หุ้นชิปโอกาสหรือความเสี่ยง

ธนาคารกลาง FED เริ่มปรับลดดอกเบี้ยได้ครึ่งหลังปี 2567 หรือ Bond yield ปรับตัวลดลงจะเป็นประโยชน์ต่อหุ้นเทคโนโลยี อย่างกลุ่ม Semiconductor ที่ค่อนข้างจะ sensitive ต่อภาวะดอกเบี้ยค่อนข้างมากเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ valuation ที่ค่อนข้างสูง และ growth ที่สูง ดังนั้นจึงว่าเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนสำหรับหุ้นในกลุ่ม Semiconductor ในระยะยาว

ภาพรวมอุตสาหกรรม Semiconductor โลกในปี 2024 ยังเติบโตได้ต่อ โดยคาดว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมจะอยู่ที่ประมาณ 10% ซึ่งการเติบโตหลักจะเป็นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นหลัก ในขณะที่ Non-NI ยังได้รับผลกระทบจากการ Destocking ในการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนประจำไตรมาสที่ 1/2567 และการให้ guidance ของบริษัทจดทะเบียนจะเห็นได้ว่า บริษัทต่างๆให้ความสำคัญกับ AI เป็นอย่างมาก พร้อมทุ่มงบประมาณเงินลงทุนในส่วนนี้อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยี อันเป็นการสะท้อนได้ว่าความต้องการในกลุ่ม Semiconductor นี้จะยังอยู่ในระดับสูง 

ในส่วนของ AI ที่คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างมาก จากความต้องการชิป (Chip) เพื่อลงทุนใน Infrastructure จะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Data center ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงถึง 50% CAGR ในช่วงปี 2566-2571 โดยปัจจัยสนับสนุนหลักๆ มาจากการพัฒนาชิปใหม่ๆ ที่มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ มีประสิทธิภาพในการประมวลผลที่ดีขึ้น การใช้ Advanced Packaging เป็นต้น 

จะเห็นได้จากการที่บริษัทอย่าง NVDIA ได้เปิดตัวชิปรุ่นใหม่ที่เป็นชิปประมวลผลกราฟิก AI ปรุ่นนี้มีการประมวลผลเร็วขึ้นถึง 30 เท่า เมื่อใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น การประมวลผลภาพ หรือการตอบคำถามแชตบอต หรือการที่ TSMC ล่าสุดสามารถผลิตชิปได้เล็กถึงขนาด 3 นาโนเมตรแล้ว และจากแผนงานในปลายปี 2568 จะเริ่มการผลิตของ 2 นาโนเมตร เป็นต้น เมื่อบริษัทผู้ผลิตต้นน้ำเริ่มขยับ ในส่วนของบริษัท ended user หรือ กลุ่มลูกค้าก็เริ่มขยับปรับเปลี่ยนในเรื่องของการลงทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามไปด้วย อาทิ เช่น Apple ก็จะเริ่มมีการใช้ชิปใหม่นี้สำหรับ IPhone18 เป็นต้น เราจึงเชื่อว่าแนวโน้มเรื่องของ AI ที่เป็น Megatrend นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่าง Semiconductor 

แต่ในส่วนของ Non-AI การเติบโตในภาพรวมทำได้ไม่ค่อยดีมากนัก โดยในกลุ่ม Personal computer (PC) ยังฟื้นตัวได้ช้า เป็นผลจากการ Destocking ปัจจุบันอยู่ใน Destocking phase มาแล้ว 5-6 ไตรมาส ซึ่งคาดว่าน่าจะใกล้จบ cycle และเริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 สำหรับกลุ่ม Smartphone ก็เริ่มเห็นการฟื้นตัวบ้าง 

โดยสรุปภาพรวมทาง บลจ.ดาโอ มองว่าภาพรวมอุตสาหกรรม Semiconductor ยังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น คาดการเติบโตจะยังอยู่ในระดับสูง โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกระแส AI เป็นหลัก ที่ทำให้อุปสงค์เติบโตเป็นอย่างมากทั้งทางด้านปริมาณขาย (volume) และ ความสามารถในการทำกำไร (Margin) ซึ่งการเติบโตตรงนี้เรามองว่าจะโดดเด่นมาก แม้ในส่วนของ Non-AI จะยังคงต้องรอการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีอีกทีนึง นอกเหนือจากภาพอุตสาหกรรมที่ดีแล้ว ยังมองว่าหากธนาคารกลางอย่าง FED เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 นี้ หรือ อัตราพันธบัตร (Bond yield) ปรับตัวลดลงจะเป็นประโยชน์ต่อหุ้นเทคโนโลยี อย่างกลุ่ม Semiconductor ที่ค่อนข้างจะ sensitive ต่อภาวะดอกเบี้ยค่อนข้างมากเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ valuation ที่ค่อนข้างสูง และ growth ที่สูง ดังนั้นจึงว่าเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุนสำหรับหุ้นในกลุ่ม Semiconductor ในระยะยาว