วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม 2569

Login
Login

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) หรือชื่อเต็ม โรเบิร์ต เจอรัลด์ มอนดาวี (Robert Gerald Mondavi / 18 มิถุนายน 1913 – 16 พฤษภาคม 2008) เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อไวน์นาปา แวลลีย์” เติบโตขึ้นมาอย่างเด็กชนบททั่วๆไป

แต่สิ่งเดียวที่เขาแตกต่างไปจากเด็กอื่นๆ ก็คือ “ความมุ่งมั่นใฝ่ดี และความอยากจะเป็นหนึ่ง" ในทุกๆด้านๆ 

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ โรเบิร์ต มอนดาวี

โรเบิร์ต มอนดาวี เข้าเรียนในคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย Stanford มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยวางแผนว่าอยากจะเป็นนักธุรกิจ หรือนักกฎหมาย ก่อนจะหันเหวิถีชีวิตมาเป็นคนทำไวน์ จนโด่งดังไปทั่วโลก !!

หลังจาก โรเบิร์ต มอนดาวี แยกจากครอบครัวออกมาดำเนินวิถีทางของเอง วันที่ 16 กรกฏาคม 1966 เขาก่อตั้ง โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี (Robert Mondavi Winery) ที่โอควิลล์ (Oakville) ในนาปา แวลลีย์ (Napa Valley) ซื้อที่บริเวณโท กาลอน (To Kalon)  

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี

ตลอดเวลาครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาโรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี ผลิตไวน์มากมายหลากหลายรุ่นหลายสไตล์ จนกระทั่งปี 2004 จึงถูกขายให้กับคอนสเทลเลชั่น แบรนด์ (Constellation Brands) ผู้จัดจําหน่ายยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ และของโลก ลูก ๆ 3 คนของโรเบิร์ต มอนดาวี ก็ไปทำไวน์ตามสายเลือดพ่อ !!

โรเบิร์ต มอนดาวี ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เก่งกาจในด้านการตลาด มีแผนการตลอดจนวิสัยทัศน์ที่สูงส่งและเฉียบคม

หนึ่งในบทพิสูจน์นั้นคือการจับมือกับผุ้ผลิตไวน์ระดับยอดฝีมือในต่างประเทศเพื่อผลิตไวน์พรีเมียมหรือ กรองด์ ครู ที่เห็นๆ และคนที่ได้ลิ้มลองล้วนซูฮกมีอยู่ 3 ตัวใน 3 ประเทศ

ตัวแรกถือเป็นตำนานหน้าหนึ่งของวงการไวน์แคลิฟอร์เนียและวงการไวน์โลกคือ โอปุส วัน (Opus One) โรเบิร์ต มอนดาวี จับมือ บาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธไชลด์ (Baron Philippe de Rothschild) เจ้าของ ชาโต มูตง ฮร็อธชิลด์ (Château Mouton Rothschild) 1 ใน 5 เสือเมด็อก เจ้าแห่งการตลาดที่ยิ่งใหญ่แห่งฝรั่งเศส

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ

โรเบิร์ต มอนดาวี จับมือบาฮรง ฟิลิปป์ เดอ ฮร็อธไชลด์

“โอปุส วัน” ก่อกำเนิดในช่วงทศวรรษที่ 1980 จากนั้นปี 1984 ไวน์ล็อตแรกจึงถูกนำสู่ท้องตลาด พร้อมกัน 2 วินเทจคือ 1979 และ 1980 ในราคาขวดละประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ ซึ่งในตอนนั้นถือว่าราคาแพงมาก แต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่นสักคำ อย่างน้อยคือการมีส่วนได้เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวงการไวน์โลก

นับเป็นเรื่องเสียดายที่ท่านบาฮรงไม่ทันได้ดูความยิ่งใหญ่ของ โอปุส วัน เพราะเสียชีวิตในวันที่ 20 มกราคม 1988 ด้วยวัย 86 ทิ้งมรดกให้ลูกสาวสานต่อความสำเร็จ ขณะที่โรเบิร์ต มอนดาวี ได้ชื่นชมความสำเร็จก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 16 พฤษภาคม 2008

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ ไวน์จากโรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี รุ่นต่าง ๆ

ไวน์ตัวต่อมาคือ ลูเซ (Luce) โรเบิร์ต มอนดาวี ไปจับมือกับ เฟรสโกบาลดิ (Frescobaldi) ผู้ผลิตไวน์เก่าแก่แห่งแคว้นทัสกานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี บริหารงานภายใต้ชื่อบริษัท เตนูตา ลูเช เดลลา วิเต (Tenuta Luce della Vite)

