วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

ครั้งก่อนเขียนเรื่อง โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ก็มีคนพูดถึง “ทายาท” ของเขาที่ยังคงสืบสานสายเลือดแห่งไวน์ต่อจากพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว อยากให้นำมาเล่าสู่กันฟัง ตามคำเรียกร้องจัดให้ในตอนนี้เลย....

หลังจาก โรเบิร์ต มอนดาวี (18 มิ.ย. 1913 –16 พ.ค. 2008) แยกจากครอบครัวออกมาดำเนินวิถีทางของตัวเองระยะหนึ่ง วันที่ 16 กรกฏาคม 1966 เขาก่อตั้ง โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี (Robert Mondavi Winery) ที่โอ๊ควิลล์ (Oakville) ใน นาปา แวลลีย์ (Napa Valley)

ฤกษ์ดีดังกล่าวเป็นวันเดือนปีเกิดของ มาร์เซีย มอนดาวี (Marcia Mondavi) ลูกสาวคนเดียวที่เกิดกับภรรยาคนแรกคือ มาร์โฌรี เอลเลน (Marjorie Ellen) ซึ่งมีลูกด้วยกัน 3 คนคือไมเคิล, มาร์เซีย และ ทิม

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

มาร์เซีย มอนดาวี

โรเบิร์ต มอนดาวี ทำให้ ไวน์นาปา แวลลีย์ โด่งดังและปรากฏในแผนที่ไวน์โลก และทำคุณประโยชน์ให้กับวงการไวน์นาปาแวลลีย์และรัฐแคลิฟอร์เนียมากมาย จนได้รับฉายาว่า “เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์”

วันที่ 22 ธันวาคม 2004 “โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี” ถูกขายให้กับ Constellation Brands,Inc. แต่ชื่อเสียงและการผลิตไวน์ยังได้รับความเชื่อถือจากคอไวน์ทั่วโลก

เหนือสิ่งอื่นใดการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรีอีกต่อไป ทำให้ลูก ๆ ทั้ง 3 คนของโรเบิร์ต มอนดาวี ต้องไปหาถิ่นฐานใหม่ แต่ทุกคนก็ยังอยู่ในเส้นทางเมรัยอมตะกระทั่งถึงรุ่นลูก ซึ่งก็คือหลานของคุณปู่โรเบิร์ต มอนดาวี... 

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

ไมเคิล มอนดาวี

ลูกชายคนโต ไมเคิล มอนดาวี (Michel Mondavi) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของตระกูลมอนดาวี เป็นคนที่ไม่ค่อยเป็นข่าว โดยเฉพาะในบ้านเราแทบจะไม่ค่อยมีข่าวคราวอะไรเลย เขาได้รับฉายาจากเพื่อน ๆ และผู้ร่วมงานว่า “Quiet Icon” เนื่องจากเป็นคนเงียบ ๆ แต่ทำงานจริงจัง ประเภทชอบอยู่เบื้องหลัง เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ชื่อว่าช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไวน์นาปาแวลลีย์เคียงคู่กับพ่อ

ไมเคิล มอนดาวี ทำหน้าที่หลายอย่างในไวเนอะรี นับตั้งแต่ไวน์เมกเกอร์ ประมาณ 8 ปีแรก เริ่มมีชื่อเสียงในปี 1974 เป็นต้นมา

ต่อมารับหน้าที่รองประธานฝ่ายขายในช่วงปี 1969-1978 จากนั้นขึ้นมาเป็น MD และ CEO ในปี 1990

หน้าที่สุดท้ายคือประธานบริษัทในช่วงปี 2001-2004 ก่อนจะออกมาทำไวน์ของตัวเองกับครอบครัว ซึ่งมีขายในเมืองไทยด้วย !

