วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าเคลิ้มไปกับอารมณ์

“เหตุการณ์อย่างนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นกับฉันอย่างแน่นอน” ประโยคนี้เกิดขึ้นในใจหลายคนเมื่อได้ยินข่าวการต้มตุ๋นโดยใช้ความโลภ เสน่หา เป็นเครื่องมือ

แต่ความจริงก็คือเหยื่อจำนวนมากก็เคยเชื่อประโยคนี้มาก่อน   เรื่องเช่นว่าถ้าไม่เกิดกับตัวจะไม่มีวันรู้หรอกว่ามาถึงจุดนั้นได้อย่างไร   เมื่อถูกต้มตุ๋นแล้วก็มักจะอับอายจนไม่เล่าให้ใครฟัง  แล้วมันก็จะเกิดอีกอยู่ร่ำไป   เหมือนที่ได้เกิดมาตลอดระยะเวลา 150,000-200,000 ปีที่ผ่านมาเมื่อมนุษย์มีหน้าตารูปร่างเหมือนปัจจุบัน

              โลกเรามีมนุษย์อยู่ประเภทหนึ่งที่ขาดมโนธรรมและศีลธรรมโดยมีสาเหตุจากการผสมกลมกลืนของอิทธิพลจากธรรมชาติซึ่งได้แก่พันธุกรรม(nature)กับการอบรมบ่มเพาะ (nurture)  พวกเขามีลักษณะนิสัยชอบหลอกลวงต้มตุ๋นคนอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ของตนเอง

                ภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่มีคำที่เหมาะเจาะเรียกคนประเภทนี้  ภาษาอังกฤษจึงอาศัยคำจากภาษาเยอรมันมาใช้คือ “schadenfreude” (มาจาก schaden = อันตราย;    ความเสียหาย    ส่วน freude = ความสุข) หมายถึงมีความสุขบนความทุกข์หรือความสูญเสียของผู้อื่น    ซึ่งตรงข้ามกับ “มุทิตา” ในภาษาบาลีและสันกฤตซึ่งหมายถึงมีความยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุข (หลักปฏิบัติหนึ่งในพรหมวิหาร 4 คือ  เมตตา  กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

                รายการ “60 Minutes” ซึ่งเปิดโปงเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคม  เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาใน ค.ศ.1968 และเป็นที่นิยมมากจนมีแฟรงไชส์ในประเทศอื่น  (ประเทศไทยก็เคยมีแต่ไปไม่รอด)  “60 minutes”  ของออสเตรเลียดังมากในเรื่องการเปิดโปงชีวิตของอาชญากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก conman หรือ นักหลอกลวงต้มตุ๋น (con มาจาก confidence ซึ่งหมายถึงการสร้างความเชื่อมั่นก่อน และเอามาใช้หลอกลวงในเวลาต่อมา)

                ผู้เขียนมีเวลาดูรายการนี้อยู่หลายตอนอย่างต้องขอบคุณเจ้าโควิด   ในโลกตะวันตกเป้าหมายของ conman ส่วนหนึ่งคือหญิงหม้าย (ยิ่งเพิ่งเลิกกับสามียิ่งดี)   อยู่คนเดียว    ไม่มีลูก หรือลูก  อยู่ไกล    มีเงิน    อยู่ในวัย 50-70 ปี     เหงาต้องการเพื่อน     วิธีเข้าไปตีสนิทก็เนียนมากอย่างเป็นธรรมชาติ  เช่นรู้จักเพราะอยู่บ้านใกล้กัน (ตามหาหมาแมวมาที่บ้าน)   รู้จักกันออนไลน์ (เว็บหาคู่มีมากมายในปัจจุบัน)   จากนั้นก็อาสามาซ่อมบ้านหรือรถ ทำสวน ปลูกต้นไม้   ฯลฯ   และที่เหลือก็คือเรื่องราวที่พอเดาได้

              เขาจะดูดเงินจากเธอทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว วิธีก็คลาสสิกเหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศสารขัณฑ์ (ตั้งอยู่ระหว่างลาวกับไทย) อยู่เนือง ๆ คือชวนลงทุน    ตอนแรกก็ให้ผลตอบแทนที่สูงมากในระยะเวลาสั้น (ก็เอาเงินของเธอนั่นแหละมาจ่ายให้)   เมื่อจ่ายเงินลงทุนไปมากเข้าก็ไม่อยากถอนตัว เพราะหากถอนก็จะไม่ได้เงินที่ลงทุนไปแล้วคืนมา   ดังนั้นจึงถลำลึกไปทุกที  กว่าจะรู้ตัวก็เกือบหมดตัว

              การแสดงความร่ำรวยด้วยรถหรูและชีวิตหรูหราคือสิ่งแรกที่นักต้มตุ๋นใช้ในการสร้างความประทับใจเหยื่อว่าเขาไม่ได้มาเป็นภาระ แต่มาช่วยชดเชยความต้องการทางจิตวิทยา   มาเติมความรู้สึกโรมานซ์ให้เต็ม    มาเห็นคุณค่าของตนเอง (เมื่อเริ่มมีอายุ ร่างกายก็เสื่อมโทรมจนขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง)  เหยื่อต้องการได้ยินสิ่งที่ตนเองอยากได้ยิน (“ยังพริ้งอยู่ไม่ดูแก่เลย”   “สวยอย่างมีคุณค่า”    “สง่างดงามสมฐานะ”)   ปรารถนาคบหาเชิงเสน่หากับหนุ่มหน้าตา    ท่าทางดีเป็นมิตรและสุภาพอีกทั้งไม่ขัดใจ (ถ้าไม่มีความหล่อ และไม่มีเสน่ห์อย่าเข้ามาในธุรกิจนี้)  ต้องการกำจัดความเหงาโดยสนุก   เพลิดเพลินกับ“เพื่อนใหม่”