ชื่อบริษัท เตนูตา ลูเช เดลลา วิเต จำกัด ที่แปลว่า “แสงไฟแห่งชีวิต” ได้มาเมื่อครั้งที่โรเบิร์ต มอนดาวี พา มาร์กริต บีเวอร์ มอนดาวี (Margrit Biever Mondavi) เมียของเขา กำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านมอนตาลซิโน (Comune di Montalcino) ตามถนนซาน สปิริโต (Via San Spirito) ในเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) เธอเหลือบไปเห็นพระอาทิตย์ดวงโต เปล่งประกายไฟแรงกล้า ลอยอยู่เหนือยอดตึก จึงเกิดความคิดว่าบริษัทใหม่น่าจะมีอะไรที่เหมือนกับพระอาทิตย์ จึงเป็นที่มาของชื่อบริษัท

ส่วนชื่อไวน์ ลูเซ ซึ่งเป็นตัวหนังสือสีทองอยู่บนพื้นสีแดง ล้อมรอบด้วยดวงไฟสีทอง มีประกายไฟ 12 แฉก ดวงไฟนี้นำมาจากฐานแท่นบูชาในโบสถ์ซานโต สปิริโต โบสถ์ยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ในเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งสร้างอยู่ในที่ดินที่ตระกูลเฟรสโกบาลดิ ( Frescobaldi)

Luce หมายถึง “ดวงไฟ” มีประกายไฟ 12 แฉก ผลิตอย่างเป็นทางการวินเทจแรกคือ 1995 ปัจจุบันเป็นไวน์ ซูเปอร์ ทัสกัน (Super Tuscan) ที่ยิ่งใหญ่ตัวหนึ่งของโลกเมรัยอมตะ

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ โรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี ในมุมสูง

ตัวที่ 3 ไวน์ เซญา (Seña) หนึ่งในไวน์ระดับกรองด์ ครู ของประเทศชีลี กำเนิดในปี 2005  “โรเบิร์ต มอนดาวี” ประสานมือกับ เอดูอาร์โด ชาดวิค (Eduardo Chadwick) หนึ่งในยอดไวน์เมกเกอร์ของชิลี เจ้าของวีญา เอร์ราซูริซ (Viña Errazuriz) ที่โด่งดัง ทำไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์ (Bordeaux Blend)

เบลนด์จากกาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon), มาลเบค (Malbec), เปตีต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot), การ์เมเนเร(Carménère) และกาแบร์เนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) ในอัตราที่แตกต่างกันแต่ละวินเทจ

คราวนี้มาชิมไวน์ 3 แบรนด์จาก 3 ชาติที่ โรเบิร์ต มอนดาวี ไปสร้างความยิ่งใหญ่ใน 3 ประเทศ แถมด้วยตัวท็อปของโรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี 

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ

โอปุส วัน นาปา แวลลีย์ 2021 (Opus One Napa Valley 2021) : วินเทจ 2021 นี้เป็นอีกหนึ่งวินเทจที่ดีมาก เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 78% แมร์กโลต์ (Merlot) 8% เปอติต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 6% กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 6% มาลเบค (Malbec) 2% บ่ม 17 เดือนในโอ๊คฝรั่งเศสใหม่ 100% แอลกอฮอล์ 14%

  • สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้ แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี แบล็คเชอร์รี พลัม แครนเบอร์รี ราสพ์เบอร์รี ดอกไวโอเลต แบล็คช็อกโกแลต กาแฟคั่ว กราไฟต์ ขี้กบเหลาดินสอดำ หนังสัตว์ สไปซีเฮิร์บ จันทน์เทศ อบเชย ใบยาสูบ วานิลลา ครีมมี
  • แอสิดสดชื่น แทนนินยังแน่นปึ๊ก จบเนิ่นนานด้วยผลไม้ สไปซีเฮิร์บ มิเนอรัล วานิลลา
  • พอดื่มได้ในเพลานี้ แต่อาจจะต้องรออีกประมาณ 4-5 จึงจะพีคเต็มที่
  • 19.8/20 คะแนน

 

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ

ลูเซ เดลลา วิเต “ลูเซ” ตอสกานา ไอจีที 2019 (Luce della Vite “Luce” Toscana IGT 2019) เรียกในฐานที่เข้าใจดันว่า "ลูเซ" และ 2019 เป็นวินเทจที่ 24 ของลูเซ ที่ทำขายอย่างเป็นการ 

ลูเซ วินเทจ 2019 เบลนด์จากซานโจเวเซกับแมร์กโลต์ในอัตรา 50-50 % บ่มโอ๊ค 24 เดือน โดย 80% บ่มในโอ๊คใหม่ อีก 20% บ่มโอ๊คที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 1 ปี ผลิต 7,916 ลัง