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

ไมเคิล มอนดาวี กับครอบครัว

ไมเคิล มอนดาวี ได้เตรียมการไว้ก่อนพ่อเสีย โดยเขาพร้อมด้วยภริยา อิสซาเบล (Isabel) พร้อมลูกชายและลูกสาว (Rob, Jr.,Dina) ได้ไปซื้อไร่อานิโม (Animo Vineyard) ที่แอตลาส พีค (Atlas Peak) ในปี 1999 

ด้วยประสบการณ์ที่ล้นเหลือของไมเคิล มอนดาวี ครอบครัวเปิดตัวบริษัท Folio Fine Wine Partners ทำธุรกิจด้านการนำเข้าและการตลาดไวน์ ปัจจุบันนอกจากจะทำโปรดักต์ในครอบครัวมอนดาวีแล้ว ยังเน้นผู้ผลิตไวน์แบบครอบครัวจากอิตาลี สเปน โปรตุเกส อาร์เจนตินา ฝรั่งเศส และออสเตรีย 

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี

อย่างที่กล่าวในตอนแรกว่าไมเคิล มอนดาวี มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมไวน์นาปา แวลลีย์ เขาจึงได้รับเชิญให้รับตำแหน่งประธานและซีอีโอของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น Wine Market Council, Napa Valley Vintners, California Wine Institute และ Winegrowers of California เป็นต้น

ปี 2015 นิตยสาร Wine Enthusiast ยกย่องให้เขาเป็น Person of the Year 2015 ในฐานะผู้มีอุปการคุณต่อวงการไวน์สหรัฐอเมริกา

ไมเคิล มอนดาวี เติบโตที่ชาร์ล ครุก ไวเนอะรี (Charles Krug Winery) ในเซนต์ เฮเลนา (St Helena) ซึ่งครอบครัวมอนดาวีซื้อมาตั้งแต่ปี 1943 ก่อนจะก้าวเข้าสู่อาชีพการทำไวน์อย่างเต็มตัวในปี 1966 จากการที่ร่วมกับพ่อก่อตั้ง “โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี” ดังกล่าว

เมื่อ โรเบิร์ต มอนดาวี ออกมาก่อตั้ง “โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี” นั้น คนที่รับหน้าที่ดูแลชาร์ล ครุก ไวเนอะรี จนนาทีสุดท้ายของชีวิตคือ ปีเตอร์ มอนดาวี (Peter Mondavi /1914 - 2016) น้องชายของ โรเบิร์ต มอนดาวี

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

ทิม มอนดาวี

ทิม มอนดาวี (Tim Mondavi) ลูกชายคนสุดท้องแต่มีฝีมือในการทำไวน์ของเขาอยู่ในระดับหัวแถวของแวดวงไวน์แคลิฟอร์เนีย เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส (University of California, Davis) ในสาขาการปลูกองุ่นและศาสตร์การทำไวน์ (Viticulture & Oenology) ปี 1974 และกลับมาเป็นหนึ่งในทีมไวน์เมกเกอร์ของไร่โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi Winery) ซึ่งขณะนั้นยังเป็นของครอบครัวมอนดาวี 

ผมไป 'โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี' ครั้งแรกในปี 1997 ทิม มอนดาวี เป็นผู้แนะนำธุรกิจของครอบครัว นำชิมในเครือของครอบครัวทุกตัว ซึ่งตอนนั้นเขาได้รับการจับตามองว่ากำลังเป็นดาวรุ่งในแวดวงการผลิตไวน์แคลิฟอร์เนีย

หลังจาก โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี ถูกขายกิจการ ทิม มอนดาวี จึงร่วมกับมาร์เซีย (Marcia) พี่สาว ภายใต้การแนะนำของพ่อ ก่อตั้ง คอนตินูอุม (Continuum Estate) ปี 2005 โดยใช้ภาษาโรมัน มีพื้นที่173 เอเคอร์ (1 เอเคอร์ = 2.5 ไร่) บนเนินเขาพริตการ์ด ฮิลล์ (Pritchard Hill) ทางตะวันตกเมืองโอ๊ควิลล์ (Oakville)

ด้านหน้าของไวเนอะรีปลูกต้นมะกอกอายุ 100 ปี ซึ่งเขาเรียกว่า “Robert’s Wood” เป็นเกียรติแก่พ่อซึ่งถ้ามีชีวิตอยู่จะอายุครบ 100 ปีในปี 2013 เสียดายที่ "เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์" จากไปเสียก่อน !!!!!!

