วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

องคาพยพ ‘ทีมเศรษฐกิจ’ ในรัฐบาลใหม่ ภารกิจสร้างโอกาส – ลดความเสี่ยง ศก.ไทย

องคาพยพ ‘ทีมเศรษฐกิจ’ ในรัฐบาลใหม่  ภารกิจสร้างโอกาส – ลดความเสี่ยง ศก.ไทย

ภายหลังการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.เขตจำนวน 396 คนอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทำให้ความชัดเจนเรื่องรัฐบาลใหม่ และไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้นว่าหลังเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ประเทศไทยน่าจะมีรัฐบาล และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาทำงานบริหารประเทศ

การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีความต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้วพอสมควรคือพรรคแกนนำของรัฐบาลยังเป็นพรรคภูมิใจไทย และรัฐมนตรีหลายกระทรวง โดยเฉพาะในกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม

โดยอาจจะมีบางคนที่มีภารกิจเพิ่มขึ้น เช่น ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีเพิ่มอีกตำแหน่ง เพื่อกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศที่มีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ที่รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีเพิ่มเช่นกัน เพื่อให้ “การทูต” มาช่วยตอบโจทย์การค้า และเศรษฐกิจมากขึ้น

ส่วนเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะยังคงกำกับดูแลเรื่องของการลงทุน โดยเฉพาะงานที่ค้างอยู่กับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่มีโครงการค้างท่อรอการลงทุนจริงของเอกชนกว่า 4.7 แสนล้าน ซึ่งต้องมาเร่งรัดโดยใช้มาตรการ Thailand fast Pass ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามในการบริหารงานเศรษฐกิจของรัฐบาล “องคาพยพ” ทุกภาคส่วนต้องสอดประสานกัน การทำงานจึงไม่ใช่แค่ในส่วนของรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังมีกลุ่มข้าราชการระดับสูง ที่เป็นข้าราชการประจำซึ่งแต่ละคนทำหน้าที่ในส่วนสำคัญ และมีการทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานาน

คนกลุ่มนี้จะทำหน้าที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนงานเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการสร้างโอกาสในการเติบโตให้เศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยงให้กับเศรษฐกิจไทยด้วย

นอกจาก ครม.รายชื่อผู้บริหารหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ ประกอบไปด้วย “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) “นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) “อนันต์ แก้วกำเนิด” ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้คงต้องนับรวมชื่อของ “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีบทบาทชัดเจนในการเร่งช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่สั่งสมทั้งแก้ปัญหาเรื่องทุนเทาในระบบการเงิน การแก้ปัญหารายย่อยที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ รวมทั้งการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุดที่มีมติลดดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต และช่วยเพิ่มแรงส่งทางเศรษฐกิจไทยในช่วงฟื้นตัว

ทั้งหมดคือขุนพลคนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลใหม่ ซึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเป็น “ทีมไทยแลนด์” ที่หากทำงานสอดประสานกัน เศรษฐกิจไทยจะมีแรงส่งให้เติบโตไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างมีเสถียรภาพ และลดความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต