ธุรกิจสุขภาพมาแรง ปี 69 เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาแสวงหา “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” ตัวใหม่ที่จะเข้ามาเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ข้อมูลล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ฉายภาพ
แนวโน้มธุรกิจปี 2569 ไว้อย่างน่าสนใจ โดยชี้ให้เห็น 4 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคสู่โลกดิจิทัล, การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว, การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และกระแสไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจัยเหล่านี้จะเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่สามารถปรับตัวและมองเห็นโอกาสแห่งอนาคต
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดกลุ่ม 3 ธุรกิจดาวรุ่งที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2569 ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจดิจิทัล ที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตยุคใหม่ซึ่งเทคโนโลยีได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่แยกไม่ออก, กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ ที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์และตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล และ กลุ่มธุรกิจสุขภาพ ซึ่งกำลังเป็นภาคธุรกิจที่ถูกมองว่ามีอนาคตไปได้ไกล ทั้งสามกลุ่มเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนและหลากหลายมากยิ่งขึ้น
“กลุ่มธุรกิจสุขภาพ” ถูกมองว่ามีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยมี ‘สังคมผู้สูงอายุ’ เป็นปัจจัยหนุนที่คาดว่ามีกำลังในการสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล ขณะเดียวกันนโยบายผลักดันประเทศไทยสู่ ‘ศูนย์กลางทางการแพทย์ของโลก’ (Medical Hub) และการเป็น ‘จุดหมายปลายทางสำหรับวัยเกษียณ’ (Retirement Destination) ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ที่เกื้อหนุนดึงดูดเม็ดเงินและผู้ใช้บริการคุณภาพสูงจากต่างประเทศ สร้างรายได้
อีกเช่นเดียวกัน
โดยปี 2567 กลุ่มธุรกิจสุขภาพสามารถสร้างรายได้รวมได้สูงถึง 1,103,906 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 6.9% ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงแต่แสดงถึงขนาดของอุตสาหกรรมที่ทะลุหลักล้านล้านบาทไปแล้ว แต่ยังสะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งทั้งจากในและต่างประเทศ ขณะที่ในปี 2568 มีการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลใหม่ถึง 1,648 ราย เพิ่มขึ้น 12.2% อัตราการเติบโตที่สูงกว่าเลขสองหลักนี้เป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้อย่างชัดเจน และบ่งชี้ถึงการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรม เมื่อรวมกับการคาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายรวมของผู้สูงอายุในปี 2572 ที่คาดว่าจะพุ่งสูงถึง 2.2 ล้านล้านบาท ขนาดของตลาดที่คาดการณ์ไว้นี้ จะกลายเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศได้ในอนาคต
เป็นไปได้ว่าธุรกิจสุขภาพอาจจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่หนึ่งในธุรกิจดาวรุ่ง แต่คือเสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคต การนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Caretech, ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) เข้ามาประยุกต์ใช้ จึงไม่ใช่เป็นเพียงการยกระดับบริการ แต่คือเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ ‘Medical Hub’ และ ‘Retirement Destination’ เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศจึงจำเป็นต้องสนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพอย่างจริงจังและเป็นระบบ สร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อผลักดันให้ “เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่”สร้างความมั่นคงและมั่งคั่งให้กับเศรษฐกิจประเทศไทยได้ระยะยาวอย่างยั่งยืนตลอดไป







