วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์มีโอกาสไปต่อหรือกำลังเดินมาถึงทางตัน? 

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์มีโอกาสไปต่อหรือกำลังเดินมาถึงทางตัน? 

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นขาขึ้นนับตั้งปี 2023 อ้างอิงดัชนี NIKKEI 225 ผลตอบแทนของตลาดหุ้นนับจากวันที่ 4 ม.ค.2023 - 10 ก.ย. 2025 ปรับตัวขึ้นราว +70.46% ใกล้เคียงกับผลตอบแทนจากการลงทุนในดัชนี S&P 500 ในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในปี 2023-2024 มีเหตุผลที่แตกต่างจากการขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ ที่ปรับขึ้นมาเพราะการเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่สูง..ในทางกลับกันสิ่งนี้อาจไม่ใช่จุดเด่น และเหตุผลหลักในการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นก่อนที่เราจะมองไปข้างหน้า และประเมินว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะไปต่อได้หรือไม่? นักลงทุนจำเป็นที่จะต้องย้อนกลับไปมองเหตุผล และปัจจัยสนับสนุนหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวบวกขึ้นได้ เบื้องต้นเราได้รวบรวมข้อมูลที่สำคัญเอาไว้ดังนี้ 

1. แผนการปฏิรูปของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (Tokyo Stock Exchange - TSE) หรือ TSE Reform ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2023 เพื่อแก้ไขปัญหา Price-to-Book (P/B) Ratio ที่ต่ำของบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายให้บริษัทจดทะเบียนปรับปรุงการบริหารจัดการเงินทุน เพิ่มการจ่ายปันผล และซื้อหุ้นคืน ปรับปรุงผลประกอบการให้มีกำไรมากขึ้น รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนมากขึ้น (ยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน)

2. ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากการอ่อนค่าของเงินเยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเฉลี่ยของอัตราแลกเปลี่ยนเยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 ปีก่อนหน้านั้น (2012-2022) อ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg อยู่ที่ระดับ 106.15 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นในช่วง 2 ปีถัดมาค่าเงินเยนเกิดการอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญโดย ณ สิ้นปี 2024 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ระดับ 156.20 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นมีลักษณะผ่อนคลายพิเศษ (Ultra-loose monetary policy) ซึ่งเป็นบวกต่อทั้งภาคธุรกิจ (กลุ่มที่มีรายได้จากต่างประเทศ) และเป็นบวกต่อตลาดหุ้นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ 

3. Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่องในปี 2023-2024 อ้างอิงข้อมูลจาก Reuters ในบทความ “Foreign flows into Japan stocks topped 6 trillion yen in 2023” as of January 2024 ได้กล่าวถึงสถิติของนักลงทุนต่างชาติที่มียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นญี่ปุ่นราว 6.3 ล้านล้านเยน หรือ 43.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนปี 2024 นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิราว 1.23 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 8.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (อิงอัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นปี 2024) 

จากปัจจัยบวกที่เคยมีในอดีตเมื่อมองมาบนสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าปัจจัยบวกหลายอย่างยังคงอยู่ เช่น อานิสงส์ของแผนปฏิรูปตลาดหุ้น และแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ (ม.ค.- ส.ค. 2025) ราว 9.33 ล้านล้านเยน (หรือประมาณ 63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) อย่างไรก็ตามนโยบายการเงินของญี่ปุ่นในปัจจุบันอาจไม่ผ่อนคลายเท่ากับช่วง 1-2 ปีก่อนหน้าเพราะอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อนับตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงเดือนก.ค.2025 (รายงานล่าสุด) ขยายตัวในระดับ 3-4% ทำให้การดำเนินนโยบายของธนาคารกลางมีแนวโน้มเข้มงวดมากขึ้นสวนทางกับธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่กำลังผ่อนคลายนโยบายการเงินในปี 2025-2026

คำแนะนำการลงทุน (Rating) ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นของ Pine Wealth Solution นับตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ระดับ Neutral และอาจมีบางช่วงเวลาที่เราปรับคำแนะนำเป็นการ Trading Buy ในระยะสั้นสำหรับการลงทุนที่เป็น Satellite Portfolio สำหรับความกังวล และความเสี่ยงตลอดในช่วงเวลาดังกล่าวมีด้วยกันหลักๆ 2 อย่าง 1. โอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นดอกเบี้ย 2. การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนไม่สูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ดังนั้นเราจึงหันไปแนะนำให้ลงทุนในหุ้นสหรัฐ ในฐานะ Core Portfolio ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนในหุ้นสหรัฐ ก็ถือว่าดี และทดแทนกันได้

