วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปล้ำผีลุก​ ปลุกผีนั่ง​

สัจธรรมข้อเท็จจริง​ประการหนึ่ง​ ได้แก่​ การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์​เพื่อหวังผลตอบแทน​ในระยะยาว​ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า​

ดีกว่าการลงทุนประเภทอื่น​ เหตุเพราะนับวันที่ดิน​จะมีราคาปรับตัวสูงขึ้น แต่การเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์​ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างประกอบกันด้วย​ ทั้งระบบขนส่ง​ สาธารณูปโภค​ การขยายตัวของพื้นที่​ ข้อกฎหมาย​ ฯลฯ​ เป็นต้น​ ทั้งนี้เมื่อได้ตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว​ โอกาสจะยกเลิก​หรือถอนตัว อาจไม่สามารถถอยหลังเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้​ 

สำหรับผู้บริโภค​ ผู้ซื้อ​ นักลงทุน​รายย่อย​ เมื่อได้ลงทุนแล้ว​ ล้วนมีมุมมองที่คล้ายคลึงกัน​ ได้แก่​ การคาดหวังผลตอบแทน​หรือรายได้จากการลงทุนในระยะยาว​ ซึ่งอาจมากกว่า​ 5 หรือ​ 10​ หรือ​ 20​ ปี​ เป็นต้น​ ดังนั้น​ นักลงทุน​ดังกล่าวจึงจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางการบริหารทรัพย์สินของตน​ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนปี​ไปพร้อมกันด้วย

บ้านเดี่ยวในโครงการจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน​ อาจทำการปรับปรุงบำรุงรักษาให้ดูสวยงาม​ น่าอยู่น่าอาศัยได้ง่ายสะดวกกว่าทรัพย์สิน​ประเภทอื่น​ อาทิ​ ห้องชุดในคอนโดมิเนียม​หรืออาคารพาณิชย์​ ทาวน์โฮม​ ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน​ ดังนั้น นักลงทุนส่วนใหญ่​เห็นว่าการเลือกซื้อ​ ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภท​บ้านเดี่ยวดีกว่าการลงทุนในห้องชุด​คอนโดมิเนียมหรือทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์​ เป็นต้น​ เหตุเพราะบ้านเดี่ยว​เป็นอิสระ​แยกจากกัน​ แต่ห้องชุดในคอนโดมิเนียมหรืออาคารพาณิชย์​ ทาวน์โฮม​ ที่มีพื้นที่ติดต่อกัน​อาจทำได้ยาก​

ระบบอาคารชุดคอนโดมิเนียมถือเป็นอาคารพักอาศัยรวม​ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารมีการแบ่งขนาดอาคารเป็นประเภทได้แก่​ ขนาดเล็ก​ กลาง​ และใหญ่​  มีพื้นที่การใช้สอย ระบบสาธารณูปโภค​ สิ่งอำนวยความสะดวก​ วิศวกรรมประกอบอาคารจำนวนที่แตกต่างกันตามขนาด อีกทั้งค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาทรัพย์ส่วนกลางด้วย อย่างไรก็ตาม​ การบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางอาคารชุด​ขนาดเล็ก​ กลาง​ ย่อมทำได้ง่ายกว่าอาคาร​ขนาดใหญ่​ อาจเป็นเพราะมีผู้อาศัย​ ระบบวิศวกรรม​ สาธารณูปโภค​ มีปริมาณจำนวนน้อย​ ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนไม่มาก​ รองรับการบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม​ สำหรับโครงการ​อาคาร​ขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยตั้งเเต่ 1 หมื่นตารางเมตร​ จดทะเบียนเป็นอาคารชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด​ มีอายุมากกว่า​ 20 ปี​ ความจริงที่หนีไม่พ้น​ ได้แก่สภาพการณ์ชำรุดทรุดโทรม​อันเนื่องมาจากการใช้งานตามกาลเวลา​ ซึ่งนิติบุคคลอาคารชุดมีหน้าที่ซ่อมเเซมปรับปรุงแก้ไขให้ทรัพย์สินสามารถใช้งานได้ตามปกติ​ จึงจำเป็นต้องใช้อาศัยงบประมาณ อาจเป็นเงินจำนวนมาก​ หรือไม่น้อยกว่า​ 10​ ล้านบาท​หรือจำนวนมากกว่านั้น​ 