“คอนตินูอุม เอสเตท" ซึ่งดินมีส่วนผสมของดินภูเขาไฟและแร่เหล็กค่อนข้างมาก ปลูกองุ่นพันธุ์หลักเป็นสายพันธุ์คลาสสิกจากบอร์กโดซ์ คือ กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon), แมร์กโลต์ (Merlot), กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) และเปอติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) ทำไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ (Bordeaux Blend) ที่ผสมผสานจากองุ่นทั้ง 4 สายพันธุ์ดังกล่าวในอัตราที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละวินเทจ แต่เน้นกาแบร์กเนต์ ฟรอง มากเป็นพิเศษ

ทิม มอนดาวี ฉลองครบรอบ 40 ปีในอาชีพการทำไวน์ (Winemaker) ของเขาปี 2013 ด้วยการทำไวน์ คอนตินูอุม วินเทจ 2013 ซึ่งมาพร้อมกับฉลากใหม่มีตัวเลข 1-40-100 อยู่ในฉลากด้วย

  • ตัวเลข 1 หมายถึงฉลองไวเนอะรีครบรอบ 1 ปี และทำไวน์จากองุ่นซึ่งปลูกในไร่พริตการ์ด ฮิลล์ 100%
  • ตัวเลข 40 หมายถึงเส้นทางบนอาชีพไวน์เมกเกอร์ของ ทิม มอนดาวี เวียนมาครบรอบ 40 ปีในปี 2013
  • ตัวเลข 100 หมายถึงวินเทจเฉลิมฉลองเพื่อพ่อ ซึ่งถ้ามีชีวิตอยู่จะมีอายุครบ 100 ปีในปี 2013 ฉลากออกแบบโดย เชียรา มอนดาวี (Chiara Mondavi) ลูกสาวคนที่ 2 ของเขา ต้นองุ่นคือกาแบร์กเนต์ ฟรอง พร้อมนกที่อาศัยอยู่ในไวเนอะรีนั่นเอง

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี คาร์โล มอนดาวี กับภรรยา

ขณะที่ทายาทของไมเคิล มอนดาวี พี่ชายยังไม่ได้แสดงบทบาทอะไรมากนักเกี่ยวกับไวน์ แต่ทายาทของทิม มอนดาวี เฉิดฉายออกมาแล้วนั่นคือ คาร์โล มอนดาวี (Carlo Mondavi) แต่เขาไปทำไวน์บนแผ่นดินประเทศบ้านเกิดของตระกูลมอนดาวีคืออิตาลี เพียงแต่ไม่ได้ทำที่แคว้นมาร์เค (Marche) ถิ่นกำเนิดบรรพบุรุษของเขาก่อนอพยพไปอยู่สหรัฐอเมริกาเท่านั้นเอง

คาร์โล มอนดาวี ร่วมกับ โจวานนา บักนาสโก (Giovanna Bagnasco) ภรรยาชาวอิตาลี ทำไร่องุ่นชื่อ โซริ เดลลา ซอร์บา (Sorì della Sorba) อยู่ใน ดิอานา ดัลบา (Diano d’Alba) แคว้นเพียดมอนต์ (Piedmont) ผลิตไวน์จาก เนบบิโอโล (Nebbiolo) และ ดอลเซตโต (Dolcetto) 

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี ไวน์ของคาร์โล มอนดาวี

ไวน์ Sorì della Sorba มีไวน์รุ่นท็อปคือ โซริ เดลลา ซอร์บา ลังเก เนบบิโอโล (Sorì della Sorba Langhe Nebbiolo) นอกนั้นยังมี โซโล เปอร์ อามอเร ลังเก รอสโซ (Solo Per Amore Langhe Rosso) เบลนด์จากดอลเซตโต(Dolcetto) กับเนบบิโอโล (Nebbiolo) โดย Solo Per Amore แปลว่า “Only for Love"

สุดท้ายนี้ลองชิมไวน์ฝีมือของ “พี่น้องตระกูลมอนดาวี” !!!

