โหดดิบแค้นฝังหุ่น 'พระไม้' แรงเรทเนื้อหา 18+ คำสาปกราบแล้วตาย เลือดสาดตัณหา หักมุมซ้ำซ้อน ท้าทายความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่มากับความวิบัติฉิบหาย
ภาพยนตร์ "พระไม้" สนุกไหม ต้องการสื่ออะไร เป็นคำถามที่ชวนหาคำตอบ สื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้ชมรอบเพรสแล้ว คงมีมุมมองที่หลากหลาย
- บางคนชอบหนังคอมเมดี้ ผีบวกตลก
- บางคนชอบหนังฟีลกู๊ด รักซึ้งกินใจรู้สึกดี
อาจเกิดความรู้สึกเควสชั่น (Question) ตั้งคำถามว่าหนังพระไม้มันสนุกตรงไหน เหตุที่พระไม้เล่นกับความรู้สึกของคนเกี่ยวกับ
- ความเชื่อ
- ศาสนา
- ความชั่ว ด้านมืดในจิตใจคน
ไม่ว่าจะเป็น
- รัก
- โลภ
- โกรธ
- หลง
- ตัณหา
- ราคะ - ฉากการตายสารพัดพิสดาร
สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของหนังพระไม้ ออกไล่ล่าล้างแค้นด้วยไสยศาสตร์
ถ้าบอกหนังพระไม้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มภาพยนตร์สยองขวัญ (Horror) จะง่ายขึ้นสำหรับกลุ่มคนที่ชอบหนังผีสยดสยอง ซึ่งไทยก็มีกลุ่มคนดูไม่น้อย ดูอย่างหนังธี่หยดได้สร้างปรากฎการณ์มาแล้ว
สำหรับหนังพระไม้ จากเค้าโครงเรื่องจริงของงานวิจัยอันลึกลับ สู่บทสรุปของวัตถุอาถรรพ์สุดอัปมงคล เริ่มเรื่องจากตำรวจหนุ่ม เอก รับบทโดย ภณ ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ที่ต้องช่วยเหลือ นักโบราณคดีสาว คำแพง รับบทโดย มุกดา นรินทร์รักษ์ ให้ช่วยสืบสวนเรื่องราวลึกลับที่เกิดขึ้น
เมื่อหลากโศกนาฏกรรมถูกโยงไปเกี่ยวข้องกับ “พระไม้” วัตถุโบราณลี้ลับที่ถูกแกะสลักขึ้นมาพร้อมคำสาปแช่ง และถูกส่งต่อราวกับเชื้อร้ายที่นำพาความตายมาพรากชีวิตผู้ถือครองไปทีละคนอย่างสยดสยอง
เมื่อทั้งคู่ยิ่งสืบ กลับยิ่งค้นพบความจริงเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด เรื่องของคนในครอบครัว อนันต์ รับบทโดย บี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ นำไปสู่เรื่องราวสุดสยองของพระไม้โบราณ ของอาถรรพ์จากบรรพกาลที่ไม่ควรมีใครต้องยุ่งเกี่ยว ลุงหมอผี รับบทโดย ยะสะกะ ไชยสร จากหมู่บ้านในหุบเขาอีสาน
พระไม้ วิจัยความเชื่อสู่หนังผีโหดฆ่าเลือดสาด
ที่มาของหนังพระไม้มาจากนักวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) นิยม วงศ์พงษ์คำ ถอดหมวกจาก รองศาสตราจารย์ ดร. ผลักดันโปรเจกต์จากวิจัยศิลปท้องถิ่นสู่หนัง รับหน้าที่ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ เล่นกับความเชื่อ ความสยดสยอง และไสยศาสตร์
อ.นิยม เล่าในฐานะนักวิจัย ข้อมูลสนาม (Field Data) คือหัวใจหลัก ซึ่งข้อมูลในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกัน แม้นักวิจัยอาจไม่ได้มีความเชื่อตามชาวบ้าน แต่เมื่อข้อมูลสนามระบุมาเช่นนั้น ก็ต้องอธิบายและนำเสนอตามนั้น
เมื่อนำมาทำเป็นหนัง ข้อมูลเหล่านี้จะถูก "แปลง" เพื่อความเป็นภาพยนตร์ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด
"..หนังเรื่องนี้ต้องการ ปกป้องพุทธศาสนาที่เป็น พุทธแท้ โดยอ้างอิงแนวคิดของท่านพุทธทาส พุทธแท้คือธรรมะ แก่นของพุทธศาสนาคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งในสมัยพุทธกาล ไม่มีพระพุทธรูป พระพุทธรูปเพิ่งถูกสร้างขึ้นหลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว 300 ปี.."
ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ สะท้อนมุมมองว่าพระพุทธรูปคือภาพแทน หากไหว้เพื่อระลึกถึงคำสอนและปฏิบัติตามธรรม หนังเรื่องนี้ก็สรรเสริญ
"..แต่หากไหว้ด้วยความงมงาย ยัดเยียดไสยศาสตร์ หรือการบนบานศาลกล่าว หนังกำลังตั้งคำถามว่า 'อะไรอยู่ในพระพุทธรูปกันแน่'...."
ประเด็น คำสาปคือกุศโลบาย: ในอดีตชาวบ้านบางกลุ่มสร้างพระพุทธรูปขึ้นจากความเชื่อเดิมที่นับถือผี และบางครั้งมีการใส่คำสาปแช่งไว้ในองค์พระเพื่อป้องกันคนขโมย ซึ่งเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง หนังจึงเตือนให้ระวังว่าสิ่งที่เรากราบไหว้อาจเป็นคำสาปโดยที่เราไม่รู้ตัว
พระไม้ จัดเรท 18+ ออกแบบฉากการตายสยดสยอง
ความรุนแรงในหนังระดับเรท 18+ มีฉากพระพุทธรูปเป็นองค์ประกอบการฆ่าตายพิสดาร
อาจารย์นิยมกล่าวว่า
- ทีมงานใช้กระบวนการทางวิชาการในการทำงาน โดยได้รับงบประมาณวิจัยจากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ เพื่อวิจัยและออกแบบฉากการตาย (Scene Design)
- โดยเฉพาะ การดีไซน์ความสยดสยอง มีการวิเคราะห์หนังเรื่องอื่น ๆ
- เพื่อหลบหลีกแนวทางเดิมและสร้างความแปลกใหม่
การที่หนังถูกเซ็นเซอร์ในบางส่วน อาจสะท้อนว่าทีมงานทำฉากเหล่านั้นออกมาได้ถึงอารมณ์ที่ตั้งใจไว้
หนังเรื่องนี้นำ AI มาใช้ในการปรุงแต่งฉากการตาย ให้มีความสมจริงและน่ากลัวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ส่วนเป้าหมายของภาพยนตร์ คาดหวังอะไรจากคนดูหนังเรื่องนี้ ผกก.นิยม ย้ำว่าแม้หนังจะมีเส้นเรื่องที่พูดถึงธรรมะ แต่สำหรับคนดูทั่วไป ทีมงานต้องการให้ได้รับ ความสนุกและความตื่นเต้น จากเทคนิค CG และความสยดสยอง
ขณะเดียวกันก็เป็นการส่ง "สัญญาณเตือน" ให้ชาวพุทธกลับมาทบทวนสิ่งที่ตนนับถือว่าคือธรรมะจริง ๆ หรือเป็นเพียงวัตถุที่แฝงไปด้วยไสยศาสตร์
ฉากสยดสยอง พระไม้ สะเทือนใจชาวพุทธ เล่าให้สะใจ?
ผ่านบทบาทผู้กำกับหนังสั้นมือรางวัลและสอนด้านภาพยนตร์ "อ.อุ๋ย" ปรีชา สาคร วางหมวกผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จากนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) เป็นผู้กำกับร่วมกับหนังเรื่องนี้ อธิบายทำไมในหนังถึงมีฉากสยดสยองเยอะมาก ทั้งที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพระพุทธรูป
ซึ่งฉากสยดสยองเหล่านั้นถูกใช้เป็น "สัญญะ" (Symbol) เพื่อสะท้อนถึงความรุนแรงหรือความมืดบอดที่เกิดขึ้นในจิตใจของคน
ต้องการสื่อว่าหากใจไม่สะอาด หรือมีความเชื่อที่บิดเบือนไปจากหลักคำสอนที่แท้จริง สิ่งเลวร้ายเหล่านั้นก็จะปรากฏออกมาให้เห็นผ่านภาพความสยองในหนัง
ประเด็นเรื่อง "พระไม้" ในเรื่องนี้ต้องการจะบอกอะไรคนดู สื่อสารว่า "อย่าเอาพระพุทธรูปมาบดบังพระพุทธเจ้า" หมายความว่าอย่าไปยึดติดกับรูปเคารพหรืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จนลืมคำสอนที่แท้จริง
แก่นสำคัญคือหลัก "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" และการใช้ชีวิตตามทางสายกลาง หากใครเชื่อแบบผิด ๆ หรือใช้ความเชื่อเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะน่ากลัวเหมือนในหนัง
ทำไมโครงเรื่องถึงดูซับซ้อน มีการเล่าสลับไปสลับมา ตั้งใจวางเส้นเรื่องไว้ 2-3 เส้น เช่น เรื่องของคู่พระนาง, เรื่องของพ่อพระเอก และเรื่องพระไม้ และใช้การเล่าแบบสลับไทม์ไลน์ เพราะไม่อยากให้หนังดูง่ายจนเกินไป
แต่ต้องการให้คนดูได้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ และตามหาความลับหรือ "คำใบ้" (Hint) ที่ซ่อนอยู่ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด
เรื่องราวในหนังเป็นเรื่องของ "ผี" ความเชื่อ หรือ "วิทยาศาสตร์" ซึ่งในเรื่องจะมีทั้งมุมที่ดูเหมือนเรื่องลี้ลับสยองขวัญ และมุมที่มีนักวิทยาศาสตร์หรือคนบงการเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งหมดนี้เพื่อต้องการเล่นกับวิธีคิดของคนดู ให้ย้อนกลับมามองว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นมันมาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือมาจาก "การกระทำของมนุษย์" ที่ทำต่อกันแน่
บทสรุปของผู้กำกับ คือการสะท้อนมุมมองความคิดของคน ถ้าเราคิดดี ทำดี สิ่งเลวร้ายก็จะไม่เกิดขึ้นกับชีวิต หนังเรื่องนี้จึงเป็นเหมือนกระจกเงาที่ใช้ความสยองขวัญมาสะท้อนด้านมืดและการกระทำในจิตใจมนุษย์
"หน้าหนัง" พระไม้ การฉายช่วงปิดเทอมใหญ่
ช่วงนี้เด็กปิดเทอมใหญ่ หนังไทยจ่อชนโรงหลายเรื่อง คิวของพระไม้เริ่ม 19 มี.ค. ย่อมหวังว่าผู้อำนวยการสร้าง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับหนังพันล้าน ทำหน้าหนังให้เป็นหนังแมสโดนใจวัยรุ่น และ สมฤกษ์ ร่วมบุญ จากปั้นฉาย สตูดิโอ ช่วยในการสร้างการรับรู้ของหนัง
ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีผู้กำกับเพียงบางรายที่ประสพความสำเร็จจากหนังผีสยดสยองโกยรายได้แบบโดนใจมหาชน แต่การสร้าง "พระไม้" ที่เอาความเชื่อพุทธ ผี ความโลภความชั่ว ซึ่งเหมือนพยายามฉีกแนวหาความแตกต่างเพื่อสร้างโอกาสของหนังไทยไม่จำเจในพล็อตหนังเดิม ๆ
ท้ายนี้ ผู้เขียนเอง ที่เล่ามาทั้งหมดกับคำถาม "พระไม้" สนุกไหม ต้องการสื่ออะไรนั้น ตอบโดยส่วนตัวคิดว่าสนุก แปลงสารจากวิจัยเป็นเรื่องราวไล่ล่าล้างแค้น นำเสนอให้สยดสยอง ลุ้นไปจนจบ แต่ถ้ามีงบโปรดักชั่นการถ่ายทำสูงน่าจะทำได้มากกว่านี้จะเยี่ยมเลย! ถึงยังไงอย่าเพิ่งเชื่อว่าหนังพระไม้ดีหรือไม่ดี ต้องพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองดีที่สุด





