วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต. ชี้ความรู้และความปลอดภัย เป็นปัจจัยในการขยายฐานผู้ลงทุนในกองทุนรวม

สำนักงาน ก.ล.ต. ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมการออมผ่านกองทุนรวม จึงได้จัดทำโครงการสำรวจเพื่อการขยายฐานผู้ลงทุนในกองทุนรวม โดยประเมินถึงทัศนคติ ปัญหาการเข้าถึงการลงทุน ในกองทุนรวม ข้อมูลที่สำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในกองทุนรวม รวมทั้งระดับความรู้ความเข้าใจทางการเงินและการลงทุนขั้นพื้นฐาน

โดยทำการสำรวจผ่านกลุ่มตัวอย่างประชากรไทยจากทุกภูมิภาค เพื่อนำผลการศึกษา มาใช้สนับสนุนการออกแบบและดำเนินนโยบายการขยายฐานผู้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีอายุ 25-40 ปี ที่มีรายได้ครัวเรือนเดือนละ 3 หมื่นบาทขึ้นไป ที่ไม่มีการลงทุนในกองทุนรวมในขณะที่ทำการสำรวจ จำนวนทั้งสิ้น 2,500 ตัวอย่าง โดยมีการกระจายสัดส่วนที่เท่ากันจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย[*]

ผลสำรวจด้านการลงทุนพบว่า ช่องทางการออมและการลงทุนที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ เงินฝากธนาคาร (25%) รองลงมาคือ ประกันชีวิต (18%) และ อสังหาริมทรัพย์ (13%) (รูปที่1) ในขณะที่การลงทุน ในหลักทรัพย์ยังมีไม่มากนัก

อย่างไรก็ดีพบว่ามีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงส่วนน้อยที่ไม่รู้จักกองทุนรวม โดยส่วนใหญ่มีแผน ที่จะลงทุนในกองทุนรวมใน 1 ปีข้างหน้า แสดงถึงโอกาสที่ประชากรกลุ่มนี้จะเข้ามาลงทุนในกองทุนรวม

ในขณะที่วัตถุประสงค์หลักของการลงทุน อันดับที่หนึ่ง คือ ต้องการเก็งกำไร อันดับที่สอง คือ ใช้จ่ายในอนาคตหรือเพื่อรองรับการเกษียณอายุ อันดับที่สาม คือ ไว้ใช้ยามฉุกเฉินหรือเจ็บป่วย ซึ่งลักษณะผลิตภัณฑ์กองทุนรวมที่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลายสามารถตอบวัตถุประสงค์การลงทุนของประชากรกลุ่มนี้ได้ เช่น กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น กองทุนที่ช่วยในการออมเพื่อการเกษียณ หรือกองทุนที่มีลักษณะพิเศษสำหรับให้บริการผู้ลงทุนวัยเกษียณ กองทุนที่ให้กระแสเงินสดได้สม่ำเสมอในยามเกษียณ เป็นต้น

จากการใช้ big data พบว่าอัตราการเข้าถึง (penetration rate) ของกองทุนรวมมีเพียงแค่ 4% แล้วสาเหตุใดที่ทำให้คนไทยเพียงส่วนน้อยเข้ามาลงทุนในกองทุนรวม[†] ในด้านปัญหาการเข้าถึงการลงทุนพบว่า เหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ประชากรไทยยังไม่ลงทุนหรือเลิกลงทุนในกองทุนรวม คือ ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน รองลงมาคือกลัวความเสี่ยง และ ค่าใช้จ่ายสูง รายได้ไม่พอ ตามลำดับ ดังนั้น การเร่งดำเนินการให้ความรู้ความเข้าใจผู้ลงทุนและเข้าใจความเสี่ยงแต่ละผลิตภัณฑ์การลงทุนจะช่วยส่งเสริม ให้ประชากรไทยเข้ามาลงทุนในกองทุนรวมมากขึ้น ส่วนปัญหาที่มีผลต่อการเข้ามาใช้บริการการลงทุน ในกองทุนรวม อันดับหนึ่ง คือ ความปลอดภัย เช่น กลัวเงินหาย รองลงมาคือ ไม่ทราบว่ามีช่องทางบริการออนไลน์ ดังนั้น การเสริมสร้างการรับรู้ของช่องทางบริการออนไลน์ และความปลอดภัยในการใช้บริการออนไลน์จะช่วยแก้ไขปัญหาของประชากรกลุ่มนี้และช่วยขยายฐานผู้ลงทุนในกองทุนรวมได้

ในด้านปัจจัยที่สำคัญต่อการลงทุนในกองทุนรวม ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ ผลตอบแทน รองลงมาคือ ความหลากหลายของกองทุนรวม และ คุณภาพคำแนะนำที่ได้รับ

ขณะที่ข้อมูลที่จำเป็นต่อการตัดสินใจเลือกกองทุนที่สำคัญที่สุดคือ ผลตอบแทนของกองทุนรวมที่ผ่านมา รองลงมา คือ นโยบายการลงทุนของกองทุน และ ระดับความเสี่ยงของกองทุน ดังนั้นข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลที่สำคัญ จึงต้องทำให้ผู้ลงทุนเข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายเพื่อเป็นตัวช่วยแก่ผู้ลงทุน

นอกจากนี้ยังพบว่าประชากรส่วนใหญ่ต้องการคำแนะนำในการเลือกกองทุนและการวางแผนหรือการจัดพอร์ตการลงทุนด้วย ดังนั้น บริการดังกล่าวจะเป็นบริการที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ช่วยลดปัญหาด้านความรู้เรื่องการลงทุนได้ ซึ่งบริการที่ตอบความต้องการเหล่านี้ก็จะได้ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมได้มากขึ้น มีการลงทุนที่เหมาะสม และช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น

ก.ล.ต. ชี้ความรู้และความปลอดภัย  เป็นปัจจัยในการขยายฐานผู้ลงทุนในกองทุนรวม

หมายเหตุ : ข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ซึ่งไม่จำเป็นต้