  • สีแดงทับทิมเข้ม สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้ ราสพ์เบอร์รี แบล็คเบอร์รี พลัม แบล็คเชอร์รี แบล็คเคอร์แรนท์ ดอกไวไอเล็ต ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต กาแฟคั่ว โกโก้ ไส้ดินสอดำ ครีมมี สไปซีเฮิร์บซ่า ๆ หวาน ๆ แบล็คเปปเปอร์ ชะเอมเทศ หนังสัตว์ ใบยาสูบ
  • แอสิดสดชื่น แทนนินละเอียด จบยาวด้วยผลไม้ สโมคกี้โอ๊ค สไปซีเฮิร์บ
  • สามารถดื่มได้ในตอนนี้ เป็นอีกหนึ่งวินเทจของลูเซที่ต้องชิม
  • 19.5/20 คะแนน

 

เซญา อะกอนกากัว ชิลี 2021 (Seña,Aconcagua Valley,Chile 2021) หนึ่งในไวน์ระดับกรองด์ ครูของชีลี โดย Seña เป็นชื่อไร่องุ่นที่อยู่บนไหล่เขาในอะกอนกากัว แวลลีย์ ซึ่งปลูกแบบ bio-dynamic ทำจากองุ่นสายเลือดบอร์กโดซ์ล้วน ๆ สัดส่วนแต่ละวินเทจไม่เท่ากัน และบางวินเทจอาจจะไม่มีองุ่นบางพันธุ์

เซญา 2021 ซึ่งเป็นวินเทจที่ 27 เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 50%, มาลเบค (Malbec) 27%, การ์เมแนร์ (Carménère) 17% เปอตีต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 6% บ่มโอ๊ค 22 เดือน โดย 90% บ่มในโอ๊คฝรั่งเศส

  • สีแดง โกเมนเข้ม แกมม่วงนิด ๆ สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้ เชอร์รี สตรอว์เบอร์รี พลัม แบล็คเคอร์แรนท์ ดอกลาเวนเดอร์ กลีบกุหลาบ ช็อกโกแลต โกโก้ สไปซีเฮิร์บแห้งๆ จันทน์ทศ ชะเอมเทศ ยี่หร่า มินต์ กล่องซิการ์
  • แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่น จบยาวด้วยผลไม้ สไปซีเฮิร์บ สโมคกี้โอ๊ค
  • ยังไม่เปิดตัว สามารถดื่มได้ในตอนนี้ แต่ถ้าจะให้อร่อยจริง ๆ รออีกสัก 4-5 ปีเป็นอย่างน้อย เป็นหนึ่งในไวน์ชิลีที่ต้องชิมสักครั้งในชีวิต
  • 19.5/20 คะแนน

 

โรเบิร์ต มอนดาวี (Robert Mondavi) ตำนานแห่งโลกเมรัยอมตะ

โรเบิร์ต มอนดาวี “เดอะ รีเสิร์ฟ” โท กาลอน วินเยิร์ด กาแบร์กเนต์ โซวีญยอง นาปา แวลลีย์ 2018 (Robert Mondavi “The Reserve” To Kalon Vineyard Cabernet Sauvignon Napa Valley 2018) : นี่คือรุ่นหัวกะทิของโรเบิร์ต มอนดาวี ไวเนอะรี่ เป็นวินเทจที่ 8 ของไร่ To Kalon ที่ใช้คำว่า The Reserve 

“The Reserve” เป็นไวน์สไตล์บอร์กโดซ์ เบลนด์จากกาแบร์กเนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) 93% กาแบร์กเนต์ ฟรอง (Cabernet Franc) 5% และเปอตีต์ แวร์กโดต์ (Petit Verdot) 2% บ่ม โอคฝรั่งเศส ผลิต 9,791 ลัง

  • สีแดงโกเมนเข้ม สดใส
  • หอมกลิ่นผลไม้สุก เช่น แบล็คเคอร์แรนท์ แบล็คเบอร์รี พลัม บลูเบอร์รี และแบล็คเชอร์รี มิเนอรัล ดอกไวโอเลต มะกอกดำ กาแฟคั่ว แบล็คช็อกโกแลต ใบยาสูบ สไปซีโอ๊ค สไปซีเฮิร์บ กรีนเปปเปอร์ จันทน์เทศ กานพลู ยี่หร่า หนังสัตว์ เห็ดกรุ่นๆ วานิลลา
  • แอสิดสดชื่น แทนนินหนักแน่นและเริ่มนุ่ม จบด้วยผลไม้ มิเนอรัล สไปซีเฮิร์บ วานิลลา
  • เริ่มดื่มได้ในปีนี้เป็นต้นไป เป็นโรเบิร์ต มอนดาวี รุ่นที่ควรชิมที่สุด
  • 19.5/20 คะแนน

“ความมุ่งมั่นใฝ่ดี และความอยากจะเป็นหนึ่ง ในทุกๆ ด้านๆ” เป็นแรงผลักดันที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย