นักลงทุนต้องรอการเมืองก่อนลงทุนไหม

ช่วงที่การเมืองไม่แน่นอนสูง หันไปทางไหน ก็มักพบกับความเห็นว่าการลงทุนต้องรอการเมือง ต้องมีรัฐบาลก่อน จนนักลงทุนหลายท่านตั้งคำถามว่าถ้าไม่มีภาครัฐตลาดหุ้นไทยจะไม่สามารถไปไหนได้เลยหรือ

ผมจึงนำข้อมูลในอดีตของหุ้นใน SET Index มาวิเคราะห์เพื่อให้นักลงทุนได้รู้ทันไปพร้อมกันว่าภาครัฐสำคัญแค่ไหนสำหรับนักลงทุน

เมื่อย้อนไปในอดีต ภาครัฐมักมีบทบาทมากที่สุดในช่วงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

ผมรวบรวมข้อมูลย้อนไปราว 30 ปี จะเห็นพัฒนาการเป็น 3 ทศวรรษหลัก ช่วงตั้งต้น หุ้นไทยเป็นส่วนผสมของภาคการเงิน วัสดุก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงจังหลังผ่านพ้นวิกฤตดอทคอมและวิกฤตต้มยำกุ้ง

ในตอนนั้น ทั่วโลกเห็นไปในทางเดียวกันว่าธุรกิจพลังงานเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน รัฐบาลไทยจึงจำเป็นต้องเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนในธุรกิจพลังงาน จนมีมติเห็นชอบให้แปลงสภาพการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นบริษัทมหาชนกลายเป็น PTT

จากปี 2001-2005 PTT เป็นหุ้นที่สร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนถึง 6เท่าตัว เป็นหนึ่งสุดยอดการลงทุนแห่งทศวรรษที่เกิดขึ้นได้เพราะการเมือง

หลังจากนั้นในทศวรรษ 2000 SET Index ยังคงพึ่งพาภาครัฐสูง แต่ธีมเศรษฐกิจเริ่มมีบทบาทกับผลตอบแทนมากขึ้น

ยุคสมัยที่สองของตลาดหุ้นไทยยังเน้นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ดีลสำคัญคือการแปรรูปการณ์ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยมาเป็น AOT ในปี 2002 เนื่องจากรัฐบาลไทยเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด

อย่างไรก็ดี AOT กลับไม่ใช่สุดยอดการลงทุนในสมัยนั้น เพราะระหว่างการเติบโตมีวิกฤต Great Financial Crisis ปี 2008 กดดันหุ้น AOT อย่างหนัก จนราคาลดลงกว่า 80% และซึมยาว

หุ้นแห่งยุคกลายเป็น CPALL หรือ 7-11 เหตุผลสำคัญคือการมีธีมเติบโตถึงสองธีม คือทั้งกำลังซื้อจากต่างชาติ และการ disrupt ภาคค้าปลีกในประเทศ ช่วงปี 2000-2010 สาขาของ 7-11 เพิ่มขึ้นกว่า 4000 สาขา ก่อให้เกิดอำนาจต่อรองจาก Economic of Scale กำไรของ CPALL จึงพุ่งทะยาน เช่นเดียวกับราคาหุ้นที่สร้างผลตอบแทนในนักลงทุนถึง 21เท่า ระหว่างปี 2005-2015

ยุคสมัยปัจจุบัน SET Index เติบโตแบบไม่ได้การสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจน

อาจไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่ภาครัฐไม่ได้มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ให้เห็นมาซักระยะ อย่างไรก็ดี หุ้นที่เติบโดตด้วยธีมแห่งอนาคตยังสามารถสอกแทรกเข้ามาได้เช่น DELTA และ GULF

กรณีของ DELTA อาจมีประเด็นเรื่องสภาพคล่องเป็นหนึ่งในเหตุผล แต่ GULF เป็นหุ้นแห่งทศวรรษที่สร้างผลตอบแทนได้กว่า 5เท่า ตั้งแต่เข้าตลาดในปี 2017 จนถึงปัจจุบัน

ความโดดเด่นของ GULF ไม่ได้มาจากแค่การประกอบธุรกิจหลากหลาย ไล่ตั้งแต่ไฟฟ้าไปจนถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทางเลือกที่กำลังเป็นธีมลงทุนสำคัญของโลก แต่ GULF ขยายธุรกิจไปสู่ธีมดิจิตอลไปอีก ด้วยการเข้าร่วมกิจการกับ INTUCH และ Binance ด้วยสองธีมแห่งอนาคตนี้เอง ที่ทำให้ GULF กลายเป็นหุ้นเติบโตที่ไม่ต้องเกิดจากภาครัฐแต่ก็ยิ่งใหญ่ได้

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากสามยุคสมัย จะเห็นได้ชัดว่าตลาดหุ้นไทยมีทั้งช่วงที่ต้องใช้การเมืองผลักดัน และช่วงที่ไม่มีการเมืองหนุน กลยุทธ์การลงทุนสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบมีหรือไม่มีภาครัฐ

กรณีมีภาครัฐสนับสนุน ให้จับตาไปที่รัฐวิสาหกิจที่ทำกำไรดีและมีโอกาสแปรรูป

เช่นเดียวกับ PTT หรือ AOT ถ้ามีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจอีก นักลงทุนสามารถเลือกที่จะลงทุนได้ในรูรกิจที่ประกอบกับธีมเติบโตใหญ่ของโลกและกำลังมีอนาคต จะไว้ว่าเมื่อเป้นอดีตรัฐวิสาหกิจสิ่งที่มักได้รับติดมาก็คือส่วนแบ่งการตลาดที่สูงและ Barrier ที่แข็งแกร่งตามรูปแบบของภาครัฐ

แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร แค่นักลงทุนเน้นไปที่ธีมลงทุนที่มีอนาคต แค่ต้องจำไว้ว่าต้องมีมากกว่าหนึ่งธีมเติบโต มีโอกาสทำได้จริง และขนาดไม่เป็นอุปสรรค

จำง่ายๆ ผมใช้ตัวยื่อ MMMM

MM สองตัวแรกคือ 2 Megatrends เพราะทุกยุคทุกสมัยหุ้นแห่งทศวรรษจะต้องเกาะกระแสธีมหลักของโลกได้ และการมีธีมเติบโตที่เป็นองค์ประกอบมากกว่าหนึ่ง จะลดความเสี่ยงในการปรับฐานจากความเสี่ยงเฉพาะธีม

M ต่อมาคือ Market Share เป็นขีดความสามารถที่จะเข้ามาทดแทนกำลังส่งของภาครัฐ ความสามารถในการขยายสาขาของ CPALL คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่เราต้องหากิจกรรมทางธุรกิจที่สามารถเติบโตด้วยการสร้าง market share ได้

M สุดท้ายคือ Make Your Own Way ผมเชื่อว่าการก้าวขึ้นมาเป็นหุ้นแห่งยุคสมัยใหม่ได้ จะต้องเป็น Rookie หรือหุ้นน้องใหม่มากกว่าหุ้นเดิมเติมธีมเติบโต

เพราะหากเราสังเกตจะพบว่าหุ้น 10 ตัวแรกของ SET Index มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมไม่มาก แต่หุ้นที่สร้างการเปลี่ยนแปลงและสอดแทรกขึ้นมาได้ มักให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นใหญ่ที่แค่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับ

ด้วยปัจจัยเรื่องการเมืองในปัจจุบันที่ไม่ชัดเจน หลายท่านอาจมองว่าตลาดจะไม่ไปไหนถ้าการเมืองไม่เดินหน้า

แต่อดีตบอกเราไปพร้อมกันว่าไม่ใช่ทุกทศวรรษที่ตลาดจะต้องรอการเมือง หุ้นแห่งทศวรรษเกิดขึ้นเองได้เช่นกัน

 

นักลงทุนต้องรอการเมืองก่อนลงทุนไหม