สหรัฐอเมริกาประกอบด้วย 50 กว่ารัฐ สามารถผลิตไวน์ได้ประมาณ 35 รัฐ ที่ถือเป็นแผ่นดินทองของสหรัฐฯมี 4 รัฐ และ แคลิฟอร์เนีย สำคัญที่สุด
มีผู้เปรียบเทียบว่า “การกำเนิดไวน์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือเป็นการกำเนิดไวน์สหรัฐฯ อย่างแท้จริง” เพราะไวน์สหรัฐฯ 96% มาจากแคลิฟอร์เนียที่มีเขตระดับหัวกะทิคือ นาปา แวลลีย์ (Napa Valley) ตามด้วย โซโนมา แวลลีย์ (Sonoma Valley)
กล่าวสำหรับ นาปา แวลลีย์ นั้น ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เป็นพื้นที่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ "รัฐแคลิฟอร์เนีย” มากที่สุด
บุคคลที่ถือว่าทำให้ไวน์นาปา แวลลีย์ มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่งโลกเห็นจะไม่มีใครเกิน โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ซึ่งได้รับฉายาว่า เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์ มีทั้งทำไวเนอะรีของตัวเอง และจับมือกับผู้ผลิตไวน์จากประเทศอื่นๆ ผลิตไวน์ระดับพรีเมียม จนเป็นที่โหยหาของคอไวน์ทั่วโลก
อีกหนึ่งเหตุการณ์ใหม่ที่ทำให้โลกรู้จักไวน์นาปา แวลลีย์ คือ Judgment of Paris 1976 หรือ Paris Wine Tasting of 1976 หรือ “คำพิพากษาแห่งปารีส 1976" เป็นการชิมไวน์ที่จัดขึ้น ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 1976 เป็นการชิมประชันความยิ่งใหญ่ของไวน์แดงจากองุ่นกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และไวน์ขาวจากองุ่นชาร์โดเนย์ (Chardonnay)
ผลที่ออกมาสร้างความตกตะลึงให้กับทั่วโลกเพราะอันดับ 1 ของทั้ง 2 ประเภทเป็นไวน์แคลิฟอร์เนีย โดยไวน์ขาวคือ "ชาโต มอนเตเลนา ชาร์โดเนย์ 1973" (Chateau Montelena Chardonnay 1973)
ส่วนไวน์แดงคือ "สแต๊กลีฟ ไวน์ เซลลาร์ เอส.แอล.วี.กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 1973" (Stag's Leap Wine Cellars S.L.V.Cabernet Sauvignon 1973) ว่ากันว่านับตั้งแต่นั้นมาทำให้ทั่วโลกเมรัยอมตะจับจ้องมาที่ นาปา แวลลีย์ และแคลิฟอร์เนีย
นาปา แวลลีย์ เป็น 1 ใน "14 แผ่นดินทอง" ของการปลูกองุ่นทำไวน์คุณภาพเยี่ยมของโลก ที่สถาบันภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมไร่องุ่นระหว่างประเทศ (Institut International des Paysages et Architectures Viticoles) ประกาศ ณ กรุงปารีส เมื่อปี 2000 เป็นเขตผลิตไวน์ที่มีอายุประมาณ 200 กว่าปี
นาปา แวลลีย์ เดิมเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองชื่อแวปโป (Wappo) คำว่า Napa Valley เป็นภาษาของชนเผ่าพื้นเมืองแปลว่า “หุบเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์” เพราะเต็มไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่านานาชนิด
แหล่งผลิตไวน์ใน นาปา แวลลีย์
นาปา แวลลีย์ อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อยู่ในเขตการผลิตไวน์ที่เรียกว่า เวสต์ โคสต์ (West Coast) หรือชายฝั่งด้านตะวันตกที่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นแหล่งผลิตไวน์สำคัญระดับหัวกะทิของสหรัฐฯ ประกอบด้วยรัฐใหญ่ๆ 6-7 รัฐ แต่ที่สำคัญต่อวงการไวน์มี 3 รัฐคือ แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน สเตท และโอเรกอน
นาปา แวลลีย์ มีลักษณะเป็นหุบเขาตามแนวตะวันตกเฉียงเหนือไปตะวันตกเฉียงใต้ ความยาวประมาณ 48 กม.เศษๆ ประกอบด้วย 6 เมืองเล็ก คือ นาปา (Napa) ยอนท์วิลล์ (Yontville) โอควิลล์ (Oakville) รัทเธอร์ฟอร์ด (Rutherford) เซนต์ เฮเลนา (St.Helena) และ คาลิสโทกา (Calistoga) มีไร่องุ่นและโรงผลิตไวน์อยู่กว่า 400 แห่ง การผลิตไวน์นาปา แวลลีย์ คิดเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของรายได้จากไวน์ของอเมริกา
นาปา แวลลีย์ คือหุบเขาและเขตผลิตไวน์ชั้นนำในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีชื่อเสียงระดับโลกจากไวน์คุณภาพสูง โดยเฉพาะ Cabernet Sauvignon ที่โดดเด่นจากสภาพอากาศและดินภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ มีโรงบ่มไวน์กว่า 400 แห่ง ร้านอาหารหรู และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่คนรักไวน์ต้องมาเยือน
ลักษณะเด่นของ Napa Valley
ไวน์ชั้นเลิศ : นาปา แวลลีย์ มีชื่อเสียงด้านไวน์แดงจากองุ่นกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) และบอร์กโดต์ เบลนด์ (Bordeaux Blend) ส่วนไวน์ขาวจากชาร์โดเนย์ (Chardonnay) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ภูมิประเทศสวยงาม : นาปา แวลลีย์ มีไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตา สลับกับทิวทัศน์ภูเขา และมีหมอกยามเช้าที่ช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับไวน์
แหล่งท่องเที่ยว : นาปา แวลลีย์ นอกจากชิมไวน์แล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น นั่งรถไฟชมไวเนอะรี (Napa Valley Wine Train), สปาน้ำพุร้อน, ทัวร์บอลลูนลมร้อน และตลาดสินค้าท้องถิ่น ฯลฯ
เมืองหลัก : เมืองนาปาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค มีร้านอาหารระดับ มิชลิน สตาร์ และวัฒนธรรมศิลปะที่น่าสนใจมากมาย
ถึงตอนนี้ก็ได้เวลาชิม ไวน์นาปา แวลลีย์ ระดับพรีเมียม ที่มีขายในบ้านเราในราคาที่จับต้องได้ เป็นไวน์ที่ผมชิมในช่วงหลังปีใหม่ 2569 เป็นต้นมา !!
โรเบิร์ต มอนดาวี ดิ เอสเตท โอควิลล์ นาปา แวลลีย์ กาแบร์เนต์ โซวีญยอง 2019 (Robert Mondavi The Estates Oakville Napa Valley Cabernet Sauvignon 2019) : เป็นไวน์อันดับ 5 ใน Top 100 ไวน์แห่งปี 2022 (Top 100 Wine of the Year 2022) ของนิตยสารไวน์ สเปกเตเตอร์ (Wine Spectator)
เป็นไวน์สไตล์บอร์กโดต์ เบลนด์ และวินเทจ 2019 นี้เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 86% กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 10% เปอตีต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot ) 2% มาลเบค (Malbec) 1% และแมร์กโลต์ (Merlot) 1% บ่ม 17 เดือนในถังโอ๊คฝรั่งเศส ผลิต 13,500 ลัง
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้ แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ ราสพ์เบอร์รี พลัม เอิร์ธตี้ ดอกไวโอเลต ช็อกโกแลต กาแฟคั่ว สไปซีเฮิร์บ จันทน์เทศ กานพลู ขิง วานิลลา ใบยาสูบ โอ๊คหอมหวาน
- แอสิดสดชื่น แนนนินหนักแน่นนุ่มหวาน จบยาวด้วยผลไม้ เอิร์ธตี สไปซีเฮิร์บ วานิลลา เริ่มดื่มได้ในปีนี้เป็นต้นไป
- 19.25/20 คะแนน
โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2021 (Opus One Napa Valley 2021) : ไวน์ที่เกิดจากการจับมือกันระหว่างโรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) “เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์” กับ บาฮรง ฟีลิปป์ เดอ ฮร็อธไชลด์ (Baron Philippe de Rothschild) เจ้าของไวน์ชาโต มูตง ฮร็อธชิลด์ (Chateau Mouton Rothschild) 1 ใน 5 กรองด์ ครู ชั้น 1 ตามบัญชี เมด็อก 1855 ผลิตในสไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ (Bordeaux Blend)
วินเทจ 2021 นี้เป็นอีกหนึ่งวินเทจที่ดีมาก เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 78% แมร์กโลต์ 8% เปอติต์ แวร์กโดต์ 6% กาแบร์กเนต์ ฟรอง 6% มาลเบค 2% บ่ม 17 เดือนในโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 100%
- สีแดงโกเมนเข้มปึ๊ก สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี พลัม แครนเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี ดอกไวโอเลต แบล็คช็อกโกแลต กาแฟคั่ว กราไฟต์ ขี้กบเหลาดินสอดำ หนังสัตว์ สไปซีเฮิร์บ จันทน์เทศ อบเชย ใบยาสูบ วานิลลา ครีมมี
- แอสิดสดชื่น แทนนินยังแน่นปึ๊ก จบเนิ่นนานด้วยผลไม้ สไปซีเฮิร์บ มิเนอรัล วานิลลา พอดื่มได้ในเพลานี้ แต่อาจจะต้องรออีกประมาณ 4-5 จึงจะพีคเต็มที่
