ขณะนี้พ่อแม่ผู้ปกครองคงมีคำถามเดียวกันว่า เมื่อมีการเรียนการสอนออนไลน์แล้ว ค่าเทอมจะลดลงหรือไม่อย่างไร?
ภายใต้ภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ที่ลดลงหรือแม้กระทั่งจำเป็นต้องหยุดกิจกรรมทางธุรกิจลง ขณะที่รายจ่ายอื่นๆ นั้นกลับไม่ได้ลดลงหรือหยุดเว้นวรรคเหมือนรายรับ เช่นเดียวกับการเรียนการสอนของบุตรหลานที่ยังคงดำเนินต่อไป เหมือนกับวลีภาษาอังกฤษที่ว่า “The show must go on.”
เพราะโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไม่ได้หยุดการเรียนการสอน อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาก็ยังคงต้องมาทำงาน ค่าเทอมก็ต้องเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
ภาครัฐในฐานะผู้กำกับและออกกฎหมายข้อบังคับ สมควรมีนโยบายที่มีความชัดเจนเพื่อในหน่วยงานภายใต้กำกับนำไปบังคับใช้กับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
นอกจากกระทรวงอุดมศึกษาฯที่กำกับมหาวิทยาลัย ที่มีความชัดเจนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการลดค่าเทอมและมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ กระทรวงศึกษาธิการก็เป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่จะสามารถเล่นบทพระเอกเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ ดีกว่าให้โรงเรียนต่างๆทยอยประกาศลดค่าเทอมกันเอง ลดบ้างไม่ลดบ้างตามอัธยาศัยของผู้บริหารโรงเรียน
ตัวอย่างที่ดีจากกระทรวงอุดมศึกษา นั้นสนับสนุนส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยได้แสดงศักยภาพและความเห็นใจแก่นักศึกษาและผู้ปกครองออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากการลดค่าเทอมโดยเฉลี่ยที่ 10% หรือมากกว่านั้นแล้ว ยังมีมาตรการช่วยเหลืออีกมากมาย อาทิ การเพิ่มทุนการศึกษา การตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือนักศึกษา การแจกซิมโทรศัพท์มือถือและการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์ การลดค่าหอและขอความร่วมมือกับหอพักในบริเวณมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้แล้วยังมีมาตรการผ่อนผันและแบ่งชำระการจ่ายค่าเทอม การคืนค่ามัดจำหอพัก ค่ามาตรวัดน้ำไฟ จัดสรรทุนทำงานแก่นักศึกษา ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่ได้ประกาศมาตรการเหล่านี้มากน้อยตามกำลังของมหาวิทยาลัยแล้วกว่า 52 แห่งและคาดว่าจำนวนจะเพิ่มมากขึ้นอีก
โรงเรียนต่างๆ นั้นก็เริ่มมีประกาศการลดค่าเทอมตั้งแต่ 10% แต่ก็เป็นไปอย่างกะปริดกะปรอย ไม่ได้สามัคคีพร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนมหาวิทยาลัยเพราะมีตัวกลางคือกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่ทำหน้าที่ประสานขอความร่วมมือ โรงเรียนรัฐและเอกชนนั้นอยู่ในสังกัดความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งก็ยังไม่มีประกาศมาตรการที่มีความชัดเจนออกมา
การเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงเทอมที่จะถึงนี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ภาระความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายแฝงที่จะเพิ่มขึ้นจากการที่นักเรียนนักศึกษาจำต้องเรียนที่บ้านนั้นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นกังวล โดยเฉพาะเด็กเล็กที่จำต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแล ซึ่งก็หมายถึงภาระและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ครอบครัวเดี่ยวขนาดเล็กจะต้องเตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
รัฐมีหน้าที่ในการกำหนดและบังคับใช้กฎหมาย องค์กรทางการศึกษาทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ดังนั้นรัฐจึงมีหน้าที่โดยตรงในการเป็นตัวกลางเพื่อขอความร่วมมือกับโรงเรียนทุกโรงเรียนภายใต้ภาวะวิกฤตินี้ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที