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

โอเบอะรอน กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง นาปา แวลลีย์ 2019 (Oberon Cabernet Sauvignon,Napa Valley 2019) : อีกหนึ่งในไวน์ดีจากแคลิฟอร์เนีย จากฝีมือของ ไมเคิล มอนดาวี พี่ชายคนโต

เบลนด์ จากองุ่นหลายพันธุ์ โดยมีกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง เป็นหลัก นอกนั้นมีเปอตีต์ แวร์กโดต์, ซินฟานเดล, แมร์กโลต์ และซีฮราห์ อย่างละเล็กละน้อยเป็นชูรส เป็นองุ่นจากไร่ใน 5 เขต Rutherford, Oakville, Stags Leap, Atlas Peak และ Wooden Valley

ไวน์เมกเกอร์ต้องใช้ฝีมือสูงในการทำให้องุ่นต่างแตร์ฮรัวร์ผสมผสานกันอย่างลงตัว หมักในถังสเตนเลส แล้วมาโลว์แลคติกในถังโอ๊คฝรั่งเศส แล้วบ่ม 18 เดือนในโอ๊คฝรั่งเศส

  • สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น แบล็กเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี พลัม กรีนเปปเปอร์ มอคคา กาแฟคั่ว วานิลลา แบล็คช็อกโกแลต ใบยาสูบ สโมคกี้โอ๊ค สไปซีเฮิร์บหวาน ๆ ซ่า ๆ จันทน์เทศ ยี่หร่า มิเนอรัล
  • แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นและเริ่มนุ่ม จบยาวด้วยผลไม้ โอ๊คกรุ่นๆ วานิลลา สไปซีเฮิร์บ อาจจะยังไม่เปิดตัวเต็มที่นัก แต่ก็สามารถดื่มในตอนนี้ได้ เป็นอีกหนึ่งในไวน์นาปา แวลลีย์ ที่ควรชิมอย่างยิ่ง
  • 19.25/20 คะแนน

 

“ไมเคิล-ทิม มอนดาวี” เลือดที่ยังเข้มข้นของ มอนดาวี

คอนตินูอุม โอ๊ควิลล์ นาปา แวลลีย์ 2013 (Continuum Oakville Napa Valley 2013) ผลงานของ ทิม มอนดาวี ผู้น้อง ขลุกขลิกจากองุ่น 4 พันธุ์ กาแบร์เนต์ โซวีญยง 66%  กาแบร์เนต์ ฟรอง  9% เปอติต์ แวร์กโดต์ 5%  และแมร์โลต์  4% เป็นองุ่นที่ปลูกจากไร่ที่ Pritchard Hill 100% อายุขององุ่นเฉลี่ยประมาณ 22 ปี เก็บด้วยมือ หมักในถังซีเมนต์และถังโอ๊ค จากนั้นบ่ม 20 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศส

  • สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้  พลัม แบล็คเชอร์รี แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ บลูเบอร์รี เหล้าเครมเดอคลาสซิส กาแฟคั่ว เอสเปรสโซ ดอกลาเวนเดอร์ หินชนวน ไส้ดินสอ สไปซี กรีนเปปเปอร์ กระวาน กานพลู การบูร ควันไฟ มิเนอรัล
  • บอดี้หนักแน่น แทนนินยังเกาะกันแน่นแต่เริ่มสัมผัสได้ถึงความนุ่มเนียน แอสิดปานกลาง จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล และเฮิร์บชุ่มคอ กำลังเริ่มดื่มได้ และสามารถเก็บไว้ในเซลลาร์ 20-30 ปี
  • 19.75/20 คะแนน