- 19.8 / 20 คะแนน
โดมินุส เอสเตท นาปา แวลลีย์ 2018 (Dominus Estate Napa Valley 2018) : วินเทจนี้เป็นอันดับ 1 ของ “Top 100 Wines of the Year 2021“ ของนิตยสาร "ไวน์ สเปกเตเตอร์” ได้ 97/100 คะแนน
เป็นไวน์ที่เจ้าของเป็นคนฝรั่งเศส ทายาทจากตระกูลที่ปลุกปั้นให้ ชาโต เปตรุส (Chatea Petrus) จนโด่งดังคือ คริสเตียน มูอิกซ์ (Christian Moueix) ผลิตวินเทจแรก 1983 ในสไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์
วินเทจ 2018 นี้ทำจากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 89% กาแบร์กเนต์ ฟรองซ์ 6% และเปอตีต์ แวร์กโดต์ 5% บ่มโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 100% ผลิต 4,000 ลัง
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี ราสพ์เบอร์รี และพลัม ดอกไวโอเลต กรีนเปปเปอร์ ใบยาสูบ ไม้ซีดาร์ หินกราไฟท์ ไส้ดินสอดำ มิเนอรัล มินต์ โอ๊คหอมกรุ่น ๆ
- แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นแต่นุ่มเนียนลื่นไหล จบยาวด้วยผลไม้ มิเนอรัล และสไปซีเฮิร์บ ยังไม่เปิดตัวในเวลานี้ น่าจะอีก 5-6 ปีจึงจะเริ่มดื่มได้อร่อย
- 19.5/20 คะแนน
ดั๊กฮอร์น แมร์กโลต์ นาปา แวลลีย์ ทรี ปาล์ม วินเยิร์ด นาปา แวลลีย์ 2014 (Duckhorn Merlot Napa Valley Three Palms Vineyard Napa Valley 2014) นี่คือหนึ่งในสุดยอดของแคลิฟอร์เนียที่ใช้แมร์กโลต์ (Merlot) นำ เคยได้รับรางวัลอันดับ 1 ของนิตยสารไวน์ชื่อ "Wine Spectator Top 100 of 2017" ด้วยคะแนน 95/100 คะแนน
เป็นไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ องุ่นทั้งหมดที่ใช้ทำไวน์ตัวนี้มาจากไร่ Three Palms Vineyard ประกอบด้วยแมร์กโลต์ 86% กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 8% มาลเบค 4 % และเปอติต์ แวร์กโดต์ 2 % บ่มโอ๊คฝรั่งเศส 18 เดือน โดย 75% บ่มในโอ๊คใหม่
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส หอมกลิ่นผลไม้สุก พลัม แบล็คเบอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเชอร์รี ดอกไม้แห้ง ๆ มิเนอรัล ไส้ดินสอดำ สไปซีเฮิร์บ กานพลู โป๊ยกั๊ก ซีดาร์ หนังสัตว์ สโมคกี้โอ๊คหอมหวาน
- แอสิดสดชื่น แทนนินนุ่มเนียน ครีมมี น้ำเนื้อหนักแน่นเคี้ยวได้ จบยาวด้วยผลไม้สุก มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ วานิลลา
- กำลังพร้อมดื่ม เป็นแมร์กโลต์จาก นาปา แวลลีย์ ที่ควรชิมอย่างยิ่ง
- 19.5/20 คะแนน
ซิลเวอร์ โอ๊ค อเล็กซานเดอร์ แวลลีย์ กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 2019 (Silver Oak Alexander Valley Cabernet Sauvignon 2019) : เป็นไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ ทำจาก กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง 95.2% กาแบร์กเนต์ ฟรอง 2.5% แมร์กโลต์ 1.9% และเปอตีต์ แวร์กโดต์ 0.4% บ่ม 24 เดือนในอเมริกันโอ๊ค ในโอ๊คใหม่ 50% อีก 50% บ่มในโอ๊คที่ใช้มาแล้ว 1 ครั้ง
- สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
- หอมกลิ่นผลไม้ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี พลัม แบล็คเชอร์รี ราสพ์เบอร์รี กลีบดอกกุหลาบ มะกอกดำ กาแฟคั่ว วานิลลา สโมคกี้โอ๊ค สไปซีเฮิร์บ อบเชย จันทน์เทศ ใบยาสูบ
- แอสิดสดชื่น แทนนินแน่นนุ่ม จบยาวด้วยผลไม้ สไปซีเฮิร์บ สโมคกี้โอ๊ค วานิลลา
- อาจจะยังไม่พีคเต็มที่นัก แต่สามารถดื่มได้ในเวลานี้เป็นต้นไป เป็นหนึ่งในไวน์บอร์กโดซ์ เบลนด์ แห่งนาปา แวลลีย์ ที่ควรชิม
- 19.25/20 คะแนน
นั่นคือส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเศษเสี้ยวอันน้อยนิดของ ไวน์นาปา แวลลีย์ จริงๆ ยังมีอีกเยอะ เยอะจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ราคา” วอนฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่าให้สูง หรือโอเวอร์เกินไปนักเลย !!