หากนิติบุคคลอาคารชุด​อาจมีเงินกองทุนรองรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว​ แต่โครงการส่วนใหญ่​ น้อยโครงการจะมีเงินกองทุนคงเหลือ​ 100% เพราะดึงเงินกองทุน​ออกมาใช้จ่ายงานบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลาง​ เพราะมีลูกหนี้ค้างจ่ายค่าส่วนกลางเป็นจำนวนมาก​ หรือบางโครงการอาศัยการเรียกประชุมใหญ่เจ้าของร่วมตามมาตรา​ 40 (3) แก้ไข​ ทุเลาปัญหาดังกล่าว​ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องกังวลหนักใจแก่คณะกรรมการและผู้จัดการ​เรื่องหนึ่ง​

ข้อเสนอที่แจ้งต่อนิติบุคคล​ ผู้รับจ้าง​ บริหารทรัพย์สินภายนอก​ เป็นเงื่อนไขของสัญญาจ้าง​ ได้แก่​ การจัดเก็บค่าใช้จ่ายตามมติพิเศษ​ ตามมาตรา​ 40​ (3) ต้องสามารถกระทำได้จริง​ หรือหากใช้เงินกองทุน​ ต้องติดตาม​จัดเก็บเงินกองทุนคืนได้ไม่น้อยกว่า​ 90​% เป็นต้น​ หรือหากไม่สามารถหาแนวทางดำเนินการใดๆ ได้​ ก็ขายกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้แก่บุคคลอื่น​ หรือ

หากไม่สามารถดำเนินการเรื่องดังกล่าว 3-4 ข้อข้างต้น​ ทางเลือก​ได้แก่ไม่ต้องทำ​หรือจัดการใดๆ​ ปล่อยอาคารตามยถากรรม​ อาจใช้ยุทธวิธี​ แก้ผ้าเอาหน้ารอดเป็นครั้งเป็นคราว​ หรือการเลือกจดทะเบียนเลิกอาคารชุดตามข้อบังคับ​และกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด​ เป็นต้น

เรียนสอบถามท่านผู้อ่าน​ แฟนคอลัมน์จะเลือกแนวทางใด

1.อาศัย​ใช้เงินกองทุนที่มีอยู่เดิม​ เพื่อการซ่อมเเซมปรับปรุงบำรุงรักษาทรัพย์ส่วนกลางที่ชำรุด​ เเล้วเรียกเก็บเงินกองทุนส่วนที่ใช้ไปคืนเข้าบัญชีตามเดิมตามปกติหรือ

2.ใช้​อาศัยมติของที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมตามข้อบังคับ​ ตามมาตรา​ 40 (3) ของ พ.ร.บ.อาคารชุด หรือ

3.ปล่อย​ ไม่จัดการเเก้ไข​ หรือดำเนินการใดๆ​ เหตุเพราะเกิดความขัดเเย้งระหว่างคณะกรรมการ​ ผู้จัดการกับเจ้าของร่วม​ หรือเจ้าของร่วมกับเจ้าของร่วมด้วยกันเอง​ จนไม่มีผู้ใดกล้าทำ​ หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ถามต่อไปว่าในจำนวนโครงการนิติบุคคลอาคารชุดดังกล่าวข้างต้น 100 โครงการ​ เกิดความสำเร็จกับทั้ง 2-3 แนวทางข้างต้นกี่เปอร์เซ็นต์​ ขอเรียนว่ามีเพียง​ 30 หรือ​ 40% เท่านั้น​ ส่วนใหญ่มากกว่า 50 หรือ 60% เลือกแนวทางขายกรรมสิทธิ์ห้องชุด​ หรือปล่อยไปตามยถากรรม​ หรือใช้ยุทธวิธี​ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด”

โดย...

พิสิฐ ชูประสิทธิ์

นายกสมาคมนักบริหารอาคารชุด – หมู่บ้านจัดสรรไทย

“ที่ปรึกษา” ฝ่ายบริหารทรัพย์สิน ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ

[email protected]