                        อีกส่วนหนึ่งของ conman ซึ่งเป็นที่นิยมก็คือต้มตุ๋นคนจำนวนมากด้วย Ponzi Scheme (แบบเดียวกับ “แชร์แม่ชม้อย”)  อันเก่าแก่และใช้กันมายาวนาน โดยชวนคนจำนวนมากมาลงทุนและให้ผลตอบแทนที่สูงมาก    ผู้คนหลงเชื่อก็มาลงทุนมากขึ้นทุกที   และในที่สุดก็หายตัวไปกับเงินของทุกคน ผลตอบแทนสูงที่ให้มิได้มาจากการลงทุนใด ๆ (เพราะไม่มีการลงทุนใดที่ให้ผลตอบแทนสูงขนาดนั้นได้)  หากเอามาจากเงินลงทุนของคนอื่น และต่อกันเป็นหางเรื่อยไป

                  ประเภทแรกข้างต้นเป็นการต้มตุ๋นที่มิได้มาจากความโลภ     หากมาจากการ “ถูกอ่าน”  ทางจิตวิทยาโดย conman   เมื่อรู้ว่ามีจุดอ่อนตรงที่ใดก็จะถูกใช้หาประโยชน์อย่างเต็มที่ เช่น โหยหาความรัก โหยหาการยอมรับ เป็นคนใจอ่อนที่มีจิตใจดี เป็นคนขี้สงสาร   ฯลฯ  ส่วนประเภทหลังเป็นเรื่องของความโลภโดยแท้ ถ้าไม่มีความโลภอยากได้ผลตอบแทนสูง ๆ ก็ไม่ถูกหลอกอย่างแน่นอน

                 กรณีที่ดังไปทั่วโลกก็คือคนไนจีเรียนับพัน ๆ คนที่ต้มตุ๋นคนทั่วโลกกันเป็นอาชีพจริงจัง แต่ละวันจะส่งอีเมล์ออกไปนับหมื่น ๆฉบับ โดยมีเนื้อเรื่องคล้ายกันคือ    มีเงินอยู่มากแต่ไม่รู้จะเอาออกนอกประเทศได้อย่างไร เห็นก็แต่คุณเท่านั้นที่จะช่วยได้     ขอให้ส่งชื่อมาเท่านั้นแหละก็จะโอนเงินไปให้เป็นสิบเป็นร้อยล้าน ๆ เหรียญทันที  คนโลภเมื่อเห็นเข้าก็ตาโตส่งชื่อไปและมีคำตอบกลับมาว่ามีค่าธรรมเนียมในระดับหมื่นเพื่ออ่อยเหยื่อ  หากเชื่อและส่งเงินไปก็จะมีจดหมายกลับมาอีก   ขอให้ส่งเงินไปอีกเป็นค่าโน่นค่านี่    คนส่งก็เสียดายเงินที่ส่งไปแล้วแต่คิดว่าเทียบแล้วมันน้อยกว่าที่จะได้กลับมาเป็นหลายหมื่นเท่าจึงส่งต่อไปอีกเรื่อย ๆ  และวันหนึ่งก็หายจ้อย

                        อีกวิธีหนึ่งก็คือ conman แบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หาคู่  เขาจะส่งรูปหน้าตาดีที่มิใช่ตัวเอง และติดต่อคุยกันนานเป็นเดือนจนเชื่อใจ     และจากนั้นก็ชวนลงทุนทีละเล็กละน้อย     ต่อไปก็อาจมีโรมานซ์สัมพันธ์ด้วย (โกหกแก้ตัวว่าทำไมหน้าตัวเองจึงไม่ตรงปก และก็มักเชื่อใจจนถูกหลอกต่อไป)

                        conwoman ไม่ใช่จะไม่มี   มีมากเช่นเดียวกัน   แต่ในโลกตะวันตกนั้นดูจะมี conman จำนวนมากกว่าในเอเชีย   วิธีการต้มตุ๋นก็คล้ายคลึงกัน  เพียงแต่จะหลอกชายนั้นต้องใช้เสน่ห์หญิงทางเพศเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุด     ป๋ามืออาชีพนั้นบ่อยครั้งรู้ว่าถูกหลอกแต่ก็เต็มใจให้หลอกตราบที่ไม่โดนหนักมือนัก   ที่เดือดร้อนเป็นเรื่องเป็นราวก็เพราะพวกป๋าที่ไม่รู้จักแยกธุรกิจถูกหลอกกับความสำราญส่วนตัวออกจากกัน

                        การมีความภาคภูมิใจในตนเองอย่างเกินพอดี(ว่าจะไม่มีวันถูกหลอก)ดังที่ฝรั่งเรียกว่า hubris นั้น คือหนทางของความประมาทอันนำมาซึ่งความหายนะโดยแท้   การระแวดระวังตัวเองให้ดีในเรื่องความโลภ   ความเสน่หา การไว้วางใจคน    ความต้องการชดเชยทางจิตวิทยา และการหาความสนุกสำราญ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นเครื่องคุ้มกันภัยที่ดีที่สุด.