็นอีก 1 วินเทจยอดเยี่ยมในรอบ 30 ปีของชาโต เปตรุส
ทำจากแมร์กโลต์ 100% เป็นองุ่นอายุประมาณ 45 ปี บ่มโอ๊ค 24 เดือน โดย 50% บ่มในโอ๊คใหม่ แอลกอฮอล์ 14.5 %
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้สุกปนห่าม ๆ พลัม แบล็คเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี แบล็คเชอร์รี มัลเบอร์รี บลูเบอร์รี ฟรุตเค้ก เอิร์ธตี ดอกไวโลเลต ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต คาราเมล ทรัฟเฟิล กราไฟต์ สไปซีเฮิร์บ อบเชย จันทน์เทศ มินต์ ซีดาร์ ใบยาสูบ สโมคกี้โอ๊ค
- ฟูลบอดี้ จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ วานิลลา ยังไม่เปิดตัวเต็มที่นักน่าจะอีกประมาณ 5-6 ปี และเก็บดีๆ น่าจะได้ 40 -50 ปี
- 19.9/20 คะแนน
มาสเซโต ตอสกานา ไอจีที 2019 (Masseto Toscana IGT 2019) วินเทจ 2019 เป็นวินเทจแรกที่มีการใช้กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) เบลนด์ด้วย 10% ที่เหลือเป็นแมร์กโลต์ 90% บ่มโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 24 เดือน บ่มในขวดอีก 12 เดือน แอลกอฮอล์ 14.5 %
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้สุกอบอวล พลัม เชอร์รี แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ ราสพ์เบอร์รี มิเนอรัล ดอกไวโอเลต แบล็คช็อกโกแลต มะกอกดำ ซีดาร์ กราไฟต์ ใบยาสูบ หนังสัตว์ใหม่ๆ สไปซีเฮิร์บ โป๊ยกั๊ก อบเชย โรสแมรี มินต์ สโมคกี้โอ๊ค วานิลลา
- ฟูลบอดี้ แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นเนียน จบยาวด้วยผลไม้สุก มิเนอรัล วานิลลา สโมคกี้โอ๊ค สไปซีเฮิร์บ ดื่มตอนนี้ก็ได้ แต่จะให้ดีอีกสัก 5-6 ปีจะเปิดตัวมากกว่านี้
- 19.7/20 คะแนน
แถมด้วยอีกตัว สำหรับคนรักและชอบฝั่งอเมริกา... ดั๊กฮอร์น แมร์กโลต์ นาปา แวลลีย์ ทรี ปาล์ม วินเยิร์ด นาปา แวลลีย์ 2014 (Duckhorn Merlot Napa Valley Three Palms Vineyard Napa Valley 2014) นี่คือหนึ่งในสุดยอดของแคลิฟอร์เนียที่ใช้แมร์กโลต์นำ เคยได้รับรางวัลอันดับ 1 ของนิตยสารไวน์ชื่อ "Wine Spectator Top 100 of 2017" ด้วยคะแนน 95/100 คะแนน
เป็นไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ (Bordeaux Blend) ทำจากแมร์กโลต์ 86% กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 8% มาลเบค (Malbec) 4 % และเปอติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 2% ไวน์ถูกบ่มในถังโอ๊คฝรั่งเศส 18 เดือน โดยไวน์ 75% บ่มในโอ๊คใหม่
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้สุก พลัม แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเชอร์รี ดอกไม้แห้งๆ มิเนอรัล ไส้ดินสอดำ สไปซีเฮิร์บ กานพลู โป๊ยกั๊ก ซีดาร์ หนังสัตว์ สโมคกี้โอ๊คและหอมหวาน
- แอสิดสดชื่น แทนนินนุ่มเนียน ครีมมี น้ำเนื้อหนักแน่นเคี้ยวได้ จบยาวด้วยผลไม้สุก มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ วานิลลา กำลังพร้อมดื่ม เป็นแมร์กโลต์จาก นาปา แวลลีย์ ที่ควรชิมอย่างยิ่ง
- 19.5/20 คะแนน
ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือส่วนหนึ่งเพียงน้อยนิดของ “แมร์กโลต์” ที่เหลือนอกจากนี้เป็นหน้าที่ของทุกท่านจะพิสูจน์ความจริงถึงอานุภาพของหนึ่งในยอดองุ่นของโลก...!





