วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนทำโดนกงจักร คนด่าได้ดอกบัว

ทุกวันนี้คนทำงาน ต้องเผชิญกับความท้าทาย 2 ด้านไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือทำอย่างไรการงานจึงจะประสบความสำเร็จ ท่ามกลางปัจจัยลบรอบตัว

ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขันที่ใช้เส้นใช้สายวิ่งเต้นกันอุตลุด ด้านที่สองยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ คือทำงานไปแล้วจะดีจะเลวอย่างไร ก็มีคนคอยด่า พลาดไม่พลาดก็มีคนหาเรื่องด่าจนได้ และคนคอยด่า กลับกลายเป็นฮีโร่ กลายเป็นที่น่าชื่นชม หลายคนเลยเถิดไปถึงขั้นว่าคนด่าเก่งกลายเป็นแบบอย่าง มีคนอยากทำตามกันมากมาย ด่าเก่งได้ดอกไม้ ทำแทบตายกลับโดนกระทืบ

ความท้าทายด้านคนคอยด่านั้น มาจากการที่สังคมชื่นชมอำนาจนิยม ยอมรับความแตกต่างของการปฏิบัติตนที่แตกต่างระหว่างคนที่รู้สึกว่ามีอำนาจมาก กับคนที่ดูว่ามีอำนาจน้อย เป็นสังคมที่การยกเว้นกติกาถือเป็นการให้เกียรติกับผู้ที่ตนเองเชื่อว่ามีอำนาจเหนือตน ดังนั้นพฤติกรรมหนึ่งที่เป็นสัญญลักษณ์ของการมีอำนาจเหนือกว่า คือด่าว่าคนอื่นได้ โดยคนที่ถูกด่านั้นไม่มีสิทธิโต้เถียง การด่าว่าถือเป็นอภิสิทธิ์สำหรับผู้ที่มีอำนาจ ดังนั้นคนในสังคมอำนาจนิยมจึงเรียนรู้ที่จะด่าได้ดีขึ้น ด่าได้เก่งขึ้น จนด่าได้หมดทุกเรื่อง ด่าได้ทุกงาน ทุกระดับความสำเร็จ การด่าคนทำงานได้ จึงเป็นสมรรถนะหนึ่งของคนที่เชื่อในอำนาจนิยม และใส่ใจที่จะไต่บันใดอำนาจสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ในระหว่างที่ไต่บันไดอยู่นั้น คนทำงานรอบตัว จึงกลายเป็นสนามประลองฝีมือในการด่า ก่อนก้าวขึ้นสู่บันใดอำนาจในระดับต่อไป ดังนั้นนอกจากการทำการงานตามหน้าที่ของตนแล้ว สังคมอำนาจนิยมทำให้ผู้คนจำนวนมากพัฒนาสมรรถนะในการด่างานทุกงานที่พบเห็น ควบคู่ไปกับสมรรถนะในการงาน

เมื่อทราบแล้วว่าคนรอบตัวจำนวนหนึ่งเป็นคนที่มีสมรรถนะในการด่าฝั่งแน่นอยู่ในตัว จะมีมากหรือมีน้อยก็ตาม ก็ต้องหาทางทำงานให้ได้ ภายใต้บริบทที่คนด่าได้ดี คนทำได้ไม้เรียว โดยที่ไม่ต้องไปพัฒนาสมรรถนะการด่าของเราแข่งขันกับเขา ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการยอมรับความเป็นจริงไว้ก่อน คือจะทำอะไรก็ตาม จะมีคนด่า ซึ่งการด่าที่ว่านี้อาจปรากฎในหลาหลายรูปแบบ ตั้งแต่ติเพื่อก่อ ไปจนกระทั่งถึงระดับที่ว่าดีคือฉัน เลวคือแกไปหมดทุกเรื่องราว ดังนั้นอย่าหวังว่าจะไม่มีใครมาด่าเรา หวังแค่ว่ากงจักรที่เราจะโดนนั้น คงไม่แรงจนเราโดนแล้วสิ้นสภาพ ทำอะไรต่อไปไม่ได้

เพื่อลดแรงจากกงจักรการด่า คงต้องยอมช้าลงหน่อยกับการมุ่งมั่นไปสู่ความสำเร็จ ด้วยการระมัดระหว่างมากขึ้นในสามสี่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการงานที่กำลังทำอยู่ เรื่องแรกเป็นเรื่องที่นิยมใช้ในการด่ากันมากที่สุด คือทำผิดกฎหมาย ตลอดจนกฎระเบียบต่างๆ ขององค์กร ดังนั้นขั้นตอนการงานใดที่หมิ่นแหม่กับการทำผิดกฎหมายหรือขัดแย้งกับกฎระเบียบ ขอให้ปรับเปลี่ยน ยกเลิกขั้นตอนเหล่านั้นไป หลีกเลี่ยงให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยระวังไม่ให้ตนเองเผลอไปทำหน้าที่วินิจฉัยความหมายของกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ว่าที่ฉันทำอยู่นั้นชอบแล้วด้วยกฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ทำได้แค่อ่านแล้วรู้ว่าอะไรที่ทำอยู่มีท่าทางว่าจะผิด ก็อย่าทำ อย่าใช้ตรรกะของตนเองวินิจฉัยข้อยกเว้นต่างๆ เพราะขนาดจบปริญญาเอกกฎหมายแท้ๆ ยังตีความพลาดไปจากที่คนเขียนกฎหมายบอกไว้

ถัดมาคือขั้นตอนใดที่ใครเอาไปอ้างหาเรื่องด้านจริยธรรม หรือคุณธรรมได้ ให้หลีกเลี่ยงขั้นตอนนั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าขั้นตอนนั้น จะช่วยให้โอกาสในการงานให้สำเร็จมากขึ้นแค่ไหนก็ตาม เพราะเป็นประเด็นที่คนด่าชอบจับแพะชนแกะ เอามาด่าจนงานดีๆ เจอกงจักรจนกลายเป็นงานเลวๆ ได้มากต่อมากแล้ว ถัดมาคือ ถ้าทำขั้นตอนใดแล้วชาวบ้านเดือดร้อน ทำแล้วคนร่วมงานเดือดร้อนมากบ้างน้อยบ้าง ให้ละทิ้งขั้นตอนนั้นไปเลย การงานอาจช้าลงบ้าง แต่จะยังมีการงานนั้นอยู่ให้ทำจนประสบความสำเร็จได้ ดีกว่างานหายไปเพราะถูกด่าว่าสร้างความทุกข์ร้อนให้ชุมชน และสังคม

แม้จะทำตามที่บอกมาแล้วก็จริง ขออย่าหวังจะได้ดอกบัว ขอแค่กงจักรเล็กลงบ้างก็ดีใจแล้ว