การศึกษา = ตัวถ่วงความสามารถทางการแข่งขันของไทย

การศึกษา = ตัวถ่วงความสามารถทางการแข่งขันของไทย

ในปี 2021 ที่ผ่านมา IMD Digital Competitveness ได้จัดอันดับของไทยอยู่ที่ 38 ขึ้นมาหนึ่งอันดับจาก 39 ในปี 2020 และเป็นการเปรียบเทียบจาก 64 ประเทศทั่วโลก

แต่เมื่อวิเคราะห์ลงไปดูในรายละเอียดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตัวชี้วัดที่ถ่วงอันดับของประเทศมากที่สุดเกือบทั้งหมดมาจากด้านการศึกษา ซึ่งรวมไปถึงงบประมาณของภาครัฐด้านการศึกษา สัดส่วนของประชากรที่จบปริญญาคะแนนสอบด้านคณิตศาสตร์ของเยาวชน การจ้างงานทางด้านเทคโนโลยี หรือ กระทั่งการเข้าถึง Tablet ของประชากร

สำหรับคะแนนสอบด้านคณิตศาสตร์ IMD อ้างอิงคะแนนสอบ PISA Mathematics ที่ประเมินทักษะด้านคณิตศาสตร์ของเยาวชนวัย 15 ปี ซึ่งคะแนนล่าสุดจากปี 2018 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 57 จาก 78 ประเทศทั่วโลก

ตัวชี้วัดและคะแนนเหล่านี้มีความสอดคล้องเกือบ 100% กับปัญหาอันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมดิจิทัลในยุคปัจจุบันซึ่งก็คือการขาดแคลนบุคลากรด้านดิจิทัลในทุกระดับชั้นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับ Advanced หรือผู้ที่มีทักษะในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จนถึงขั้นของการทำงานกับ AI หรือ Data Science ได้

ITU ซึ่งเป็นหน่วยงานของ UN ได้ประเมินไว้ว่าประเทศไทยมีบุคลากรด้านดิจิทัลระดับ Advanced เพียง 1% ของคนทำงานในขณะที่มาเลเซียมีถึง 11%

ซึ่งการที่จะได้มาซึ่งบุคลากรด้านดิจิทัลระดับ Advanced ประเทศจำเป็นที่จะต้องมีระบบการศึกษาที่แข็งแรง

ผลกระทบของการขาดแคลนทักษะด้านดิจิทัลระดับ Advanced ได้แก่

1.ธุรกิจไม่สามารถหาโปรแกรมเมอร์หรือผู้มีทักษะด้าน AI และ Data Science ได้จนต้องหาทางนำเข้าชาวต่างชาติที่มีทักษะขั้นสูง

2.ผู้ก่อตั้ง Startup แม้อาจมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจหรือการตลาดอย่างอื่นแต่ขาดความรู้ด้านเทคนิคในเชิงลึกที่จะสามารถสร้างสิ่งใหม่ในทางเทคโนโลยีได้

3.คนจำนวนมากที่เป็นผลิตผลจากระบบการศึกษาของไทยมีทักษะด้านดิจิทัลไม่เพียงพอจึงไม่เป็นที่ต้องการของตลาดและหางานทำได้ยาก

4.ผู้ที่มีทักษะด้านดิจิทัลระดับสูงมีความขาดแคลนและสามารถเรียกเงินเดือนได้สูงมาก

5.ธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศไม่สามารถก้าวเข้าสู่ยุคต่อไปที่เป็นยุคของเทคโนโลยีและดิจิทัลได้

6.ต่างประเทศลดการลงทุนในประเทศไทยและเลือกไปลงทุนในประเทศที่มีความพร้อมของบุคคลากรมากกว่า

7.นักลงทุนไทยย้ายไปลงทุนในต่างประเทศที่มีความพร้อมของบุคคลากรมากกว่า

แต่ข้อสังเกตุสำคัญคือ IMD ได้ประเมินไว้ด้วยว่าประเทศไทยมีงบประมาณของภาครัฐด้านการศึกษาที่ต่ำมากเป็นอันดับที่59จาก64ประเทศทั่วโลกนี่อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การศึกษาของไทยพัฒนาได้ยาก และต้องมาเป็นตัวถ่วงความสามารถทางการแข่งขันของไทย

และนอกจากนี้การเข้าถึง Tablet ของประชากรก็อยู่ในอันดับที่ 58 จาก 64 ประเทศทั่วโลกส่วนหนึ่งเราต้องคำนึงถึงการเข้าถึง Smart Device ของเยาวชนเพราะจะเป็นอุปสรรคด้านการศึกษาและสืบเนื่องเป็น Digital Divide ต่อไปในอนาคต

การศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศทั้งสำหรับปัจจุบันและอนาคตต่อไปความตกต่ำของการศึกษาไทยเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนเป็นวาระแห่งชาติเพื่อไทยจะสามารถอยู่ร่วมในเวทีกับสังคมโลกและประเทศเพื่อบ้านได้ต่อไปในอนาคต