วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แรงบันดาลใจจาก 'เอสโตเนีย' ความสำเร็จ SMEs ต้องเรียนรู้ (2)

เอสโตเนียเป็นประเทศทีมีอัตราการคอรัปชั่นน้อยที่สุดในกลุ่มประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต

เอสโตเนีย (Estonia) อดีตเคยถูกครอบครองโดยสหภาพโซเวียตและเยอรมนี ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นอิสระ ในปี ค.ศ.1991 หลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียต เอสโตเนียมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล ปกครองด้วยระบอบสาธารณรัฐประชาธิปไตยแบบรัฐสภามีประธานาธิบดีเป็นประมุข แบ่งเขตการปกครองออกเป็นเทศมณฑลจำนวน 15 เทศมณฑลมี 'ทาลลินน์' เป็นเมืองหลวง มีประชากรประมาณ 1.3 ล้านคน

Mart Laar เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ในปี ค.ศ.1992 เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุเพียง 32 ปี รัฐมนตรีทั้งคณะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 35 ปี เป็นรัฐบาลของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการขจัดระบบสังคมนิยมเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจสู่ระบบเสรี เปิดเขตเสรีทางการค้า จัดตั้งสกุลเงินครูน เป็นสกุลหลัก ขจัดระบบราชการแบบเดิมที่เป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศเป็นระบบที่เต็มไปด้วยเรื่องการทุจริต การติดต่อราชการต้องมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ รัฐวิสาหกิจทำงานอืดอาดชักช้า ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้

การแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น และการการทำงานที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจเป็นงานที่ยากกว่าการเข็นครกขึ้นภูเขา ได้รับการต่อต้านจากข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ Mart Laar มั่นใจว่าถ้าจะแก้ไขปัญหาได้จะต้องวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยเท่านั้น ทีมงานของรัฐบาลที่เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับอินเตอร์เน็ตและเท็คโนโลยี ลงทุนระบบโครงสร้างอินเตอร์เน็ตตั้งแต่แรก ในปี ค.ศ.1998 รัฐบาลให้โรงเรียนทุกแห่งมีคอมพิวเตอร์และเข้าถึงอินเตอร์เน็ต ส่งเสริมให้นักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาใช้งาน ในปี ค.ศ.2000 รัฐบาลประกาศให้อินเตอร์เน็ต เป็น 'สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน' ของประชาชน เทคโนโลยีทำให้ เอสโตเนียเป็นประเทศทีมีอัตราการคอรัปชั่นน้อยที่สุดในกลุ่มประเทศที่แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ดัชนีการพัฒนามนุษย์ที่วัดจากด้านสุขภาพ การศึกษาและเศรษฐกิจ อยู่ในอันดับ 30 ของโลก มีเสรีภาพบนโลกออนไลน์เป็นอันดับที่ 1 ของโลก 

โครงการที่สำคัญมุ่งลงทุนในการพัฒนาและขยายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในประเทศสำหรับภาคการศึกษา เพื่อให้ประเทศกลายเป็นสังคมดิจิตอล ที่ Toomas Hendrik lives อดีตประธานาธิบดีของเอสโตเนีย คือโครงการ 'Tiger Leap' ในปี ค.ศ. 1996 

อินเตอร์เนตเป็นส่วนหนึ่งของทุกห้องเรียนในเอสโตเนีย นักเรียนชั้นประถมทุกคนรู้วิธีการเขียนและออกแบบโปรแกรม เมื่อนักเรียนสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ตั้งแต่ยังเด็ก คนที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ก็สามารถเรียนผ่าน E-Learning ได้ในทุกที่ของประเทศ สามารถเข้าถึงการศึกษาได้เกือบ 100% ผลคะแนนสอบ PISA อยู่อันดับ 3 ของโลกในด้านวิทยาศาสตร์ อันดับ 9 ของโลกด้านคณิตศาสตร์ อันดับ 6 ในด้านการอ่าน นักเรียนจำนวน มากเติบโตในสายงานไอที เป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีชื่อเสียง ผลงานด้านเทคโนโลยีที่โด่งดังไปทั่วโลกคือโปรแกรม Skype ที่เปิดโลกใหม่ของการติดต่อสื่อสารผ่านวิดิโอคอลในต้นยุค ค.ศ. 2000 โครงการ 'Tiger Leap' ทำให้ต่อมาประชากรเกือบ 30% ของประเทศ ไม่น้อยกว่า 400,000 คน มีอาชีพในสายงานที่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยี

ในปี ค.ศ.1997 เอสโตเนียเริ่มโครงการ e-Gervernance เปิดให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ ประชาชนสามารถทำธุรกรรมตามเวลาที่สะดวกได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการทุกอย่างเป็นระบบออนไลน์ เมื่อไม่ต้องไปสถานที่ราชการก็ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะตอนต่อไปผมจะนำเสนอรายละเอียดถึงสังคมดิจิตอลของเอสโตเนียว่าทำให้ชีวิตของประชาชนสะดวกสบายอย่างไรบ้าง.....