อะไรทำให้เราเปลี่ยนใจ และมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นมากขึ้นในปัจจุบัน ? จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อหุ้นญี่ปุ่นคือ การทยอยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเราให้น้ำหนักสำหรับประเด็นนี้มากที่สุด เบื้องต้นอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg Consensus ณ วันที่ 11 ก.ย.2025 การเติบโตของกำไร EPS Growth ของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมในดัชนี NIKKEI 225: 12 Month Forward EPS Growth และ 24 Month Forward EPS Growth อยู่ที่ 4.1%YoY และ 12.9%YoY ตามลำดับ การเติบโตดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตที่มีการเติบโตของกำไรในระดับ Single Digit นอกจากนั้นหากพิจารณาถึงการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร (EPS Revision) ในช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี อยู่ที่ +2.3% +6.3% และ +15.4% ตามลำดับ สะท้อนมุมมองต่อการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่นที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองญี่ปุ่นอาจเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นญี่ปุ่น หลังนายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ ประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค LDP โดยให้เหตุผลเรื่องความรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง และความต้องการที่จะหลีกเลี่ยงความแตกแยกภายในพรรค ปัจจุบันพรรค LDP ได้เสียงข้างน้อยในทั้ง 2 สภา และอยู่ในจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ อย่างไรก็ตามนักลงทุนให้ความสนใจ 2 ผู้สมัครที่กำลังถูกจับตามอง (Expected Candidate) ซึ่งมีโอกาสจะได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคคนถัดไป ได้แก่ นางซะนาเอะ ทะคะอิชิ กำลังสำคัญของพรรค LPD ซึ่งเป็นคนที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนโยบายการค้า และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Minister of State for Economic Security) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายใน และการสื่อสารของประเทศญี่ปุ่น (Minister for Internal Affairs and Communications) และอื่นๆ ถัดมาคือ นายชินจิโร โคอิซุมิ ซึ่งเคย/ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ประธานคณะกรรมการถาวรด้านความมั่นคงแห่งชาติ (Standing Committee on National Security) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง (Minister of Agriculture, Forestry and Fisheries) เป็นต้น เบื้องต้นนักลงทุนคาดว่านางซะนาเอะ ทะคะอิชิ มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง (จะมีการเลือกตั้งช่วงต้นเดือนต.ค.2025) สำหรับจุดยืน และการให้ความเห็นด้านนโยบายที่สำคัญที่เคยปรากฏในสื่อของนางซะนาเอะ ทะคะอิชิ ได้แก่ การสนับสนุนการคลังแบบผ่อนคลาย/ขยายการใช้จ่าย (Fiscally Accommodative) เพื่อรับมือค่าครองชีพ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการคัดค้านการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น เป็นต้น

จากเหตุผลที่เราได้กล่าวไปข้างต้นเราจึงมองว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นในวันนี้มีความน่าสนใจมากขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานของการเติบโตกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้น อานิสงส์เชิงบวกจากการปฏิรูปตลาดหุ้น ผลการเจรจาการค้าระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐ ความไม่เร่งรีบในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง และความเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองในประเทศที่มีโอกาสได้ผู้นำที่เน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น สำหรับเป้าหมายของดัชนี NIKKEI 225 ในมุมมองของนักวิเคราะห์อิง Bloomberg Consensus ณ วันที่ 11 ก.ย.2025 (12 Month Target) อยู่ที่ 46,809 จุด มี Upside ราว +6.8% ด้าน Valuation มีระดับ 12 Month Forward P/E ที่ 21.5X เทียบกับระดับ +0.79 S.D. ในด้าน Upside ของตลาดหุ้นอาจจะไม่สูงมากนัก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าตลอดช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาแล้วราว +11%YTD (ณ วันที่ 11 ก.ย.2025) อย่างไรก็ตามจากแนวโน้มการทยอยปรับเพิ่มประมาณการของนักวิเคราะห์ (EPS Revision) ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นโดยมองว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ และนักวิเคราะห์ก็มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มเป้าหมายของดัชนีในอนาคตอีกด้วย

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์