วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช้อปดีมีคืน 2565

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ปี 2564 ที่ผ่านไป อาจจะมีทั้งเรื่องที่ทำให้สุขใจและผิดหวัง แต่เราก็ผ่านมันมากันได้ เรื่องที่ผิดหวังก็ขอให้ทิ้งมันไป เก็บไว้แต่เรื่องที่ทำให้เรามีกำลังใจนะครับ และก็ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ 2565 กับคุณผู้อ่านทุกท่าน ผมขอให้ปี 2565 นี้เป็นปีแห่งความสุขของทุกๆ ท่าน ขอให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง ประสบพบเจอแต่สิ่งดีๆ สมหวังในสิ่งที่ต้องการทุกประการนะครับ 

ข่าวดีรับปี 2565 สำหรับ ผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2565 เรื่องหนึ่งก็คือ การที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการ ช้อปดีมีคืน ออกมากระตุ้น เศรษฐกิจ โดยผลจากโครงการนี้ จะช่วยให้ ผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีทางเลือกในการนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ไปเป็นค่าใช้ลดหย่อนสำหรับหักกับรายได้เพื่อใช้ในการยื่นภาษีในปี 2565 ทำให้เสียภาษีได้น้อยลงครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายท่านคงจะรู้สึกสนใจ อยากทราบรายละเอียดมากขึ้น วันนี้ผมมีผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการเงินของบริษัท Wealth Creation International Co., Ltd. 

คุณปิติพงษ์ รุ่งเรืองวุฒิกุล CFP® จะมาเล่าถึงโครงการนี้ให้ทุกท่านทราบกันครับ 

“มีสิทธิได้ภาษีคืนสูงสุด 10,500 บาท” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงินได้สุทธิของผู้มีเงินได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2565 โดย เงินค่าซื้อสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ จะสามารถนำไปยื่นเป็นค่าลดหย่อนสำหรับการยื่นภาษีประจำปี 2565 ในช่วงต้นปี 2566 หากท่านมีเงินได้สุทธิเกิน 5,000,001 บาทขึ้นไป ท่านจะเสียภาษีที่ฐาน 35% ซึ่งที่ยอดลดหย่อนสูงสุดของโครงการที่ 30,000 บาท ท่านจะได้ภาษีคืนอยู่ที่ 35%x30,000 = 10,500 บาท นั่นหมายความว่า ภาษีที่จะได้คืนขึ้นอยู่กับว่า ท่านมีรายได้สุทธิในปี 2565 อยู่ในฐานภาษีใดนั่นเอง 

และสำหรับบางท่าน “ถ้ามีรายได้เฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 25,833.33 บาท หรือเงินได้สุทธิทั้งปีไม่เกิน 150,000 บาท ก็จะไม่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้” เพราะ กลุ่มนี้จะอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการขอเอกสารใบกำกับภาษีครับ 

ทั้งนี้โครงการจะเริ่มตั้ง 1 มกราคม 2565 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2565 โดยยอดใช้จ่ายสำหรับนำมาหักลดหย่อนในโครงการ ช้อปดีมีคืนจะต้องเป็น “ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการสำหรับการซื้อสินค้าหรือการรับบริการในราชอาณาจักรให้กับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) ค่าซื้อหนังสือและค่าบริการหนังสือที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและค่าสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้ลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว” เท่านั้น 

โดยที่ ค่าใช้จ่ายสำหรับ “สุรา เบียร์ ไวน์-ยาสูบ-ค่าน้ำมัน-ค่ารถยนต์ มอเตอร์ไซด์-ค่านิตยสาร-ค่ามัคคุเทศก์-ค่าโรงแรมที่พัก-ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า-ค่าเบี้ยประกัน-ค่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต” จะไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีในโครงการช้อปดีมีคืนได้ครับ

ทั้งนี้ผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนนั้น “ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ แต่ให้ขอใบกำกับภาษี หรือใบเสร็จรับเงิน จากการซื้อสินค้า-บริการเท่านั้นครับ” โดยในใบกำกับภาษี จะต้องมีระบุ ข้อมูลผู้ขาย ข้อมูลของตัวท่านเอง รวมถึงวันที่ทำรายการ รายการสินค้า/บริการ และจำนวนเงิน ด้วยครับ 

และสุดท้ายสำหรับ “ผู้ที่ใช้สิทธิช้อปดีมีคืนยังสามารถใช้สิทธิมาตรการคนละครึ่งเฟส 4 ที่จะเริ่มในวันที่ 1 มี.ค.-30 เม.ย. 2565” ได้อีกด้วยครับ

โดยภาษีที่จะได้คืน จะได้หลังจากนำยอดค่าใช้จ่ายในโครงการช้อปดีมีคืนไป ยื่นในแบบแสดงยื่นเสียภาษีประจำปี 2565 ในช่วงต้นปี 2566 ดังนั้น ขอให้เก็บเอกสารรวบรวมไว้เป็นอย่างดี เพราะอีกร่วมปีกว่าจะได้ใช้เอกสารนี้อีกครั้งครับ 

ทั้งนี้ คำแนะนำจากนักวางแผนการเงิน เราขอให้นำเรื่องรายได้สุทธิประจำปีมาเป็นหลักในการพิจารณา เบื้องต้นเสียก่อนว่าท่านเสียภาษีมากน้อยแค่ไหน แล้วจึงพิจารณาว่าควรจะใช้สิทธิลดหย่อนภาษีช้อปดีมีคืนเต็มสิทธิที่ 30,000 บาทหรือไม่ เพราะภาษีที่ได้คืนอาจจะไม่ได้คุ้มกับยอดที่ใช้จ่ายไปเท่าไรนักก็ได้ และ ยอด 30,000 บาท ไม่จำเป็นต้องเป็นในบิลเดียวกันก็ได้ สามารถทยอยสะสมได้เรื่อยๆ เพียงแต่วันที่บนใบกำกับภาษีต้องอยู่ในช่วงที่รัฐกำหนดไว้ ก็คือ 1 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ ดังนั้น ทุกครั้งที่มีค่าใช้จ่ายจากร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (เช่นร้านอาหาร) ก็อย่าลืม ขอใบกำกับภาษีไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายช่วงใกล้จะสิ้นสุดโครงการครับผม 

และที่สำคัญคือ ต้องเก็บเอกสารใบเสร็จไว้ให้ดีนะครับ ควรถ่ายรูป หรือ scan เอกสารเก็บไว้ด้วยนะครับ เพราะใบเสร็จจากบางทีอาจเป็นกระดาษที่พอเวลาผ่านไปข้อมูลจะเลือนรางครับ ถือว่าเป็นการเตรียมตัวจัดการวางแผนภาษีที่ดีกันตั้งแต่ต้นปีนะครับ สวัสดีปีเสือครับท่านผู้อ่าน